เรื่องของที่ปรึกษา กับ ความรักผ่านตัวอักษร Ep 2.
เพื่อใครยังไม่ได้อ่าน Ep แรก ที่ไม่ได้เขียนว่า Ep แรก ก็ไปหาอ่านกันก่อนนะ

เดี๋ยวจะต่อไม่ติด เชื่อเรา ชื่อเดียวกัน แต่ตัด Ep 2. ออก แค่นั้นเองงงง

ผ่านตัวอักษรยังไง หลายๆคนที่อ่านอาจจะงงๆ เราขอเกริ่นนิดๆ ว่าเรานั้นเป็นคนที่ชอบแต่งนิยายอยู่เป็นนิจ อันนิยายของเราส่วนใหญ่นั้น จะเป็นเรื่องสั้น เพราะไม่มีปัญญาอดทนแต่งเรื่องยาวจบได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นิยายของเราก็มักจะเล่าเรื่องราวต่างๆในชีวิตของเรา อ๋อ แน่นอนว่า เรื่องของเขาคนนั้นด้วย
เรื่องเล่า...ของทานตะวันนิยายเรื่องยาวเพียงเรื่องเดียวของเรา ที่เขียนเล่าเร่ืองราวต่างๆ โดยมีตัวละครหลักๆมาจากชีวิตจริงเป็นส่วนใหญ่ และที่สำคัญ พระเอกและนางเอก คือการแทนตัวเรา และเขาลงไปในนั้น

ชื่อตัวละครที่มีความหมาย...แต่เขาอาจจะไม่รู้ ชื่อที่ได้มาจากชื่อของเขานั้นแหละ 

และอีกหลายๆเรื่องที่เราแต่ง แล้วเล่าเรื่องราวของเราทั้งสองคน ซึ่งเราอยากจะให้เขารู้ แต่ก็คงคิดว่าเขาอาจจะไม่มาใส่ใจเรื่องพวกนี้หรอก แค่แชทเราบางครั้งเขายังไม่ใส่ใจเลย

เรากับเขาได้ย้ายมาอยู่ใกล้ๆกัน โดยมี มหาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นตัวนำและชักพา บางครั้งก็แอบคิด มหาลัยนี้ ทำเรื่องไว้กับเราเยอะมาก และที่สำคัญยังเป็นที่แรก ที่ทำให้เรารู้สึกว่า โลกของมหาลัยไม่ได้มีแต่จุฬา มช และ มข

...แต่ถึงแม้เราจะอยู่ใกล้กัน พวกเราก็ยังคงมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนเดิม นั้นก็คือ ติดต่อกันผ่านตัวอักษร... 
ใช่แชท ผ่านตัวอักษร ไม่เคยที่เราจะโทรหากัน ไม่มีเบอร์ของกันและกัน(แต่ครั้งหนึ่งเราเคยเอาโทรศัพท์เขาโทรเข้าเครื่องเรา แล้วแอบจดเบอร์เอาไว้) จนเพื่อนเรายังเคยพูด ...แล้วงี่ถ้าเขาไม่ตอบแชทมึง มึงก็ต้องรอเขาไปยังงี่หรอ... ก็คงอย่างงันแหละ

เราชอบแคปหน้าจอแชทที่คุยกันไว้... เพราะเวลาเรากลับมาอ่านแล้วมันรู้สึกมีกำลังใจ แม้กระทั้งแคปหน้าจอที่มันขึ้นแจ้งเตือนเวลาเขามาไลค์รูป ซึ่งแม่งนานๆทีมาไลค์ เหมือนโรคจิตเลยเนอะ แต่เราเชื่อว่า แม่งต้องมีคนทำเหมือนเรา

ก็เพราะการชอบแคปนั้นแหละ ทำให้เราเห็นว่า บางครั้งเราคุยกับเขา เหมือนกับว่าเขามีความห่วงเราอยู่ในสาระบบหน่อยๆ(เข้าข้างตัวเองก็มา) หรือพอย้อนไปอ่านก็ทำเรายิ้มออกมา :) และที่สำคัญมันยังทำให้เราจำได้ด้วยว่าวันต่างๆนั้นพวกเราไปทำอะไรด้วยกันมาบ้าง 

อาทิตย์แรกแห่งการเปิดเรียน...
ปีหนึ่งเทอมหนึ่ง เราไม่ได้ลงตารางเรียนเอง เพราะมหาลัยลงให้ ก็เลยทำให้เราได้เรียนห้องเดียวกันกับเพื่อนในกลุ่ม ซะเป็นส่วนใหญ่ และเหมือนช่วงนั้นเปิดเทอมแรกๆ เขาคนนั้นก็ไม่ได้เรียนมั้ง ส่วนไอ้ตัวเราก็ต้องเข้าห้องเรียน เลยลองๆชวนเขามาเรียนดู แล้วเขาก็มา...

ฝันมากอะตอนนั้น กับการที่มีเขามานั่งเรียนข้างๆด้วย ...ปกติเรามักจะหลับในห้องเรียน วันนั้นหรอที่เขามานั่งด้วย ตาสว่างมากเลยจ้าาาา

และก็ได้เข้าไปอยู่ในสตอรี่ของเขาเป็นครั้ง ‘เมือกี้เป็นเด็กวิทยา ตอนนี้เป็นเด็กเกษตร’ จ้าาาา

แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยโคจรมาเจอกันอีก ทั้งในห้องเรียน และตึกเรียน (คือมีเพื่อนอยู่วิดวะยังเจอมัน แต่กับเขาคนนั้นไม่เคยจะเจอเลย) แทบจะไม่เคยเจอกันโดยบังเอิญเลยอะ

ใครอยู่ ม.เกษตร จะรู้จัก 'ตะลัย' อาจจะดีไม่ดีก็แล้วแต่การใช้บริการ และก็จะรู้ดีว่า ไอ้ตะลัยเนี้ย แม่งอยากมาก็มา จะไม่มาเลยก็ได้ คนใช้งานก็จะหันไปพึ่งพาคุณวิน จนคนขี้งกอย่างเราต้องโทรศัพท์ขอพ่อ ให้ส่งมอไซมาให้จากบ้านมาให้ 

จากที่ปกติกลับหอเร็วๆ กลายเป็นว่าพวกเราจะออกไปหาไรกินข้าวด้วยกันเย็นๆ(พัฒนาไปอีกขั้น ด้วยการไปกินข้าวเย็นด้วยกันจ้า) โดยเขาคนนั้นอัพตอรี่(ในไอจี)ว่า 'มีมอไซแล้ว จะแดกดึกแค่ไหนก็ได้' นี้ก็แอบคิดในใจ กูขับนะ ไม่ใช่มึงงง 5555555
คือบอกก่อนว่าเขาคนนั้น ขับมอไซไม่เป็นนะ เคยถามว่าตอน ม.ปลาย เวลาออกไปข้างนอกไปไง เขาก็บอก ไม่วิน ก็ให้แฟน(เก่า)ขับ แล้วซ้อน จ้าาาาา ใช่ว่าไม่เคยให้ผู้ชายซ้อนสักหน่อย

ช่วงแรกๆเราเลยต้องเป็นคนขับ แล้วให้เขาซ้อน แต่พอมานั่งคิดๆแล้ว สอนมันขับรถเถอะ เพื่อจะได้เปลี่ยนจากคนขับมาซ้อนบ้าง(ต้องเข้าใจด้วยว่า เราเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ(เตี้ยก็ได้) ส่วนเขาตัวสูงกว่าเราไปเยอะเลย) เราก็เลยจับเขาคนนั้นหัดขับมอไซซะ...และทุกวันนี้ก็แอบคิดว่า 'ดีแล้วที่สอนเขาขับรถ' ทำไมอะหรอ??

อ่านต่อสิ...(ยาวหน่อยนะเรื่องนี้)

ตอนเทอมหนึ่ง... ซึ่งเป็นช่วงที่เขายังขับรถไม่แข็ง และตอนนั้นเราเข้าร่วมทีมโต้วาที ทำให้กลับหอค่ำๆบ่อยๆ ทุกวันเราจะกลับพร้อมกันตอนสองทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาที่หอสมุดปิด เขานั่งรอที่หอสมุด ส่วนเราทำงานที่คณะ พอสองทุ่มก็ขอตัวบอก 'ไปรับน้อง' 

เราเป็นคนขี้ลืมมาก ลืมแม้กระทั้งลืมหยิบกุญแจรถออกจากหอ จนเขาบ่นว่า 'หาอะไรใหญ่มาห้อยไหม จะได้ไม่ลืม แต่น้องว่ายังไงพี่ก็ลืม' แหม่ พูดงี่ กล้าว่าฉันหรอ ได้... ตอนนั้นเรามีพวงกุญแจตุ๊กตาตัวหนึ่ง ที่ซื้อมาเพราะนึกถึงเขาอยู่ตัวหนึ่ง เลยเอามาห้อย แล้วเอาให้เขาดู

ตุ๊กตากระรอกสีเขียว หลับตายิ้ม อย่างน่ารักเลยละ คือเราก็เคยคิดนะว่ามันจะใหญ่ไปปะ เกะกะไปไหมอะไรอย่างงี่ แต่ทุกวันนี้มันก็ยังคงห้อยอยู่กับพวงกุญแจรถเหมือนเดิม และที่สำคัญคือมีการตั้งชื่อให้ด้วยนะ... โดยชื่อที่มาที่ไปก็มาจากการที่เขา มักจะติดรถเรามาเรียน หรือเรามารับเขา เพราะตะลัยคนเต็ม และวินไม่มี ใช่ ตุ๊กตาตัวนั้นที่เราเรียกว่าลูกชื่อ 'ตะลัย' 

หลังจากจบโต้วาที เขาคนนั้นก็ได้เริ่มทำงานในแลป ซึ่งวันไหนทำงานก็จะกลับหอค่ำๆ สี่ทุ่มห้าทุ่มตอนนั้นก็ไม่มีวินแล้ว กลับหอไงละ อ๋อ วินส่วนตัว เจ้าตะลัยไงละ... ใช่ เขาให้เราไปรับ ตอนดึกๆ ในหลายๆคืน จนตอนนั้นกลายเป็นชีวิตประจำวันและโดนพี่เมทแซวเรื่องไปรับเขาเลยละ 

เรารู้ได้ไงว่าเขาจะกลับแล้ว ...ก็คงต้องบอกว่า เขาจะทักแชทมา... นั้นเข้าใจยังว่าทำไมเราถึงติดโทรศัพท์ ก็เพราะแชทมันจะดังแค่ครั้งเดียว เป็นการแจ้งเตือนแค่ตอนข้อความเข้า ถ้าเราไม่ว่างหยิบโทรศัพท์ตอนนั้น เขาก็ต้องรอต่อไป 

มาทีเจ้าตะลัย...ลูกรักของเรา ได้รับความเอ็นดูจากหลายๆคนเลยละ ทั้งป้ามัน(พี่สาวเรา) เพื่อนๆเรา แม้กระทั้งอาจารย์ของเราเอง และคนที่ดูเหมือนเจ้าตะลัยจะรักมากที่สุด คงเป็นคุณอาของเขา(เขาคนนั้น)ทั้งยังเป็นหลานรักอีกตั้งหาก เพราะไม่เคยดื้อกับอาเขาเลย... พอกับแม่มันนะ ดื้อเอาดื้อเอา...

ดื้อไงหรอ... ก็แบบสตาร์ทรถไม่ติดอะ แต่พออาเขาสตาร์ท ติดได้ตั้งแต่รอบแรก จ้าาา มันอาจจะเป็นเพราะขาเราไม่มีแรงก็ได้ นี้คิดในแง่ดี 

ทำให้ช่วงหลังๆเรามักจะไม่ขับรถเอง ถ้าเขาไปด้วยก็ให้เขาเป็นคนขับ หรือถ้าไปรับเขา ก็จะให้เขาเป็นคนขับขากลับ จนถึงขั้นเราให้เขายืมรถขับ และเหมือนช่วงหลังๆโดนยึด

ก็เลยทำให้เราทำพวงกุญแจอีกพวงมา... วันไหนเขากลับดึกๆเราจะได้นอนเลยไม่ต้องรอตะลัย เช้ามาก็เอารถไปเรียนเลย แต่มันก็มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น

เขาไม่กลับหอ... ไม่คืนตะลัย รถหาย ไปจอดไหนก็ไม่รู้ เราเลยอัพตอรี่ 'คุณอาตะลัยยยย พาหลานเที่ยว แล้วไม่พากลับมานอนหอใช่ไหมมม ห๊ะ ลูกหาย' 

แล้วพี่สาวเราก็มาตอบ 'ตะลัยหนีเที่ยวหรอ เดี๋ยวโดนป้าด่านะ' ส่วนตัวเขาคนนั้นหรอ หึๆๆ จำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นง้อเราไง...

พอเทอมสอง เขาก็เอารถไปบ่อยมากขึ้น และที่สำคัญ เราเรียนแปดโมงเช้าทุกวัน ทำให้ตอนเช้าเราเอารถออกหอมาเรียน สายๆเขาเอารถไป เย็นมารับกลับหอแล้วไปทำงาน ดึกกลับหอมานอน... วนไปมาอย่างงี่ 

ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น ตอนเช้ามารับเราไปเรียน แล้วตอนเย็นก็มาส่งเรา แทบจะทุกวัน ด้วยเพราะตอนนั้นเขาต้องทำงานที่แลปจนดึก ลามไปจนเช้า

เช้ามาเขาก็จะทักเรา 'กำลังไปนะ' 'รออยู่ที่เดิมนะ' ตอนเย็นเราเลิกเรียนก็จะทักไปหาเขา 'ว่างเปล่า เลิกเรียนแล้ว' ไปมางี่ จนเพื่อนเราเกิดอาการหมั่นไส้... แหม่มีคนรับ-ส่ง

เราเลยกลายเป็นคนที่มีรถ แต่ไม่ได้ขับเอง มีคนรับ-ส่งจนเพื่อนแซวจนขี้เกียจแซว จนเพื่อนบางคนพยายามตามหาว่าหนุ่มใส่ช็อปคนนั้นคือใคร จนขี้เกียจตามหา

การโดนยึดรถ มันอาจจะทำให้เราไปเที่ยวไหนตามใจไม่ค่อยได้(ถึงแม้ส่วนใหญ่เราจะอยู่ติดหอซะมากกว่า) แต่มันก็มีข้อดี ตรงที่เราจะได้เจอเขาทุกวัน เช้า-เย็น แม้จะแค่ไม่กี่นาที แต่ก็ดีกว่าที่ไม่ได้เจอเลยเหมือนสมัยก่อน


ครั้งหนึ่งคอมเราติดไวรัสมั้ง(จำสาเหตุที่เอาไปล้างไม่ได้ละ) ตอนนั้นก็พึ่งขึ้นมาอยู่กรุงเทพใหม่ๆ ไม่รู้ว่าจะเอาไปร้านไหน เขาเลยบอกเรา 'เอามาให้ล้างได้นะ' หึๆๆ ดี จะได้ไม่ต้องเสียตังค์เยอะ เราก็เลยส่งคอมให้เขาไป...และโดนบ่นกลับมา 'ทำไมม้วนสายคอมแบบนี้' งืออ โดนเด็กด่าว่ะ
หลังจากที่ได้คอมกลับมา เขาก็พูดกับเราเรื่องสายคอม ว่าให้ดูแลดีๆ มันจะได้ไม่พังเร็ว อยู่ไปนานๆ เราก็เออๆ รับปากไป เขาก็บอกเรา 'ถ้าเห็นว่าเก็บไม่ดีอีกจะยึดคอม' เอิ่มม

คิดว่าเราใส่ใจไหม... ก็ไม่เท่าไร เพราะถึงยังไง ปกติสายคอมมันก็กองๆอยู่ข้างโต๊ะอยู่แล้ว แต่มีวันหนึ่งที่ต้องเก็บคอมไปทำงานใน ม. เราก็ม้วนสายตามแบบปกติไป เสียงของเขาก็ลอยเข้ามาในหัว เลยรื้อออมาแล้ว แล้วม้วนดีๆ พร้อมกับอัพไอจี 'กำลังเก็บคอม กำลังม้วนสายชาร์ต แม่งเสียงหนึ่งลอยเข้ามา ถ้าเก็บไม่ดีจะยึดคอม กูนี้นั่งรื้อแล้วเก็บใหม่เลยจ้า' แล้วเขาก็ตอบไรผ่านไดเรกไอจี 'ทำดี สายชาร์ตจะได้อยู่ไปนานๆ' หลังจากนั้น เลยกลายเป็นว่าเราจะนั่งม้วนสายดีๆทุกครั้ง จนชิน

 อ๋อ...ตอนที่เข้าหอใหม่ๆ คอมพี่เมทของเรามีปัญหา เปิดไม่ติด พี่ๆก็เลยนั่งงมกัน เราก็แบบ 'เออพี่ หนูมีเพื่อนเรียนวิดวะคอม ให้หนูถามมันไหม' ก็ได้รับการตอบกลับมาว่า ถามแม่งเลย... เราก็ทักถามเขาคนนั้นไป เขาก็ตอบกลับมาอย่างผู้มีความรู้ จนเราต้องยื่นโทรศัพท์ไปให้พี่เมทดูว่าควรทำไง

แล้วพี่เมทก็บอก โทรไปถามได้ไหม ไอ้ชิบ ไม่เอา ไม่โทร ไม่เคยโทรหาเขา เราก็โวยวายไป และนั้นทำให้พี่เมทรู้ว่าเราชอบเขา ก็ยังดีที่พี่เมทใจดี ไม่แกล้งน้องมากไป ก็เลยใช้วิธีการถ่ายรูปส่งไปให้เขาดู แล้วเขาก็ตอบกลับมาว่าควรทำไง... ผ่านตัวอักษรเช่นเคย

มีช่วงหนึ่งเราติดชาเย็นมากๆ และชาเย็นที่กินต้องเป็นชาเย็นเซเว่นแก้ว 18 เท่านั้น เรามักจะซื้อกินวันละแก้ว(เยอะไปกว่านั้นเบาหวานอาจจะถามหาได้) และเขาเองก็ชอบกินชาเป็นนิจ(อะไรก็ได้ที่ขึ้นชื่อว่าชา) เวลาจะให้เขาทำงานให้ก็จ้างด้วยชาเนี้ยแหละ เขาก็ชอบมากด้วยนะ

แต่ถ้าเราเครียดมากๆ เราจะซัดชาเย็นเหมือนน้ำเลย เขาคนนั้นก็รู้ดี ก็จะบ่นเราหน่อยๆ แต่มันช่วยทำให้เราหายเครียดอยู่นะ ยิ่งตอนนั้นเราเรียนวิชาหนึ่ง แล้วเปิดวอร์กับอาจารย์บ่อยๆ เราก็จะชอบบ่นให้เขาฟัง

วันนั้นก็เช่นกัน เราก็บ่นให้เขาฟัง เขาก็เลยส่งรูปชาเย็นแก้วสีฟ้านั้นมาให้แล้วบอก 'อะ ชาเย็น' พอเราเห็นแล้วก็มองแก้วชาเย็นที่อยู่ตรงหน้า ถ่ายรูปกลับไปพร้อมกับชูสองนิ้ว จำแล้วไม่ได้ว่าตอนนั้นตอบไปว่าอะไร แต่ที่แน่ๆ วันนั้นเรายิ้มตลอดคาบ จนเพื่อนแปลกใจอะอะ...ชาเย็น

ชมพูพันทิพย์...ดอกไม้สีชมพู 

เราชอบดอกชมพูพันทิพย์ อยากจะไปถ่ายรูปเวลามันออกดอกที่กำแพงแสนเลยละ ตอนที่มันออกครั้งแรก เราก็จะไปละ แต่เขาคนนั้นบอกเรา 'อย่าพึ่งไปตอนนี้เลย มันยังไม่สวยหรอก' 

ก็เชื่อแหละ...เพราะเขาเรียนสาธิตเกษตร(กำแพงแสน)ไง 

วันหนึ่ง เราหัวร้อนสุดๆ ก็เพราะตัวเองนั้นแหละ ไม่ระวังเอง แต่ก็ยังมีความโชคดีจากคนที่เราต้องไปขอความช่วยเหลืออยู่ พอหลังจากทำธุระเสร็จ ก็เลยเดินไปตรงสะพานหลังตึกระพี

ที่ซึ่งสวยแหละมีดอกชมพูพันทิพย์กำลังร่วงลงมาสวยเลย เราหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายตรงสะพานนั้น ฝั่งติดกับต้นชมพูพันทิพย์ แต่หันหลังให้ตึกระพี  พร้อมกับอัพตอรี่ตรงสะพานนั้น แล้วก็เดินจากไป

ตอนที่นั่งกินข้าวอยู่ก็เล่นโทรศัพท์ไปตามปกติ ชื่อไอจีของคนคนหนึ่งที่เราคุยด้วยทุกวัน... เขาคนนั้น อัพไอจี เป็นรูปสะพานตรงนั้น

สะพานหลังตึกระพีที่เราพึ่งไปถ่ายมา แต่รูปของเขาหันเข้าตึกระพี เหมือนพวกเราหันหลังใส่กันแล้วถ่ายรูปออกมา พร้อมกับแคปชั่นเพ้อๆตามแบบฉบับเขา นั้นทำเอาเรายิ้มออกมา 

เราเลยลงรูปที่ถ่ายมา รูปดอกชมพูพันทิพย์กับสะพานว่า 'ขอบคุณความสวยงาม...ที่ทำให้เราสามารถยิ้มได้ในวันที่ไม่ดี :) ' และรูปนั้นเขาก็มาไลค์ด้วย กรีดร้องอย่างดีจ เพราะเขาแทบจะไม่ไลค์รูปเราเลย

ความสวยงามในวันนั้น ก็คือเขาเนี้ยแหละ
ต่อดอกไม้อีกสักเรื่อง...

ใครเรียนเกษตร จะรู้ดีว่ามันมี ปิดแยกแจกกุหลาบ ของเด็กวิศวะ... ที่จะมาแจกในวันวาเรน หรือวันที่มันอยากแจก(ตามที่รุ่นพี่บอกมา)

เข้ามาไม่ทันไร ก็มีการปิดแยกแจกกุหลาบ เราก็คุยกับเขาคนนั้นเรื่องดอกไม้เนี้ยแหละ ก็นะ สาวๆคนไหนก็อยากได้ดอกไม้จากหนุ่มๆทั้งนั้นแหละ ...แต่อินี้ปากแข็งไงเลยบอกเขาไป

เรา ; ช่างแม่งงงง เงินมีซื้อเองก็ได้
เขา ; ยืมตังค์ซื้อก่อน 5555555

เราเลยตอบแบบกวนตีนไป

เรา ; ... บล็อคแชทนี้ทำไงหรอ 5555555555

แล้วแชทที่เราคุยกับเขา ก็ถูกแคปแล้วไปลงไอจีตอรี่ของเขา พร้อมกับแคปชั่นว่า 'เมื่อยืมเงินพี่สาวไปซื้อกุหลาบวันปิดแยกฯ' 

ไม่จบเท่านั้น วันปิดแยก เราก็ไปเดินวนๆแถวนั้นนะ แต่ไม่ได้ดอกกุหลาบหรอก ก็อัพตอรี่ไป อะไรสักอย่างก็จำไม่ได้ อัพเสร็จก็ไปเรียนต่อมั้ง... ไม่ได้สนใจโทรศัพท์ 

พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็เจอกับข้อความของเขาคนนั้น 'ผ่านมาครับผ่านมา ได้ทุกคน 5555555' 'ผู้ชายยังได้เลย' หึ ไม่จริง ฉันเดินผ่านไปไม่เห็นจะได้... เราก็ตอบไปว่าไม่เห็นจะได้ ซึ่งถ้าเราเดินกลับไปเอาตอนนี้แยกก็วายแล้ว

เรื่องมันก็ล่วงเลยมาจน ปิดแยกแจกกุหลาบวันวาเรน...

เพื่อนเราบอกอยากได้ดอกกุหลาบจากหนุ่มสักคน ซึ่งพวกมันก็ให้เราไปบอกเขาคนนั้น ว่าเอามาให้หน่อย ดอกเดียวก็ได้ จ้างเลยก็ได้ จะเอาไปอัพอวดเพื่อนไรงี่... เออเราก็บอกเขาไปแหละ

วันนั้นเป็นวันพุธ ซึ่งเรามีเรียนแค่ถึงสิบโมง จะหนีกลับหอเลยก็ได้ ตะลัยก็อยู่กับเรา แต่วันนั้นเรากลับอยู่ รองานปิดแยก พร้อมกับพกกล้องมาด้วย

แต่ท้ายสุดแล้ว เราก็ไม่ได้หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายงานปิดแยกหรอกนะ... ตอนเที่ยงเดินผ่านก็ไม่ได้สักดอก เรากับเพื่อนเลยตกลงกันว่าจะไปทำงานที่หอสมุด ก็เดินเลยไปละ สักพักแชทดังขึ้น พร้อมกับมีคนส่งรูปมาให้เรา

เปิดดู เป็นรูปดอกกุหลาบสีชมพู พร้อมกับข้อความ 'เอาไหม' ไอ้เหี้ย ไม่เอาก็ไงแล้ว เอาดิว่ะ เอา... เราก็ตอบไปว่าเอา พร้อมกับการลากเพื่อนเดินกลับไปตรงแยกวิดวะ เพื่อรอเอาดอกกุหลาบดอกนั้นจากเขา

โดนแซวยับเลยจ้า... หลังจากที่ได้ดอกกุหลาบมา 

หลังจากแยกย้ายจากเขาแล้ว เราก็กลับมาทำงานที่หอสมุด...สักพักเขาบอกเราว่ายังไม่ได้ถ่ายดอกกุหลาบเลย หืมม แล้วอิรูปที่ถ่ายมาให้ฉันละ แต่เราก็ไม่อะไร เลยถ่ายรูปดอกกุหลาบนั้นกลับไปให้เขา

และก็เจอกับแคปชั่น 'หรือที่ฉันมีมันน้อยเกินไป....หรือว่าต้องการเป็นช่อใหญ่ๆ' หืมม เพ้ออีกละน้องกู เพ้อมาก 

เราเลยตอบกลับไปในไอจีที่ลงเฉพาะเรื่องราวของเขาว่า 
ไม่ได้อยากได้เป็นเป็นช่อสวยๆ หรือดอกไม้แพง...ขอแค่น้องเป็นคนให้ ต่อให้เป็นดอกหญ้า มันก็มีความสำคัญทั้งนั้นแหละ :) 

และถ้าทุกคนรู้ดี มันมีความเชื่อว่า ถ้าได้ดอกกุหลาบจากเฟรชชี่ ให้ตามเอาไปคืน ไม่งันจะอะไรสักอย่าง... แน่นอนว่าเราก็เชื่อ แต่เราไม่ได้คิดว่าจะได้ดอกกุหลาบจากเขาอยู่แล้ว 

ก่อนหน้านั้นเราสั่งดอกไม้มา เพื่อให้เขาในวันวาเรน แต่เราก็ไม่กล้าให้เขาตรงๆหรอกนะ เลยวางไว้ตะกร้าหน้ารถพร้อมกับเสื้อที่ใส่ประจำ เพราะตอนนั้นต้องถอดออก แล้วไปทำหน้าที่เป็นเด็กส่งดอกไม้ให้รุ่นพี่

ก็แอบบอกเขาว่าให้ไปเก็บเสื้อเราหน่อย กลัวหาย...เป็นการวางแผน ที่คิดได้ ณ ตอนนั้น เขาก็ โอเค...

แล้วก็ถ่ายรูป ส่งช่อดอกไม้เล็กๆ ช่อนั้นมาให้เราพร้อมกับถามว่าคืออะไร ให้เพราะอะไร เราเลยตอบ 'ให้คืน' 'และนั้นคือดอกละอองดาว ไม่ใช่เห็ดเข็มทอง อย่าเอาไปต้มกินนะ' คือเขาคิดว่ามันคือเห็ดเข็มทองไง(ของชอบเขาเลยจ้า)

เราก็เลยไปตั้งรูปโปรเฟส เป็นรูปที่ถ่ายเล่นๆก่อนหน้านั้น ที่เป็นเรายื่นดอกละออดาวออกไป พร้อมกับแคปชั่น 'อ๊ะดอกไม้... มันคือดอกละอองดาวนะ ไม่ใช่เห็ดเข็มทองนะ แต่ถ้าอยากได้เห็ดเข็มทอง เอาไว้ปีหน้านะ จะผูกเป็นช่อไปให้เลย...' และเราคิดว่า ปีหน้า เราจะเอาเห็ดเข็มทองมาผูกเป็นช่อไปให้เขา


เราว่ามันยาวไปแล้วละ... งันเอาไว้ต่อ Ep3. แล้วกันเนอะ

:)


 





SHARE

Comments