แฟน "ค น แ ร ก" อะไรๆก็จะฟินๆหน่อยๆ
        นี่แหละนะ "ค ว า ม รั ก" จะมา ก็มาอย่าง่ายดาย
         เมื่อก่อนตามหาความรักตั้งนาน พอไม่หา อยู่ก็โผล่มาเอง


        นี่เป็นเรื่องราวความรัก ของการมีแฟนครั้งแรกของเรา หลังจากที่อยู่โสดมา 16 ปี เป็นเรื่องราวเมื่อ 1 ปีเกือบ 2 ปีที่แล้ว 

         หลังจากที่เพิ่งกลับมาจากทริปไปขอนแก่น ซึ่งได้พักเพียงวันเดียว ก็ต้องรีบเก็บของขึ้นรถทัวร์ เพื่อที่จะไปเข้าค่าย ของม.ศิลปากร ที่เราส่งใบสมัครไปคนเดียว

22/07/59
          หลังจากที่ตื่นขึ้นมาบนรถทัวร์ตอนตีสาม ก็แทบจะไม่มีอะไรทำเลย นี่เป็นการขึ้นรถทัวร์เข้ากรุงเทพ โดยไม่มีพ่อและแม่มาด้วย ก็ได้แต่หวังว่ามันจะโอเค และแล้วรถทัวร์ก็มาจอดที่หมอชิต เราเพิ่งเคยมาหมอชิตครั้งแรก มีแต่คนบอกว่า ที่นี่หน้ากลัว มีแต่มิจฉาชีพ เราก็เลยเปลี่ยนมาสะพายกระเป๋าข้างหน้า แล้วก็เดินไปรอพ่อมารับไปมอ เนื่องจาก ไม่มีเราเงินในมือถือ เลยไม่สามารถโทรหาพ่อได้ แต่พ่อโทรมาตอนเราอยู่บนทัวร์ว่าถึงหมอชิตแล้ว เราเลยเปิดสกิล เรดาห์ โดยการเดินไปที่จอดรถแล้วมองหารถพ่อ แล้วเราก็เจอ บราโววววววว

            เป็นการขับรถหลงวนไปวนมาจนถึง ม.ศิลปากร วังท่าพระ พอเราเดินเข้าไป ก็เจอคนที่มาค่ายเหมือนกัน จากนั้นพวกเราก็เดินไปข้างใน แล้วก็เจอพี่ๆค่าย จากนั้นคนก็เริ่มทยอยๆกันมา แต่เราเผลอหลับไป ตื่นมา อีกที คนก็เต็มไปหมด ทุกคนได้ป้ายชื่อเรียบร้อย เราก็เลยเดินไปรับป้ายชื่อ พอนั่งได้สักพัก ก็มีผู้ชายคนนึงใส่แว่นตาดำเดินเข้ามาในมอ พร้อมสะพายเป้ พวกพี่ๆ ก็ดูจะเอนดูซะเหลือเกิน นี่ไม่ถูกชะตาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ แต่อะไรจะโชคร้ายเท่าการได้อยู่กลุ่มเดียวกับมัน จากนั้นทุกคนก็ขึ้นรถทัวร์ เพื่อไป เชียงใหม่ สถานที่จัดค่ายของเรา เราใช้เวลาเดินทางกันนานมาก เรานั่งเกือบหลังสุด แต่ข้างเราหลัง คือ "มั น" ขอเรียกอย่างนี้ละกัน  บุคคลผู้ซึ่งใส่แว่นตาดำ แถมยัง     เก็กอีก เป็นนักเรียนรร.สวนกุหลาบ แล้วก็ยังชอบเตะที่นั่งเราอีก เข้าค่าย 5 วันนี้จะรอดไหมเนี่ย 

            พวกเราแวะกินข้าวสักครู่นึงที่จังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วก็เดินทางต่อกันจนถึงเชียงใหม่ ตอนประมาณ 5 โมงเย็น ทิวทัศน์ภายในตัวเมืองเต็มไปด้วยวัดวาอาราม พวกเราจอดที่วัดเจดีย์หลวง ทุกคนลงมาหมด เราก็ถามพี่ค่ายว่า "มาทำอะไรหรอครับ" พี่ๆก็ตอบว่า "เราจะนอนกันที่นี้" OMGGGG  นอนในวัด ว้าว อะไรจะอเมซิ่งขนาดนี้ พอเราเข้าห้องประชุม พี่ๆก็ให้เราล้อมกันเป็นวงกลม แล้วให้วิ่งสลับไป สลับมา ห้ามซ้ำที่เดิมและถามชื่อคนทางซ้ายและทางขวา แต่อะไรจะโชคร้าย อีกครั้งเมื่อคนทางขวามือเป็น มั น ใครจะไปกล้าถาม เราเลยเงียบใส่ ถามแต่คนด้ายซ้ายมือ จากนั้นก็ขึ้นห้องพัก เป็นห้องพักรวมแยกชาย หญิง เราก็เอาของเข้าไปเก็บในห้องพักชายซึ่งมีขนาดเล็กและร้อนมาก จากนั้น พี่ๆก็ให้ลงไปอาบน้ำรวม เหมือนอาบน้ำค่ายลูกเสือ ก็อาบน้ำไปตามปกติ หันไปเจอ มั น กำลังสูบบุหรี่อยู่ คนอะไรจะเถื่อนได้ขนาดนี้  

                จากนั้นก็ไปแต่งตัวที่ห้อง แล้วลงไปรวมที่ห้องประชุม ให้นั่งตามกลุ่ม นั่นก็คือ ต้องนั่งกับ มั น เราหลังเกือบหลังสุด ส่วน มั น นั่งหลังสุด แถมนั่งห่างจากเรามา อืม รังเกียจหรอ ไม่เป็นไร จากนั้น พี่ค่ายก็เอาข้าวมาแจก จากห ลั ง ไ ป ห น้ า นั่นก็คือต้องผ่านมือ มั น แทนที่จะส่งข้าวให้ดีๆกลับไสกล่องข้าวมา โอ้โห้ เราจะอยู่รอดจนถึงวันจบค่ายไหมเนี่ย พอกินข้าวเสร็จ ก็สอบวัดความรู้ แล้วก็เล่นเกมกันสนุกสนาน จากนั้น พวกเราก็แยกย้ายไปแปรงฟัน แล้ว พี่ค่ายก็บอกว่าให้ย้ายที่นอนมานอนข้างล่างในห้องประชุมกันให้หมด แยกฝั่งชาย ฝั่งหญิง เพราะ มันกว้างและมีแอร์ แต่ข้าวของเก็บไว้ที่ห้องนั้น จากนั้นพวกเราก็ไปหมอนและผ้าห่มลงมา แล้วเราก็หลับไป ตอนแรกคิดว่านอนริมสุดแล้ว ก็เห็นหมอนวางไว้น่าจะไม่มีคนนอน พอช่วงดึก เราหนาวเลยตื่นขึ้นมา เลยหันไปทางที่คิดว่าไม่น่าจะมีคน แล้วก็เจอกับ มั น ที่นอนอยู่ข้างๆ ได้ไงว้าาาาา 

23/07/59
           ทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน ก็เหมือนกับวันนี้ พวกเราตื่นขึ้นมา ก็เอาหมอนและผ้าห่มขึ้นไปเก็บข้างบน แล้วลงมาอาบน้ำ  มั น ก็ยังคงสูบบุหรี่เหมือนเดิม  พอพวกเราแต่งตัวเสร็จก็ออกไปรอข้างนอก  แล้วพี่ค่ายก็ให้ผู้ชายอยู่ข้างหน้าแถว ถือป้าย 1 คน อยู่ข้างหลังปิดท้าย 1 คนซึ่งกลุ่มเรามีผู้ชาย 2 คนก็คือ เราและ มั น ดูก็รู้ว่าเราต้องไปอยู่ข้างหน้า

           จากนั้น พี่ๆ ก็พาทัวร์วัดในเมือง เริ่มจากเสาอินทขีล แต่วันนี้ มั น อยู่พูดเยอะกว่าเมื่อวานอีก ไปต่อกันที่วัดอินทขีล สะดือเมือง พวกพี่ค่ายก็ป้อนข้อมูลให้ไม่ยั้ง เหมือนกระสุนปืน ตามด้วย อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ 

           ระหว่างทาง เราก็ยื่น ป้ายกลุ่ม ให้มั น แล้วพูดว่า "อยากถือป่ะ" นั่นคงเป็นคำสนทนาแรกที่คุนกัน มั น ก็ถามว่า "หนักหรอ" แล้วก็หยิบจากมือเราไปถือ 
    
          จากนั้นพวกเราก็เข้าพิพิธภัณฑ์โดยแบ่งเข้าที่ละ 2 กลุ่ม ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งจากกลุ่มอื่น มาเกาะแกะมั น ตอนเข้าไปข้างใน มั น ก็พูดมาก หยิบนู่นหยิบนี่ เล่นโน่นเล่นนี่ ไม่รู้ว่า มือจะซนไปไหน จากนั้นพวกเราก็สลับพิพิธภัณฑ์กับอีก 2 กลุ่ม อีกที่ ที่เราไป เกี่ยวกับเรื่องราวของเมืองเชียงใหม่ เราก็เดินกับ มั น ตลอด การเดินดูข้างใน โดยที่มีมั นอยู่ก็สนุกไปอีกแบบ พี่ค่ายให้ความรู้ไม่เข้าสมองเลย จนเราได้ฉายาว่า "สายมั่ว" พอดูเสร็จก็ออกมากินข้าวหน้าพิพิธภัณฑ์ แล้วมั น ก็หายไป แล้วกลับมาพร้อมกลิ่นบุหรี่ นี่จะสูบเช้า กลางวัน เย็นเลยหรอ เราก็เก็บยางไว้ เผื่อไว้แกล้งคนอื่น 

            จากนั้น พวกเราก็นั่งรถทัวร์ไปเวียงกุมกาม นครโบราณใต้พิภพ ระหว่างนั่งรถไป พวกเราทุกคนสนิทกันเร็วมาก ถึงขนาดแลกเฟส ไลน์ ไอจี พอถึงที่หมาย พวกเราก็ขึ้นรถเที่ยวชมเมืองเป็น กลุ่ม ที่นี้สวยงามตามฉบับประวัติศาสตร์แหละเนาะ พวกเราจอดแวะสักการะ เจดีย์ แล้วก็เที่ยวชมเมืองต่อ 

             พอลงจากรถ พวกเราก็แยกเข้าฐาน ฐานแรกก็คือ ให้ไปดูเจดีย์ เราก็นั่งอยู่ข้างที่เก็บน้ำสมัยก่อน กับมั น พี่ๆก็ให้เราวาดรูปเจดีย์ ผลลัพธ์ที่ออกมาก็แย่สุดๆไปเลย
 
             ฐานต่อมาคือสัทนาการ เริ่มการให้ผลัดกันนวดไปมา จากนั้นก็เชือดเราด้วยเกมใช้สมอง  คือ มีกระดานที่ตีช่องไว้ แล้วเราให้เดินไปให้สุดทางถึงจะชนะ แต่ระหว่างจะมีระเบิดซ่อนอยู่ ออกมาได้ทีละคน คนอื่นจะหันหลังไม่่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น แต่จะได้ยินแค่รอด กับ ตาย พวกเราก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี ตอนนั้นเราก็ยืนขึ้น ไม่รู้เป็นบ้าอะไร แล้วพูดแผนการที่เราคิดไว้ คือ  ต้องมีคนเสียสละยอมเดินแต่ละช่อง เพื่อเช็คว่าช่องไหนมีระเบิดแล้วให้คนข้างในเขียนไว้ แล้ววางกันการเดิน 

             เราก็โพล่งขึ้นมาว่า"มีใครอาสาป่ะ " ซึ่งเราอาสาเป็นเป็นคนแรกอยู่แล้ว จากนั้นก็ตามด้วย มั น แล้วคนอื่นก็ตามมา กว่าจะผ่าน ก็เสียไปหลายคน จากนั้น พวกเราก็กลับที่พัก อาบน้ำ แล้วลงมากินข้าว ระหว่างกินข้าว พี่ค่ายก็หยิบกระดาษ ขึ้นมาแล้วบอกนี่คือ "Voice mail" เขียนอะไรก็ได้ ถึงใครก็ได้ เรื่องปั่น ของถนัดเราเลยละ เราก็ไปหยิบมาหลายใบ แล้วเขียนปั่นว่าคนนู่นชอบคนนี่ไปทั่ว จากนั้นพี่ค่ายก็แยกกลุ่มเพื่อแนะนำ คณะ ระหว่างแยกเข้ากิจกรรม มั น ก็เริ่มที่จะดีดยางใส่ เราก็ดีดคืน ดีดใส่กันไปมา พอกิจกรรมเสร็จก็แยกเข้านอน 

             เรื่องคืนนี้ไม่ได้จบเพียงแค่นี้ ก่อนนอนเรากับ มั น ก็ยังเล่นดีดยางกันอยู่ นอนจ้องตากันว่าใครหลับก่อน โดนดีดยางแน่ แล้วเราก็หลับไป

24/07/59
            สำหรับวันนี้ก็จะอารมณ์ขึ้นๆลงๆหน่อย
            เริ่มต้นวันด้วยการตื่นเช้าขึ้นมาทำกิจวัตรเหมือนเมื่อวาน แต่แค่วันนี้สนุกกว่าทุกวัน  เนื่องจาก วันนี้เราต้องเข้าวัด เลยต้องใส่กางเกงขายาว แต่ มั น ไม่มี เราเลยให้ยืมของเราไปก่อน

             การเดินทางของวันนี้เริ่มจาก วัดสวนดอก ที่นี้มีที่เก็บอัฐิสวยมากๆ พี่ค่ายก็แบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มนึงเข้าวิหาร อีกกลุ่มดูเจดีย์ ตอนขึ้นวิหาร เราก็ดูรอบๆวิหารกับ มั น สองคน ก็เดินไปเจอที่ที่ทำบุญแล้วให้เขียนลงผ้า เราก็ทำบุญกับ มั น แล้วเขียนชื่อเรา 2 คนลงไป แต่ เอ๊ะ! ทำไมต้องเขียนกันแค่ 2 คน แล้วพวกเราก็ไปไหว้พระพุทธรูป ประจำวิหารด้วยกัน 

             จากนั้น เดินทางไปวัดพระสิงห์ เราอยู่ที่นี้ไม่นานนัก ก็กลับไปที่พัก เพื่อไปกินข้าว ช่วงบ่าย แต่ละกลุ่ม ต้องแยกไปเก็บข้อมูลตามวัด ที่แต่ละกลุ่มถูกกำหนดไว้ กลุ่มของเราได้ไปวัดกิตติ ที่อยู่ใจกลางรร.อนุบาลเชียงใหม่ พวกเราใช้เวลาไม่นานก็ถึงที่หมาย  พวกเราฟังพี่ค่ายบรรยายเกี่ยวกับวัดนี้ ที่แทบจะไม่มีข้อมูลอะไรเลย ทุกคนก็เริ่มมีงานทำหมด ยกเว้นเราที่ไม่รู้จะทำอะไรที่ดี ได้แต่ถ่ายรูปเก็บไว้ นั่นทำให้เราหง่อยไปเลยละ เพราะ เราแทบจะไม่ได้ช่วยทีมเลย 

             จากนั้นก็มีรถตู้มารับเราไปถนนคนเดิน เราก็เดินไปแบบล่องลอย คือมีฟีลลิ่งทั้งเรื่องนอยที่ไม่ได้ช่วยงาน และ ไม่อยากให้ค่ายจบเลย คือสนุก อะเนาะ ช่วงที่เรานอย มั น ก็ไม่คุยกับเราเลย เงียบใส่เหมือนกัน คนอื่นก็ถามว่าเป็นอะไร เราก็ตอบว่า เปล่า 

              จากนั้น เราก็เดินกลับที่พักก่อน ตอนแรกนึกว่าเราจะกลับคนแรก มีคนมาก่อนเรา คือ   มั น เรากำลังจะเดินเข้าไปทัก จู่ๆพี่ค่ายก็เดินมาหาเรา แล้วถามว่าเป็นอะไร เราก็เลยเล่าให้พี่เค้าฟัง เราก็เน้นย้ำอย่างดีนะว่า "ห้ามบอกใครนะ" พอเราถึงที่พัก ก็เห็น มั น อาบน้ำก่อนคนอื่น คือ ตอนนั้น โกรธมากก ทำไมไม่รออาบน้ำพร้อมกัน อาบน้ำเร็วเพื่อ? พอมั น อาบน้ำเสร็จ ก็หายไปไหนไม่รู้ แล้วเพื่อนก็เริ่มทยอยเข้ามา เพื่อเตรียมทานอาหารเย็น เราก็บ้า แจกกระดาษให้ทุกคนเขียน voice mail นั่นก็เพราะ เราเขียนไปเยอะมาก กลัวจะจับขึ้นมาเจอแต่ของเรา จากนั้น ข้าวก็มา แต่ มั น ยังไม่มา เราก็เลยวิ่งตามหามัน ทั่ววัด ก็ไม่เจอ พอพี่ค่ายเห็นเราวิ่งตามหาก็เลยบอกเราว่า มั น ปวดท้อง เลยไปกับพี่ค่าย เราก็โอเค หลังจากนั้น มั น ก็มา ตอนเรากินข้าว 

              พอกินข้าวเสร็จก็ขึ้นไปเตรียมของลงมาอาบน้ำ  พอถึงห้องเก็บของ คือ ผู้ชายทุกคนอยู่ในห้อง ห้องตรงข้ามคือห้องผู้หญิง เราก็เห็น มั น ถือเสื้อมา เลยคิดว่าน่าจไปซื้อเสื้อมาละมั้ง เลยถามไปว่า "ไปเสื้อมาหรอ" มั นก็ตอบกลับมาอย่างโหดแบบเสียงดังว่า "จะเสียงดังทำไม" เอ้า แค่ถามเองนะ โอเคไม่ถามต่อก็ได้ คือ ทุกคนในห้องเงียบ เพราะ เสียงมั น คนเดียว อะไรจะน่ากลัวเบอร์นั้น 
               จากนั้นมันก็เดินมาทางเรา แล้วยื่นเสื้อตัวนั้นในมือมาให้ แล้วพูดว่า"ให้"
               เราก็ยืนขึ้นแล้วถามมั นไปว่า "ซื้อให้ทำไมอะ"
               มั นก็บอกว่า"ก็เห็นไม่ได้มาเชียงใหม่บ่อยๆ แล้วอยู่ตั้งโคราชไม่ได้มากันง่าย เลยซื้อให้"
               เราก็รับเสื้อ แล้วมั นก็ดึงเราเข้าไปกอด แล้วก็ลูบหัว 
               เรานี่สตั้นเหมือนคนอื่นในห้อง และผู้หญิงที่มองเข้ามาข้างในห้อง วินาทีนั้น ไม่ว่าจะ กระเทย ผู้ชาย ผู้หญิง ก็กรี๊ดอ่ะ ตอนนั้น จากนั้นเราก็ลงไปอาบน้ำ ตอนอาบ ก็คิดนะว่า ที่มันทำ คือเรา สถานะอะไรกัน จากนั้น พี่ค่ายก็เรียกรวมตัว แล้วก็แจกอุปกรณ์ให้เอาไปทำการพรีเซ้นต์ พรุ่งนี้  เรากับมั น ก็เล่นกัน ป้อนขนมกัน เพื่อนในค่ายก็แซวกันจัง 

               จากนั้นก็ถึงเวลาเข้านอน นี่ ลืมไปเลยนะว่า มั น นอนข้างเราตั้งแต่วันแรก พวกเราก็นอนจ้องตากัน แต่ไม่ได้ดีดยางใส่กัน จากนั้น มั นก็กอดเรา เอาเราเข้าไปใกล้  เราก็เขิลแล้วเขิลอีก ไม่รู้จะเขิลท่าไหนก็เอาผ้ามาคลุมหน้า พอเอาผ้าออก มั น ก็โน้มลงมา "จูบ" ที่ริมฝีปากของเรา มันคือ การจูบ นั่นคือ จูบแรกของเรา ก่อนเราจะหลับ เราก็ถามไปว่า เรา 2 คนเป็นอะไรกัน มั นบอกว่า ''แ ฟ น ไ ง"


25/07/59
              
เราตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของบุคคลที่เราเรียกว่าแฟน กิจกรรมของวันนี้ก็คือ พรีเซ้นงานเมื่อวาน กับ ขึ้นพระธาตุดอยสุเทพ
    
                ข้ามไปตอนขึ้นพระธาตุเลยละกัน เพราะ พรีเซ้นงานไม่มีอะไรมาก แปปเดียว
                รถของเราก็อยู่ที่ตีนเขา เราต้องขึ้นรถแดงขึ้นไป เป็นการขึ้นดอยที่เวียนหัวรุนแรงมาก จากนั้น เราก็ขึ้นไปชมพระธาตุดอยสุเทพ เดินวนไปรอบนึง มั น ก็เห็นที่ขายกระดิ่งไว้ผูก มั น ก็ไปซื้อ ตอนแรก นึกว่าจะซื้อ สอง แต่ทำไมซื้ออันเดียว มั น บอก "จะได้เขียนชื่อเราลงในนี้ทั้งสองคนไง"
แล้วเราก็เอาไปห้อยที่พระธาตุ พอลงมาข้างล่าง มั น ก็อยากกินก๋วยเตี๋ยว เราเลยไปนั่งอยู่ด้วยกัน 2 คน จู่ๆ ก็มีเพื่อนคนนึงมาถามว่าก๋วยเตี๋ยวอร่อยไหม มั น ตอบไปว่า"ไม่อร่อย" เราก็งงสิ เห็นมั นกินเอากินไม่อร่อยยังไง เราก็เลยถามออกไป มั นเลยตอบกลับมาว่า "เพราะ จะได้ไม่กิน เราจะได้นั่งกัน  2 คนไง" อืมมมม เขิลจนตัวจะบิดแล้ว
   
                  จากนั้น พวกเราก็เดินทางกลับที่พัก พี่ๆก็ให้เราอาบน้ำ แล้วแจกเสื้อชาวเหนือให้เราใส่ ก็คือ พี่ๆ ก็จัดขันโตก และการแสดงให้เราได้ดู สนุกมาก แล้วเราก็ทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ ก็ให้พี่ๆ ผูกให้จนหมด พอครบทุกคนเสร็จ มั น ก็ผูกให้เราเส้นหนึ่ง แล้วเราก็แยกกันเข้านอน ตอนนอนก็เหมือนเมื่อวานอะแหละ ไม่เล่าแล้ว เขิล

26/07/59
               
มีพบก็ต้องมีจาก   เป็นเรื่องธรรมดา
       มีคนบอกไว้ว่า ความสุขจะทำให้เวลาเดินเร็ว เหมือนอย่างวันนี้ คือเราที่ต้องกลับแล้ว พวกเราขึ้นรถทัวร์แต่เช้า  เราย้ายไปนั่งข้าง มั น นั่งกุมมือ กันตลอดทางกลับ บางครั้งก็เผลอหลับไปซบไหล่อยู่หลายครั้ง 
        มีอยู่ตอนนึงที่พี่ๆ ให้ลงไปเข้าห้อง ไปซื้อของกิน เราเป็น 2 คนสุดท้ายที่ลง ก่อนลง มั น ก็ดึงข้อมือเราให้เราหันไปหา แล้วก็ดึงเราเข้าจูบ
        และแล้วเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราก็ถึงม.  เราได้อยู่ด้วยกัน แน่นอนก่อนจากลา เราก็อยากได้จูบจากลา เรากำลังโน้มตัวไป อยู่ดีๆ พ่อ ก็ขับรถเข้ามาข้างในเลยจ้า ดีนะ ยังไม่ทำอะไร  เราก็ขึ้นรถพ่อ แล้วก็กลับโคราช........
SHARE
Written in this book
ครั้งแรก

Comments

nananatte
2 years ago
ขออนุญาตกรี้ด ตอนให้เสื้อคืออ่านแล้วกรี้ดหนักมากค่ะ เขิลแทน (((>___<)))
Reply
Pantos
2 years ago
จริงๆ รายละเอียดเยอะกว่านี้ แต่ใช้เวลาเขียนไป 4 ชม. เลยรีบพิมพ์ให้จบนะครับ
nananatte
2 years ago
จำแม่นจังเลยค่ะ รายละเอียดแน่นมาก
ช่วงท้ายนี่อ่านแล้วเขินแทนเลย แหม...
Pantos
2 years ago
พิมพ์มาจากไดอารี่เก่านะครับ กลัวมันจะหายไป เพิ่งค้นเจอ55555