[Black Dog and Me: 1] ฉันที่เปลี่ยนไป
ฉันยิ้ม แต่ฉันก็ไม่ได้ยิ้ม
ฉันหัวเราะ แต่ฉันก็ไม่ได้หัวเราะ
ฉันเศร้า และฉันก็ร้องไห้

ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่ตอนไหน บางทีอาจจะตั้งแต่มัธยมปลาย บางทีอาจจะตั้งแต่ตอนเข้ามหาวิทยาลัย

ฉันไม่รู้เลยจริงๆ...

สิ่งที่ฉันรับรู้ได้คือ พอรู้ตัวอีกที ฉันก็ไม่เป็นตัวฉันคนเดิม ไม่เป็นตัวฉันที่ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย ทันคนอีกต่อไป ฉันพบว่าตัวเองต้องใช้สมาธิค่อนข้างมาก ในการฟังว่าคนอื่นพูดอะไรกัน ฉันพบว่า หลายๆครั้งฉันไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรดี จะยิ้มดีไหม จะหัวเราะดีหรือเปล่า ฉันพบว่าฉันเศร้า และร้องไห้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ

โลกของฉัน มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...
 คุณพ่อเคยอิจฉาฉันที่ฉันหลับง่ายมากๆ ฉันนอนน้อยหรือมากแค่ไหนก็ได้ หลับตอนไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่กับตอนนี้เลย การนอนหลับของฉัน มันยากขึ้นเรื่อยๆ ฉันใช้เวลานานมากกว่าจะหลับได้ อาจจะสักครึ่งชั่วโมง หรือเป็นชั่วโมง และเมื่อหลับได้ ฉันก็ต้องตื่นขึ้นมากลางดึกบ่อยมากๆ น่าจะแทบทุกๆ ชั่วโมงเลยก็ว่าได้ ฉันไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุกอีกแล้ว เพราะฉันจะตื่นก่อนที่นาฬิกาปลุกจะดังเสมอ

มันเป็นความรู้สึกที่เหนื่อย เมื่อพบว่าฉันนอนหลับไม่เหมือนเคย ทั้งที่ปกติฉันก็ตื่นเช้าอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ฉันต้องตื่นเช้ากว่าเดิม ทั้งที่ไม่ต้องการเลย

ฉันเคยลองไม่ตั้งนาฬิกาปลุกเลย กะว่าจะนอนทั้งวันให้เต็มอิ่ม จัดที่นอนให้สบายที่สุดเท่าที่ทำได้ และก็พบว่า ฉันสะดุ้งตื่นตอนประมาณตีสาม เมื่อฉันพยายามข่มตาหลับ ฉันก็สะดุ้งตื่นอีกทีตอนตีห้า

มันน่าหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

ฉันไม่คิดว่าตัวเองร้องไห้ง่ายหรอกนะ อย่างน้อยฉันก็ไม่ใช่คนคิดเยอะ และชอบเก็บอะไรมาคิด ฉันร้องไห้เฉพาะตอนที่ฉันอ่านหนังสือเศร้าๆ หรือดูหนัง แต่ไม่ใช่กับการร้องไห้ให้เรื่องของตัวเองแน่ๆ

คนรอบตัวมักจะบอกว่าฉันเป็นคนใจร้อน ฉันตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้ฉับไว เพราะฉันคิดว่าการเอาแต่ยึกยักไปมามันเสียเวลา ฉันไม่ชอบการไล่เดินตามคนอื่น หรือเอาแต่ทำตามสิ่งที่คนอื่นบอกให้ทำ ครอบครัวสอนให้ฉันกล้าที่จะแสดงออกในแบบของตัวเอง แต่แน่นอนว่าก็ต้องมีวิธีการพูดที่ดี และมีวิธีการวางตัวที่ดี

ภาพลักษณ์ของฉันในสายตาของคนอื่น จึงดูเป็นคนที่เข้มแข็งมากๆ

เมื่อก่อนฉันมีประโยคที่ฉันติดปากมากคือ “ช่างมันเถอะ”

ฉันไม่ชอบความเครียด เพราะถ้าเครียดฉันจะเป็น hyperventilation หรือถ้าเป็นภาษาไทยคือ โรคหอบทางอารมณ์ มันทำให้ฉันเหมือนคนที่เพิ่งไปวิ่งมาสองชั่วโมง แขนขาของฉันชา เหมือนว่าอากาศหนาวจนตัวเกร็งไปหมด นั่นมันแย่สุดๆ

ฉันคิดว่าตัวเองจะสามารถเป็นคนที่อารมณ์ดีที่สุดได้ ฉันคิดว่าตัวเองจะเป็นคนที่สบายๆ กับทุกสิ่งได้

ฉันเคยคิดแบบนั้น...

จนฉันพบว่าตัวเองได้เปลี่ยนไปแล้ว...

การร้องไห้...เป็นสิ่งที่ฉันไม่ชอบเลย เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณปล่อยให้น้ำตาเพียงหนึ่งหยดหล่นลงมา คุณก็จะพบว่าน้ำตาของคุณจะไหลออกมาเป็นสาย และอาจจะมาพร้อมกับอาการสะอื้น เมื่อการร้องไห้ผ่านพ้นไป สิ่งที่เหลือก็จะเป็นอาการต่างๆ ที่ตามมาอีก ทั้งอาการปวดหัว ตาแห้ง ปวดตา ตาบวม และหลายๆ อย่าง

ฉันไม่ชอบการร้องไห้ แต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่การร้องไห้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉันไปแล้ว

จุดเริ่มต้นของการร้องไห้ คงเหมือนกับมีสุนัขสีดำวิ่งผ่าน สุนัขสีดำของฉันก็คือ ความรู้สึกแย่ๆ มันวิ่งผ่านเข้ามาในจิตใจของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกแย่ๆ แล้วก็นั่งจ้องฉันเหมือนจะให้ฉันเล่นด้วย ให้ฉันได้เศร้า และร้องไห้ออกมา

หลายครั้งที่ฉันทำเป็นไม่สนใจมัน คิดว่าเดี๋ยวมันก็จะวิ่งไปที่อื่นแทน

แต่ฉันคิดผิด...

มันวิ่งวนไปมา พอฉันไม่สนใจ มันก็วิ่งไปแอบ แล้วก็กลับมาใหม่ ราวกับว่าจิตใจของฉันคือ บ้านของมัน หรืออาจจะเป็นสนามวิ่งเล่นของมัน

ฉันเมินมันไม่ได้อีกแล้ว แต่ฉันก็ไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาได้ ไม่ใช่ตอนที่ฉันนั่งเรียนอยู่ในห้องแน่ๆ

นับว่าเป็นโชคดีอยู่บ้าง ที่มันชอบออกมาวิ่งเล่นตอนกลางคืน บางทีอาจจะเป็นเพราะอากาศเย็นๆ หรือไฟสลัวๆล่ะมั้ง ฉันสามารถร้องไห้ได้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวว่าคนจะตกใจ หรือกลัวว่าใครจะเห็น

เป็นช่วงเวลาที่ฉันชอบ และช่วงเวลาที่ฉันเกลียด

ฉันเกลียดที่ต้องร้องไห้ออกมา พร้อมกับความรู้สึกแย่ๆเต็มไปหมด แต่ก็ชอบที่อย่างน้อยก็เป็นช่วงเวลากลางคืน

อีกสิ่งหนึ่งที่ฉันพบว่าตัวเองได้เปลี่ยนไป ก็คือ ความจำ

ฉันพบว่าฉันใช้เวลาทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ นานขึ้น และทั้งที่ฉันเพิ่งอ่านไป เมื่อฉันจะเขียนคำตอบ ฉันก็พบว่าฉันจำอะไรไม่ได้เลย ราวกับว่าฉันไม่เคยอ่านมันมาก่อน

ในบางครั้งฉันคิดว่าฉันจะหาข้อมูลสักเรื่องหนึ่ง แต่เพียงแค่ชั่วครู่ที่ฉันเปิดโทรศัพท์ แล้วเข้าเว็บ ฉันก็พบว่าฉันจำไม่ได้แล้วว่าฉันจะหาข้อมูลอะไร

ฉันพูดกับตัวเองในหัวบ่อยมาก เพราะกลัวว่าจะลืมอะไรไป ฉันจะคิดถึงการบ้านที่ต้องทำ วิชาที่ต้องเรียน งานต่างๆ ตลอด เพื่อให้ตนเองไม่ลืม แม้ว่าสุดท้าย ฉันก็จะลืมอยู่ดี

ฉันไม่ชอบตัวเองตอนนี้เลย... 


 
SHARE
Written in this book
Black Dog and Me
การต่อสู้ของฉันกับเจ้าหมาสีดำ
Writer
Reindear1998
ผู้ป่วยแผนกจิตเวช
Now, I am fighting with my metal health.

Comments