My fav? You.
แค่เธอบอกว่าซับเวย์ตรงหัวมุมถนนนั่นอร่อย เวลาที่ฉันเดินผ่านมันฉันคงนึกถึงเธอ

ชุดแซกสีชาดที่ยาวประมาณเกือบถึงเข่า
ในมือที่สวมถุงมือสีขาวยาวประมาณศอกถือแก้วแอลกอฮอล์ใบเล็กเอาไว้
หมวกปานามาสีเดียวกับชุดที่ปีกใหญ่เสียจนบดบังใบหน้าแสนธรรมดาของเธอเอาไว้
เห็นเพียงแต่ริมฝีปากรูปกระจับที่ถูกเติมแต่งด้วยสีแดงอมน้ำตาลจนน่าสัมผัส
รองเท้าส้นแหลมสีดำที่ยิ่งทำให้ทรวดทรงของเธอมาในรูปแบบที่น่าอิจฉาเหลือเกิน

"เอมิลี่"
"สวัสดี"
"วันนี้ชุดเธอสวยนะ"
"ของเธอก็ไม่เลวเลย"

ฉันมองเธอด้วยสีหน้าแบบไหนก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน แต่ก็นะ คนเข้ามาทักเธอเยอะดีแฮะ

"เธอยิ้ม วันนี้มีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า"
"ถ้าไม่นับเธอ ก็คงเป็นงานเลี้ยงที่มีสาวๆในชุดเซ็กซี่นี่ล่ะมั้ง"
"ทะลึ่งชะมัด"

เรายืนอยู่ข้างกันในงานเลี้ยงขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่
เครื่องดื่มนานาชนิดวางไว้ทั่วทุกพื้นที่ในงาน
ดีแล้วล่ะที่ไม่ได้มีแค่แอลกอฮอล์

"ไม่ดื่มหรอ"
"ไม่ล่ะ ฉันไม่ชอบแอลกอฮอล์"
"แล้วเธอดื่มอะไร"
"กาแฟเท่านั้นล่ะ"
"งั้นฉันคงต้องเลิกแอลกอฮอล์"

หืม?

"หมายความว่าไง"
"ไม่รู้สิ"

เธอยักไหล่ก่อนจะวางแก้วแอลกอฮอล์ลงบนโต๊ะกลมที่อยู่ข้างตัว

"กลับไหม"
"พูดเป็นเล่น"
"มางานเลี้ยงฟรีเบียร์แต่มีคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วถูกเชิญมา เป็นฉันคงจะด่าไอ้คนจัดงานว่าไอ้หน้าโง่แล้วล่ะ"
"ฮะๆ อย่างอื่นก็มีน่า"
"ฟรีเบียร์ก็ต้องดื่มเบียร์สิ"
"ช่างเถอะ"
"ปาร์ตี้กร่อยแล้ว กลับกัน"

ทันทีที่พูดจบ เธอก็ควงแขนของฉันออกจากประตูงานเลี้ยงฟรีเบียร์ห่าเหวที่น่าเบื่อสิ้นดี 
เราหยุดยืนกันอยู่ที่ป้ายรถเมล์ที่ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีมันถึงจะมาซักคัน

"ฉันชอบกินสตูว์เนื้อในร้านที่อยู่ถัดจากธนาคารไปสองบล็อค"
"ถ้ามีโอกาสฉันจะลองดู"
"เธอล่ะ"
"นอกจากไก่กับเบียร์ ฉันก็ไม่รู้จะชอบอะไรแล้วล่ะ"

ยัยคนขี้เหล้าเมายา ทันทีที่พูดจบรถเมล์ที่วันนี้มาไวผิดปกติก็มาจอดเทียบป้าย 
พอเห็นว่าเป็นสายที่เราต้องขึ้น ก็ไม่รอช้าที่จะเบียดเสียดฝูงชนที่กลิ่นตัวเกินจะบรรยาย
หัดอาบน้ำซะบ้างเถอะ เป็นประเทศเมืองหนาวแต่ก็ควรอาบบ้างนะ

ฉันกับเอมิลี่เราอยู่ในห้องพักแชร์เฮ้าส์ขนาดกำลังดีด้วยกัน แต่ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันหรอกนะ
ฉันย้ายมาพักหลังเธอประมาณ 7 เดือน
เธอเป็นคนแรกที่ฉันเข้าไปทักทาย น่าจะเพราะเห็นเธอกำลังนั่งดื่มเบียร์กระป๋องอยู่ตรงหน้าบ้านล่ะมั้ง
แต่หลังจากนั้นฉันก็สนิทกับเธอ

เราไปไหนมาไหนด้วยกันค่อนข้างบ่อยตามประสาเพื่อนสาว
ที่นิสัยต่างกันโดยสิ้นเชิง





"แคท"

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นในตอนโพล้เพล้ของอีกวัน 
ฉันที่กำลังอ่านบทกวีของ Emily Dickinson อยู่ เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเรียกก็คงต้องออกไป

"ไปข้างนอกกัน"
"ฉันปฏิเสธได้ด้วยหรือไง"
"แน่นอนว่าคำตอบคือไม่"

ฉันกรอกตาเป็นลูกข่างก่อนจะแต่งตัวลวกๆเพื่อออกไปเหลวไหลกับเธอ

"วันนี้ไปไหนล่ะแม่คุณ"
"ฮืม.. ไม่รู้สิ แนะนำหน่อย"
"คาเฟ่แถวมหาลัยก็ไม่เลว"

เธอพยักหน้ารับ ฉันจับมือเธอแล้วเดินไปอีก 200 เมตรก็ถึงคาเฟ่ที่เราพูดถึง
คาเฟ่ขนาดกลางที่มีที่นั่ง และเครื่องดื่มเพียงพอที่จะสามารถขายได้หลายพันเหรียญภายในหนึ่งวัน

"เธอชอบดื่มอะไร"

คนตรงหน้าเอ่ยถามขึ้นมา

"กาแฟ.. อืม.. อเมริกาโน่"
"ขมจะตาย"
"แล้วเบียร์ที่เธอกินมันไม่ขมหรือไง"
"มันไม่เหมือนกันซักหน่อย"

เธอเบะปากก่อนจะเสมองออกไปข้างนอก ถนนที่มีคนเดินพลุกพล่านมากหน้าหลายตา

"แล้วเธอจะดื่มอะไร"
"ฉันไม่ชอบเครื่องดื่มขมๆพวกนี้"
"แล้..."
"ยกเว้นเบียร์"

เธอพูดขัดขึ้นมาเหมือนรู้ว่าฉันจะพูดอะไร

"งั้นโกโก้"
"น่าสนใจ"
"ฉันไม่ชอบอะไรพวกนี้หรอกนะ"
"อ่าฮะ"
"แต่พอเธอแนะนำ ฉันก็รู้สึกชอบขึ้นมา"
"เข้าใจพูดดีนี่เอมิลี่"
"ฉันพูดเก่งน่ะแคท"

ฉันส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะสั่งเครื่องดื่มง่ายๆกับพนักงานที่เดินผ่าน
เราสองคนนั่งดื่มเจ้าเครื่องดื่มรสขมที่เอมิลี่เอ่ยปากว่าไม่ชอบอย่างเงียบๆ

"กลับกันเถอะ"
"อืม"

ฉันเดินนำเธอออกไป เพื่อจะกลับแชร์เฮ้าส์ของเราสองคน
วันแต่ละวันของพวกเราคือการออกมาข้างนอก หาอะไรกินเล็กๆน้อยๆ
เพราะยังไงเจ้าของบ้านก็มีมื้อใหญ่เลี้ยงพวกเราอยู่ดี..

ทั้งที่ฉันไม่ชอบการออกมาข้างนอก
และมักจะถูกบังคับมาเสมอ
แต่ก็นั่นแหละ
คนที่มาด้วย
ทำให้ฉันไม่คิดแบบนั้น





"เอมิลี่"
"อะไร"
"เธอเคยเจอคนโง่มั้ย"
"เยอะ"
"เล่าให้ฟังหน่อย"
"อย่างมากสุดก็คงเป็นยัยโง่ที่ชอบเก็บภาพถ่ายของฉันไปช่วยตัวเองล่ะมั้ง"

หืม..
ฉันหันขวับมองเอมิลี่ด้วยสายตาที่ไม่รู้ว่ามันควรจะเรียกว่าอะไร

"เธอน่าจะรู้จักคนนี้ดีนะ"
"..."
"โง่ชะมัด ไม่เห็นต้องไปช่วยตัวเองขนาดนั้น"
"...."
"โง่มากจนไม่รู้ว่าฉันเองก็รอให้พูดขอร้องฉันดีๆ"

ฉันไม่ยกแก้วอเมริกาโน่ขึ้นดื่มจนกระทั่งถึงแชร์เฮ้าส์
เอมิลี่เองก็เช่นกัน

ฉันเข้าห้องของเอมิลี่ไปซึ่งปกติแล้วฉันก็ไม่ค่อยชอบเข้าห้องของคนอื่น 
ถึงแม้จะบ้านเดียวกันก็เถอะ

เหมือนเราสองคนต่างรู้ว่าตอนนี้ควรจะทำอะไร...
ยังไง...
กับใคร...

ฉันเลื่อนใบหน้าเพื่อประกบจูบกับริมฝีปากทรงสวยที่ฉันหลงใหลมันมาตลอด
เธอเอียงหน้าตามองศาที่ฉันชักนำ
ฟันคมที่ขบดึงริมฝีปากล่างของฉันแผ่วเบา

มันหอม หวาน แม้จะติดรสขมของโกโก้แก้วนั้น...
'สมบูรณ์แบบ'

ฉันไล้ลงต่ำ แล้วก้มลงกดจูบตามซอกคอขาวเนียนที่ล่อตา
เสียงสูดลมหายใจที่ดังรวยรินอยู่ข้างใบหู
'เซ็กซี่'

ฉันขยับมือถอดเสื้อของเธอออก
ตามด้วยบรา
กางเกงตัวโปรด
และชั้นในสีดำ
'น่ารังแก'

ฉันคว้าแก้วอเมริกาโน่ที่เกือบจะถูกเมินไปชั่วขณะ
ราดมันลงบนเนินถันทรงสวย
ก่อนจะก้มลงลิ้มรสของมัน
ด้วยความปรารถนาที่พร่ำเพ้อหามาโดยตลอด

เรือนร่างที่สมบูรณ์แบบ
มันดูสวยงาม
ราวกับศิลปะภาพวาดของพระเจ้า

ฉันเกือบคลั่งตายเมื่อรู้ว่าตอนนี้มันอยู่ตรงหน้า

ฉันเล่นซนกับเรือนร่างเปลือยเปล่าที่ตอนนี้มันเป็นของมนุษย์ผู้เต็มไปด้วยกามรมณ์อย่างฉันแต่เพียงผู้เดียว

เสียงร้องครวญครางแผ่วเบาแต่ไพเราะราวกับเสียงพิณแห่งความสันติสุขบนสรวงสวรรค์
ที่ถูกเปล่งออกมาจากภาพศิลปะชิ้นเอกด้วยความสุขสม

เพลงรักของพวกเราถูกดำเนินด้วยเพลิงแห่งราคะ
และเครื่องดนตรีชิ้นเอกที่มีฉันเป็นผู้บรรเลง

มีเธอ เธอเพียงผู้เดียว 
ที่ทำให้ฉันคลั่งและเปี่ยมด้วยความสุขตราบจนโลกถึงคราวกัลปาวสาน

เพลงรักที่ถูกบรรเลงด้วยจังหวะเดิมๆเริ่มดำเนินตั้งแต่ช่วงที่ดวงจันทร์สีนวลส่องแสงสว่าง
พร้อมกับแสงดาวที่สุกสกาวเต็มไปทั่วทั้งผืนฟ้า
และจบลงในคราที่ดวงจันทร์กลับไปพักผ่อนจนกระทั่งแสงสุริยันแห่งรุ่งอรุณเข้ามาแทนที่

เราทั้งคู่เสพสมกันจนพอใจ ฉันกลับห้องด้วยสภาพที่ยุ่งเหยิงและนอนพักผ่อนด้วยความเหนื่อยล้า

และเมื่อตื่นขึ้นมา ฉันก็ใช้ชีวิตในแบบที่มันควรเป็น

"แคท"
"ว่าไง"
"ถ้าวันนึงเธอหายไป"
"อืมฮึ"
"โกโก้และอเมริกาโน่ คงจะเป็นตัวแทนเธอ"
"ถ้าเป็นเธอก็คงเบียร์กับไก่"
"ฉันรวมสตูว์เนื้อที่เธอบอกว่าอร่อยด้วยแล้วกัน"
"ห้ามพลาดเลยเชียว"

เราสองคนเดินควงแขนไปตามท้องถนนยามค่ำคืน
แสงสีที่ถูกตกแต่งจากร้านค้าต่างๆ มันทำให้ทุกอย่างไปได้ดีจนเหมือนกับความฝัน

"แต่ฉันว่าตอนนี้สิ่งที่ฉันชอบมันเปลี่ยนไปนิดหน่อยนะ"
"ยังไง"
"เธอ"
"..."
"ที่ราดด้วยอเมริกาโน่"
"..."
"มันอร่อยมากกว่าอเมริกาโน่แบบปกติถึงพันเท่าเลยล่ะ"
SHARE

Comments