นานแล้วที่ไม่ได้พูดอะไร
วันนี้เป็นวันธรรมดาวันหนึ่งที่ฉันตื่นเช้าเป็นพิเศษ ทั้งๆที่เป็นวันหยุด ใครๆก็บอกว่าการตื่นเช้าเป็นเรื่องที่ดี อาจจะเพราะมันทำให้เรามีเวลามากกว่าคนอื่นๆ แต่ฉันคิดว่ามันอาจจะทำให้ฉันคิดอะไรได้มากกว่าปกติ

นึกย้อนไปย้อนมากับชีวิตตัวเอง ไม่ว่าเป็นเรื่องงานที่ยังปิดแบบไม่สวยงามและสมบูรณ์แบบในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ครอบครัวที่ก็ยังเป็นห่วง และความสัมพันธ์ที่เหมือนกำลังจะดีขึ้น
ฉันกลับคิดได้ว่า ช่วงชีวิตหนึ่งของตัวเองเคยเป็นเหมือนดอกไม้ที่บานสะพรั่ง โลกนี้น่าอยู่และสวยงาม ดำเนินชีวิตบนรสนิยมอันสวยหรู ทุกสิ่งที่ทำล้วนบรรจุไปด้วยความรักปราศจากการถูกบังคับ แต่ตอนนั้นฉันก็มีความทุกข์

จนกระทั่งถึงเวลาเปลี่ยนวัย วัยที่สังคมเป็นคนกำหนดหน้าที่และบทบาท ทั้งๆที่เราต่างไม่เคยโตเพราะอายุกันได้สักคน เราทุกคนต่างเติบโตด้วยประสบการณ์ การต่อสู้ในชีวิตมิใช่ตัวเลข

เมื่อย่างเข้าอายุที่ใครๆ ก็บอกว่านี่แหละคือ ผู้ที่เติบใหญ่แล้ว สิ่งแรกที่ฉันรู้สึกได้เป็นอย่างแรกคือ ความคาดหวังจากคนรอบข้าง คนรอบข้างที่ว่าเนี่ย จะไม่สนใจก็กระไรอยู่ เพราะพวกกเขาก็คือคนที่มีพระคุณ สิ่งที่ฉันทำตอนนั้น อาจจะดูเนรคุณไปบ้าง แต่เพราะเราไม่เคยเติบโตจากอายุกันได้เลยสักคน ไข่ในหินคงจะไม่ได้ฟักเป็นไก่ หากไม่มีใครทุบหินให้มัน 
เราเติบโต เพื่อน้ำตาเช็ดหัวเขา เราเรียนรู้ จากการล้มเหลวเป็นพันๆครั้ง เพื่อให้เราประสบความสำเร็จสักครั้งหนึ่ง

เหมือนความสัมพันธ์ที่ครั้งหนึ่งเราต้องทะเลาะกัน เพื่อให้เรากลับมารักกันมากขึ้น ไม่ใช่เพื่อปล่อยมือกันไป เราเริ่มคิดเเล้วว่า คนที่เป็นเหมือนจิ๊กซออีกอันที่เข้าคู่กันพอดี คงจะไม่มีจริง เราต่างเป็นจิ๊กซอที่อยู่ตรงกลางของกระดาน เราต่างเป็นมีแผลและอดีตที่ไม่สวยงาม เพื่อให้เราได้ขัดเกลาตัวเองเป็นจิ๊กซอที่สามารถยืดหยุ่น ปรับตัวเข้ากับทุกสภาพ ถ้าเราไม่ลองสวมกับจิ๊กซอตัวอื่นเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราปรับตัวอย่างไรกับจิ๊กซอตัวอื่น

เราต่างเติบโตจากน้ำตา ความล้มเหลว
ขอบคุณเรื่องเหี้ยๆในชีวิตที่เข้ามาเพื่อตบหน้าเรา แล้วกระชากความไร้เดียงสาแห่งความเยาว์ของพวกเราทุกคน เพื่อเปิดโอกาศให้เราได้วัวหายล้อมคอก ติดเขี้ยวเล็บให้ตัวเอง แล้วให้เราเลือกเองว่าจะใช้มันเพื่อทำร้ายคนอื่นหรือปกป้องตัวเอง

เราทุกคนต่างมีไฟ อยู่ที่เราจะใช้เพื่อแผดเผา หรือ ใช้นำทาง มันก็สุดแล้วแต่เรา

SHARE

Comments