แมว 9 ชีวิต (Binkyeong) -1-

 "...จากเรื่องราวในอดีต ถูกเล่ากันปากต่อปากเรื่อยๆจนมาถึงปัจจุบัน สาเหตุที่พวกมันถูกเรียกว่า แมว 9 ชีวิต เป็นเพราะสมัยก่อนคนมักจะเห็นแมวสามารถเอาตัวรอดได้จากการกระโดดจากตึกสูงๆลงมาที่พื้นได้อย่างสบายๆ"

"แต่ตำนานเล่าว่า มีแมวที่ดูอดอยาก ขโมยปลาของเด็กอดอยากทั้ง 9 คนไป ปลาพวกนั้นน่ะเป็นของพวกเด็กๆ แต่ด้วยความโลภ เจ้าแมวเลยกินปลาทั้ง 9 ตัวจนหมด เด็กอดอยากพวกนั้นตายเพราะไม่ได้กินอะไรเลย ส่วนแมวตัวนั้นก็ตายเพราะกินมากเกินไป"

"สวรรค์เลยลงโทษเจ้าแมวตะกละ โดยการจับมันโยนลงมา กว่าจะถึงพื้นโลกก็ปาไป 9 วัน ทุกวันนี้มันยังคงแบกรับชีวิตของพวกเด็กๆทั้ง 9 คนไว้"

ต้องตายถึง 9 ครั้งก่อนที่มันจะตายจริงๆ
"ฉันว่าแมวบนดาดฟ้าตึกนั่นต้องเป็นแมว 9 ชีวิตแน่ๆ"

"เห็นมีคนบอกว่ามันโดนรถชนมาแล้ว แต่วันต่อมามันก็เดินไปมาได้อย่างปกติดีนะ"

"ข่าวลือจะไปเชื่อถืออะไรได้ล่ะ แมวน่ะมันก็มีชีวิตเดียว โดนรถชนมันก็ต้องตายไปแล้วสิ"


เสียงพูดคุยของเหล่าเด็กนักเรียนหญิงดังเข้าหูเยบิน จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะงีบหลับตอนพักกลางวันเสียหน่อย แต่กลับโดนเพื่อนร่วมห้องคุยเสียงดังรบกวนการนอนซะอย่างนั้น 




แมว 9 ชีวิตอะไรกัน...



ไร้สาระ 


สองขาเล็กๆเดินอย่างเนิบๆออกมาจากห้องเรียน เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงคาบเรียนถัดไป เธอตัดสินใจโดดเรียน เหตุผลง่ายๆที่เลือกก็คือเธอไม่ชอบหน้าครูคนนี้ และสองคือง่วงเกินกว่าที่จะไปเรียนได้

ประตูที่ถูกสนิมกินเกือบครึ่งถูกดันออกเบาๆด้วยมือเล็ก ถึงเสียงเหล็กที่ครูดกับวงกบมันจะดังจนน่าเสียวฟัน แต่ดาดฟ้าของโรงเรียนเป็นสถานที่ๆเยบินชอบมาอยู่ตอนที่หลีกหนีผู้คน เธออาจจะเป็นคนแปลกๆเมื่ออยู่ในโรงเรียน เลยไม่ค่อยมีเพื่อน แต่ก็ช่วยไม่ได้...ในโลกนี้คนที่เข้ากับสังคมไม่ได้ก็ถูกมองว่าแปลกหมดแหละน่า 

ตราบใดที่ไม่มีใครมายุ่งอะไรด้วย เธอก็ไม่ได้คิดอะไรกับมันมากนัก เรื่องไร้สาระเป็นเรื่องที่เยบินไม่ชอบเก็บมาคิดให้เสียเวลา

เป็นโชคดีของวันนี้ที่ไม่มีแดด ลมพัดเอื่อยๆแต่สบายตัวทำให้คนตัวเล็กรู้สึกเคลิ้มๆ 

แต่ในขณะที่กำลังล้มตัวลงนอน จากท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาครึ้มฝน เยบินไม่ใช่พวกที่ชอบดูพยากรณ์อากาศซักเท่าไรนัก และโชคร้ายที่ดูเหมือนว่าฝนตั้งเค้ากำลังจะตกในไม่ช้า คนตัวเล็กจิ๊ปากอย่างเซ็งๆ เตรียมตัวจะเดินไปยังทางลงบันได

แต่...?

เจ้าแมวนี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่??


แมวตัวโตสีน้ำตาลส้ม ที่อุ้งเท้าของมันมีผ้าพันแผลพันอยู่ด้วย

สนใจไปก็เท่านั้น เจ้าเหมียวนี่จะรู้ชะตากรรมไหมนะว่าตัวเองกำลังจะโดนฝนเทใส่ในไม่ช้า ขนฟูๆนั่นคงลีบลงจนแมวที่ดูตัวโตเหลือเท่าแมวสฟิงซ์ แต่เยบินก็ไม่ได้ใจร้ายอะไรขนาดนั้น กะไว้ว่าจะเปิดประตูทิ้งไว้ให้เจ้าเหมียวตัวใหญ่หนีฝนลงไปในตึกเรียนได้ ถึงเยบินจะไม่ชอบแมวแต่ก็ไม่ได้ใจดำขนาดจะทิ้งมันได้ซะหน่อย

หืม?? กุญแจ...ล็อค?

ล็อคจากด้านนอกเนี่ยนะ?? 

จะล็อคได้ยังไง ในเมื่อเธอเดินขึ้นมาคนเดียวแถมยังไม่มีกุญแจอีก ...ไม่สิ ไม่ได้สนใจกุญแจด้วยซ้ำไป

ความงุนงงทำให้เยบินทำอะไรไม่ถูก ลองเขย่าประตูหรือดันก็เปิดไม่ออก ลองทุบเสียงดังๆก็แล้ว ได้แต่หวังว่าจะมีใครสักคนได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือของเธอนะ


...
ใช่แล้ว!! โทรศัพท์!

มือเล็กควานหาเครื่องมือสื่อสารสีดำที่คุ้นเคยอยู่ชั่วครู่ ตบๆลูบๆกระเป๋ากระโปรงทุกช่องแต่ก็ไร้สัมผัสนูนจากโทรศัพท์ ...สงสัยเธอจะเอาไว้ในกระเป๋า ไม่ได้เอาขึ้นมาด้วย

แค่จะมางีบคาบเดียว ก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องพกโทรศัพท์มาด้วยซะหน่อย ...แถมไม่อยากให้ใครโทรฯมากวนด้วย

"ลองถีบประตูดูดีกว่า..."

 ปึ้งงงงงงง!! 


"แง้ว!!"



เจ้าเหมียวร้องเสียงดังอย่างตกใจ พร้อมทำเสียงกุกกักๆ อยู่ด้านหลัง แต่เยบินก็ยังไม่ยอมแพ้ แน่นอนว่าเธอจะไม่ติดอยู่บนนี้ข้ามวันข้ามคืน ตกเย็นก็จะมีภารโรงหรืออาจารย์มาเดินตรวจตึกอยู่ทุกวัน รวมถึงดาดฟ้าด้วย แต่เธอก็ไม่อยากมีสภาพเหมือนลูกหมาตกน้ำกลับบ้านสักเท่าไหร่

"ลองอีกที...!"

ปึ้งง  ๆ   ๆ   ๆ   ๆ !!!!

"แง้วววววววววววววววววว!!!" 

คราวนี้เยบินถีบประตูหนักๆจนเจ้าแมวตกใจร้องเสียงดังกว่าเดิม เธอเลยตัดสินใจหยุดพังประตู เดี๋ยวเพื่อนร่วมชะตากรรมตัวโตจะหัวใจวายไปซะก่อน 

สายฝนเริ่มเทลงมาทีละน้อย คนตัวเล็กรีบหาที่หลบฝนเท่าที่จะหาได้ แต่ก็เห็นเจ้าแมวตัวโตรีบวิ่งไปหลบใต้แท็งก์น้ำใหญ่แล้ว เห็นอย่างนั้นเด็กสาวจึงกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหลบบ้าง โชคดีที่ตัวถังมีขนาดสูงจากพื้นพอที่จะให้เธอเข้าไปหลบได้ แล้วก็โชคดีอีกครั้งที่เธอตัวเล็ก เกิดมาก็เพิ่งจะเจอข้อดีข้อนี้แหละนะ

"มองอะไรฮะแก"

แมวส้มมองเยบินไม่วางตา เด็กสาวจ้องตากับแมวอยู่นานสองนาน ในที่สุดเจ้าเหมียวก็เบนสายตาไปทางอื่น ก้มลงมองเท้าตัวเองแล้วเลียตรงที่ๆมีผ้าพันแผลพันเอาไว้ 

"ขอหลบฝนด้วยแปปเดียวเท่านั้นแหละ ชั้นจะไม่ยุ่งกับแก สบายใจได้"

"..."

"...แผลนั่น ไปโดนอะไรมาน่ะ"

"..."

"แกนี่อ้วนกลมดีจัง" 

"เฮอะ"

 !? 
 
เยบินมองซ้ายมองขวา หาต้นตอของเสียงที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน

ไม่มี....

ส่วนเจ้าแมวนี่ก็ยังคงเลียแผลของมันต่อไป 

หรือว่า....

เจ้าแมวนี่พูดได้...

เด็กสาวสะบัดหัวไล่ความคิดที่ฟุ้งซ่านของตัวเอง แมวที่ไหนจะมาพูดได้กัน... เธออาจจะเริ่มเบลอเพราะตอนนี้อากาศเริ่มชื้น หรือไม่ก็หลอนไปเองเพราะเสียงของฝนที่เริ่มสาดลงมาเรื่อยๆโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเลยแม้แต่น้อย 

อากาศเริ่มเย็นขึ้น  ขัดกับหน้าร้อนโดยสิ้นเชิง ชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียนที่ใส่ก็เป็นของหน้าร้อนเช่นกัน เยบินเป็นคนขี้หนาว ตอนนี้ปากของเด็กสาวสั่นจนฟันกระทบดังกึ่กๆๆ เริ่มขนลุกที่หลัง อุณหภูมิที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าเริ่มลดลง แต่ก็ยังมิวายหันไปมองเจ้าแมวด้วยความเป็นห่วงลึกๆ

หวังว่ามันคงไม่หนาวมา...อ้าว



เจ้าแมวส้มหายไปไหนซะแล้ว





ฝนเริ่มตกแรงขึ้นเรื่อยๆ เยบินหรี่ตามองหาเจ้าแมว แต่ก็มองได้ไม่ถนัดนักเพราะละอองฝนกระจายไปทั่วบริเวณ ทำให้การมองเห็นถูกจำกัด แต่พอลองเพ่งมองก็จะเห็นก้อนสีส้มๆเดินไปมาอยู่ที่ขอบที่กั้นดาดฟ้า 

"ไปเดินอะไรตรงนั้นเนี่ย มันอันตรายนะ"

เหมือนจะฟังออก เจ้าแมวหันมามองเด็กสาวเพียงชั่วครู่ แล้วก็หันไปยังนอกระเบียงเหมือนเคย เพียงแต่ที่สังเกตเห็นคือ ท่าทางของมันแปลกๆ...

...การที่มันย่อขาลงแล้วหันออกไปทางระเบียง แปลว่า...

มันจะกระโดดลงตึก

เธอไม่รู้หรอกว่ามันจะรอดหรือไม่รอด ขาทั้งสองข้างเร็วกว่าความคิด เยบินวิ่งออกจากกำบังแท็งก์น้ำสูงหวังจะคว้าเจ้าแมวไม่ให้กระโดดลงไป 

แต่ราวกับมันเป็นชะตากรรม

จู่ๆก็มีแสงไฟสว่างวาบลงมาเป็นเส้นคดเคี้ยวลงตรงทุ่งนาใกล้ๆโรงเรียน มันพาดผ่าไปยังต้นไม้แถวๆนั้น ตามธรรมชาติความไวแสงมักเร็วกว่าความไวเสียงเสมอ หลังจากที่มันผ่า เสียงเปรี้ยงดังกึกก้องท้องฟ้าของมันก็ตามมาราวกับจะคำรามไล่หลังเสียอย่างนั้น

ตามสัญชาติญาณของมนุษย์ เยบินย่อตัวลงอย่างรวดเร็ด หลับตาปี๋แล้วเอามือปิดหูด้วยอารามตกใจ ลืมนึกถึงเจ้าแมวส้มไปชั่วขณะ

เมื่อนึกขึ้นได้ก็มองไปตรงที่มันยืนอยู่อย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่เห็นมันแล้ว เยบินรีบวิ่งไปตรงขอบระเบียงที่มันเคยยืนอยู่ แต่ภาพตรงหน้าทำให้เธอช็อคไปพร้อมๆกับความงง




เยบินกำลังสับสน




...เพราะด้านล่างมีศพของผู้หญิงรูปร่างสูงที่บิดเบี้ยว...


...ไม่ใช่แมวสีส้มตัวนั้น...


.
.
.
.
.
.
มาถึงก็เปิดเรื่องใหม่กันเลยทีเดียว เรื่องเก่าคาดว่าดองจนได้รสปลาร้าที่กลมกล่อมแล้วสินะๆ แต่เรื่องนี้ตอนแรกคิดไว้ว่าจะเขียนแค่ตอนเดียว ไปๆมาๆได้เพิ่มซะงั้น 555555555555 แต่ก็คงไม่ยาวเท่าไหร่ อาจจะซัก 2 หรือ 3 หรือ 4 หรือ 5 หรือ 6 หรือ .... พอๆๆ เอา2-3กำลังดีเนอะ

เรื่องนี้ว่าด้วยความเป็นแฟนตาซีนิดๆ ผสมกลิ่นอายเรื่องเล่าขานในโรงเรียน พร้อมกับลุคน้องบิ้นแบบไอด้อนแคร์แต่แป้งเด็กแคร์ แต่เอ๊ะ...ฟิคจั่วหัวว่าบิ้นกยอง แต่พี่กยองไปไหนน้าาา/ครุ่นคีส

แล้วก็ต้องขอโทษที่หายไปนานมากๆด้วยนะคะ ด้วยภาระหน้าที่ต่างๆ (มีหมาลัยเป็นเจ้ากรรมนายเวร) ทำให้ขาดอัพไปนานมากๆ ...แต่พอมีวันหยุดก็เล่นเกมหนักเหมียนกันค่า555555 

ไม่มีอะไรมาก มาอัพเพื่อให้รู้ว่าไรท์ยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ยังไม่ไปสู่ขิต

รักรีดเด้อทุกคนนะค้าาา ขอบคุณที่ยังอ่านผลงานที่ผ่านกรรมวิธีการดองที่นุ่มนวลของไรท์

เลิฟยูว. 

SHARE
Writer
MrsDERR
FicPRISTIN & GLStory
/ช่วงไหนหายไปคือโดนวิชาเอกเสพความตายไปแล้ว /แวะเข้าไปพูดคุยกันด้าย ทวงฟิคด้าย ด่าอิฮซซให้ฟังก้อด้าย

Comments