รอยยิ้มบนรถสองแถว
นานมาแล้วที่การขึ้นรถสองแถวไม่มีรอยยิ้มแบบนี้ เราจำได้ดีตอนสมัยเรียนมอต้นถึงมอปลาย เราเป็นลูกทหาร ทุกๆ7โมงเช้าของทุกวันเราก็จะขึ้นรถรับส่งของทางค่าย พอตกเย็น ตอนกลับบ้าน เราก็จะเปลี่ยนจากรถทหาร มาเป็นรถสองแถว บางวันไม่มีคนก็จะได้นั่งแบบสบายๆ วันไหนคนแน่น ก็ต้องยืนจากรร.จนถึงบ้าน ส่วนมากจะเป็นอย่างหลัง แต่รถสองแถวไม่ได้มีกฎว่าเจอเด็ก เจอคนท้อง หรือเจอคนแก่ ต้องลุกให้นั่ง แต่คนบนรถสองแถว มันเป็นไปตามจิตสำนึก เราก็เป็นหนึ่งคนในนั้นที่ชอบลุกให้คนที่เด็กกว่าคนท้องละคนแก่นั่ง เราพูดตรงๆเลยว่า มันเหนื่อยเหมือนกันที่ต้องยืนกลับบ้านเกือบทุกวัน ไหนจะเรียนก็หนักแล้ว อากาศก็ร้อน แต่มันจำเป็นที่จะต้องลุกให้คนเหล่านี้นั่ง เหนื่อยเมื่อยแต่มันเทียบกับสิ่งที่ได้รับไม่ได้เลย สิ่งนั้นคือ รอยยิ้ม และคำขอบคุณไง รอยยิ้มที่จริงใจคำขอบคุณที่จริงใจ หายากมากๆเลยนะสมัยนี้ ที่จะได้เจอประสบการณ์แบบนี้ เวลาผ่านไปนานพอสมควรเราได้ย้ายไปเรียนมหาลัยในภาคเหนือ
เราไม่ได้ขึ้นรถสองแถวที่บ้านนานมากๆ จนเราปิดเทอมในทอมนี้ เราได้มีโอกาสกลับไปขึ้นมันอีก เราขึ้นรถพร้อมกับรถที่คนนั่งเต็ม มีเด็กผช.อายุประมาณสิบสามสิบสี่ ลุกยืนแบบไม่ลังเล แล้วพูดกับเราว่า พี่นั่งเลยคับ เราก็ตอบกลับไปว่าน้องนั่งเลยๆ น้องก็ตอบกลับมาว่า พี่นั่งเลยพร้อมยิ้ม เราเลยยิ้ม ละก็ขอบคุณน้อง พอรถผ่านไปไม่ถึง3นาที รถจอดรับผู้โดยสารเพิ่ม มีคุณยายท่านหนึ่งเดินขึ้นรถมา เราก็ทำเหมือนน้องที่ลุกให้เราแบบไม่ลังเลเหมือนกัน ภาพทุกอย่างเหมือนกระจก สะท้อนเหมือนกันทุกๆอย่าง มันเป็นความสุขที่เล็กน้อยมากก็จริง แต่มันเป็นความทรงจำที่ดีต่อรถสองแถวที่บ้าน เป็นความทรงจำดีๆที่ใครหลายคนอาจจะไม่เคยได้รับมัน
ขอบคุณรอยยิ้มทุกรอยยิ้มบนรถสองแถวตั้งแต่ตอนเรียนมอต้น มอปลาย และจนถึงตอนนี้ อนาคตเราไม่รู้หรอกนะว่ารถสองแถวที่เรานั่งจะเป็นแบบนี้เรื่อยๆไปไหม แต่ตอนนี้ ณ เวลานี้ เรามีความสุขกับการที่มันเป็นแบบนี้ ขอบคุณที่ทำให้เรามีเรื่องราวแบบนี้ในชีวิต คุณรถสองแถว
SHARE
Writer
Ikaaomkaam
student
photos, dog, nature

Comments