NATO ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายองค์กร
คิดว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า NATO นะครับ จริง ๆ คำว่า NATO ย่อมาจาก North Atlantic Treaty Organization ซึ่งเป็นความร่วมมือทางทหารของอเมริกาเหนือจากประเทศทางทวีปยุโรป เพื่อปกป้อง และ คลี่คลายสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนี้
แต่ NATO ที่ผมเขียนถึงนี้ มันเป็นคำล้อที่เอามาใช้เปรียบเทียบครับ คือ เขาบอกว่า NATO มาจากคำว่า No Action Talk Only ประมาณว่า ไม่ทำอะไร พูดอย่างเดียว
และที่หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา เพราะผมว่าเดี๋ยวนี้เราเริ่มมีผู้บริหารหรือคนทำงานประเภทนี้เยอะขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ ที่ทำงานเคยเจอไหมครับ มีปัญหาอะไร แทนที่จะพยายามแก้ปัญหา โดยการกระทำ แต่เรามักจะแก้ปัญหากันด้วยคำพูด เช่น ยอดขายลดลง เราก็บอกว่า ต้องทำอย่างนี้สิ ทำอย่างนั้นสิ แต่พอออกจากห้องประชุมไป ก็ไม่ได้มีใครทำอะไร

คือเก่งเฉพาะตอนออกความคิดเห็น แต่ถ้าให้ทำ ก็ไม่ทำนะครับ หรือแย่กว่านั้น เชื่อไหมครับว่าให้ทำจริง ๆ ก็ทำไม่ได้! ลักษณะของการทำงานแบบ NATO จะมีลักษณะอย่างนี้ครับ

ข้อที่ 1 ชอบเสนอให้ตั้งคณะกรรมการทำการศึกษา คือไม่ว่าอะไร ตั้งกรรมการไว้ก่อน แล้วก็นัดประชุมกันไปเรื่อย ๆ พอจะออกมาเป็น Solution ก็จะเจอ NATO ชุดที่สองบอกว่า แหม เราต้องรอบคอบสิ ตั้งกรรมการอีกชุดมาตรวจสอบอีกครั้ง แบบนี้วนไปเรื่อย ๆ สุดท้ายเวลาผ่านไป ปัญหาก็ยังไม่ได้แก้ จริง ๆ ผมก็ไม่มีปัญหาอะไรในการตั้งกรรมการหรอกนะครับ การคิดรอบคอบเป็นสิ่งที่ดี แต่เป้าหมายของการตั้งคือมันต้องออกมาเป็น Solution แล้วเอาไปทำ ไม่ใช่เสนอให้ตั้งกรรมการขึ้น เพื่อแค่ซื้อเวลา

ข้อที่ 2 วิจารณ์เชิงตำหนิเก่ง คือถ้ามีคนเสนอว่าไปทางซ้าย คนกลุ่มนี้ เขาจะหาเหตุผลได้หลายร้อยหลายพันข้อ ว่าทางซ้าย มันไม่ดีนะ มันแย่ มันไม่ควรเลือก แต่ถ้าเขาสรุปว่า งั้นไปทางขวาก็แล้วกัน คนกลุ่มนี้ก็จะมีเหตุผลหลายร้อยหลายพันข้ออีกเช่นกันว่า ทางขวาก็แย่ ก็ไม่ดี คือมักจะหาข้อสรุปไม่ได้นั่นแหละครับ การวิจารณ์ที่ดีและมีประโยชน์คือการวิจารณ์ที่มีพร้อมข้อแนะนำครับ มันง่ายที่จะติครับ แต่ติเสร็จแล้ว บอกด้วยสิครับว่า แล้วควรทำอย่างไร ไม่ใช่บอกแค่ว่าที่คุณคิดน่ะมันห่วยมาก แล้วจบ บอกสิครับว่า แล้วผมแนะนำให้ทำอะไรต่อ ที่มันน่าจะดีกว่า แบบนี้เป็นการวิจารณ์ที่มันสร้างสรรค์

ข้อที่ 3 เป็นคนที่ไม่ค่อยมีผลงานที่ชัดเจนว่าเคยทำอะไรสำเร็จมาบ้าง ไม่ได้หมายความทุกคนนะครับ แต่เท่าที่สังเกตเห็นคือคนที่พูดเยอะ ๆ มักจะเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ทำอะไรในสิ่งที่เขาพูด หนักกว่านั้น บางทีเชื่อไหมครับ สิ่งที่เขาวิจารณ์นั้น ตัวเขาเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์ซะด้วยซ้ำ ที่น่าทึ่งกว่านั้น คือ สิ่งที่เขาวิจารณ์คนอื่นนั้น ตัวเขาก็ทำเหมือนคนนั้นนั่นแหละ เหมือนเราวิจารณ์ว่า นี่ คุณมาสาย มันแย่มากเลยนะ แต่เรามาสายเป็นประจำ ยังไงยังงั้นเลยครับ

ข้อที่ 4 ชอบการประชุม โดยเฉพาะการประชุมที่มีเรื่องให้ดราม่าเยอะๆ คนกลุ่มนี้ เห็นการประชุมเป็นขนมหวานครับ เพราะการประชุม มันเป็นเวทีให้เขาได้พูด ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาโปรดปรานมากที่สุด ผมชอบแนวคิดของ Jeff Bezos ครับ ที่ Amazon ที่เขาเป็นเจ้าของนั้น เวลาเขาจะมีการประชุม เขามีกฎที่เรียกว่า Two-Pizza Rule คือเขาจะไม่เรียกประชุม โดยมีคนเกินกว่าที่จะต้องเลี้ยง Pizza เกิน 2 ถาด เพราะยิ่งคนมาก ก็ยิ่งเรื่องเยอะ และไม่ได้สิ่งที่ต้องการ จริง ๆ การประชุมเป็นสิ่งที่ดีนะครับ แต่การประชุมที่เต็มไปด้วยคำพูดที่มันไม่ได้สร้างสรรค์ เอาแต่จะเอาชนะกัน ไม่ได้มีเหตุผล แต่ใช้อารมณ์กันล้วน ๆ (แต่ก็อ้างว่า เรามีเหตุผลนะ) แบบนี้เสียเวลาเปล่าครับ

ที่เขียนมาทั้งหมด ไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิใคร แต่อยากเขียนเตือนตัวเองไว้ครับ จริง ๆ แล้วที่มาของข้อเขียนนี้ก็คือ ผมเริ่มสังเกตว่ามันมีลักษณะการทำงานแบบนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ และก็เคยบ่นให้กับหลาย ๆ คนฟังเหมือนกัน แต่ก็กลับมาคิดกับตัวเองเหมือนกันว่า เอ ถ้าเราเอาแต่บ่น แต่ไม่ทำอะไร เราก็เป็นคนหนึ่งที่เป็น NATO เหมือนกันนะ

ดังนั้น ก็เลยคิดว่า งั้นขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดลักษณะนิสัยนี้ลงก็ละกัน เลยคิดว่า เขียนเป็นบทความนี่แหละ เผื่อมันจะไปทำให้บางท่านเริ่มกลับมาคิดว่า เอ … นี่มันเรานี่หน่า เราน่าจะเปลี่ยนได้แล้วนะ ถ้าเป็นแบบนั้นผมจะดีใจมากเลย

และจริง ๆ ก็ไม่ได้คาดหวังว่า ทุกคนที่มีลักษณะแบบนี้ อ่านแล้ว จะรู้สึกว่าน่าจะปรับตัวกัน 100% หรอกนะครับ เพราะอย่างที่ว่า ถ้าเขารู้ เขาก็คงไม่ทำตั้งแต่แรกแล้ว และก็คาดว่า หลายคนอาจจะต่อต้านซะด้วยซ้ำ แต่ถ้ามีสัก 1 ใน 100 คน ที่สามารถปรับตัวให้ดีขึ้นได้ แค่นี้ก็ถือว่าสำเร็จแล้วล่ะครับ

เน้นย้ำนะครับว่า ผมไม่ได้ต่อต้านอะไรกับ การวิจารณ์ในเชิงบวก ไม่ได้ต่อต้านอะไรกับการคิดให้ดีก่อนที่จะทำ แต่ที่กำลังสื่อคือ เราอย่าเอาแต่วิจารณ์โดยไม่มีข้อเสนอแนะที่ดี หรือเอาแต่วิจารณ์แต่ไม่ได้ลงมือทำ ถือว่าอันนี้คือข้อเสนอแนะของผมแล้วกันนะครับ และถือว่าผมได้เริ่มต้นทำสิ่งเล็ก ๆ อันนี้ เพื่อให้สังคมการทำงานเราดีขึ้นละกันครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือเข้าร่วมกลุ่ม Line@ ได้ที่ https://line.me/R/ti/p/%40nopadolrompho
SHARE
Writer
Nopadol
Writer Professor
ศาสตราจารย์ สาขาบริหารการปฏิบัติการคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Comments