The Roles That Hides The Heart。
หากมีสาวน้อยแปลกหน้าเดินเข้ามาขอนั่งโต๊ะเดียวกับเรา เป็นคุณคุณจะทำยังไง ? อธิบายขยายความให้เห็นภาพชัดขึ้นอีกนิดนึงก็ได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กผอม ส่วนสูงพอๆกับผม รวบเรียบร้อย หน้าตาน่ารักตากลมโต ลักษณะต่างๆของเธอเหมือนคุณหนูบริสุทธิ์ท่ามกลางพวกหน้าม่อที่อยู่รายล้อมรอบแถวนั้น
กลับมาที่คำถามของผมข้างต้นต่อ มีช้อยส์ให้เลือก
1. ) ชวนเธอไปเตะบอล
2. ) ลุกให้เธอนั่งแล้วย้ายไปนั่งโต๊ะอื่น หรือเช็คบิลแล้วรีบกลับหอ
3. ) นั่งคุยกับเธอ
คำตอบคือ ข้อสาม
ผมถามเธอว่าทำไมถึงเลือกนั่งโต๊ะเดียวกับผม ทั้งๆที่โต๊ะอื่นก็ว่างอยู่ตั้งเยอะ ผมพอจะเดาได้อยู่เหมือนกัน มีแววตาคู่หนึ่งจากเสือผู้หญิงโต๊ะด้านหลังผมที่จ้องเธอมาอยู่สักพัก ทำไมผมถึงเห็นน่ะเหรอ... ผมก็มองเธอเหมือนกันถึงได้เหลือบไปเห็นไอ้เสือคนนั้น คิดว่าเธอคงจะพยายามหลบผู้ชายคนที่ว่านี้อยู่ และคำตอบของเธอก็คือ

'ก็พี่ดูไว้ใจได้' 
นับว่าสายตาของเธอเฉียบคมมากที่แยกออกว่าผมไม่ใช่ไอ้หน้าวัวหรือเสือหญิงและที่สำคัญหน้าตาผมออกจะดูโอปป้านิดๆด้วยซ้ำ หากในตอนนั้นเธอสามารถอ่านใจผมได้ ไม่แน่ใจว่าตอนนั้นเธอจะลุกไปอ้วกหรือเปล่า
พูดถึงหน้าตาผมมันก็แปลก บางวันเหมือนฝรั่ง บางวันเหมือนอาตี๋ อาม่าที่เคยช่วยเหลือบนรถไฟฟ้าก็นึกว่าเป็นเกาหลี อาจารย์ที่มหาลัยบอกว่าเหมือนคนเวียดนาม ลูกศิษย์รุ่นแรกของผมบอกว่าเหมือนคนจีน แต่ผมคิดว่าผมออกแนวฝรั่งแช่บ๊วยมากกว่านะ

กลับมาจุดเดิมเหอะ......เวลาที่ผมนั่งคุยกับเธอนั้นผมไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่นิด ไม่เหมือนกับตอนที่อยู่กับกลุ่มผู้หญิงที่บ้านเพื่อนเลยซักนิด หรือมันเป็นเพราะว่าเราไม่รู้จะคุยหรือถามอะไรกันมากมายในสถานการณ์ที่คุยกันสองต่อสองคนแบบนี้ เธอเองก็คงรู้สึกแบบเดียวกับผม
เธอเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอล ตรงนี้ผมที่นึกไม่ออกว่าจะคุยเรื่องอะไรดีจึงชวนเธอคุยเรื่อง ฟุตบอล! แล้วมันก็แจ็คพ็อตพอดีที่เธอกลับไม่ชอบดูฟุตบอลที่คนรู้จักกันไปทั่วทั้งโลก

มันก็คงจะเหมือนกับผู้หญิงที่ไม่ชอบดูมวยไทยนั่นแหละ ใจจริงตอนนั้นผมอยากจะขอไลน์เธอ แต่บรรยากาศการคุยที่กำลัังสนุกบวกกับเธอที่เริ่มจะพูดกับผมมากขึ้นจากตอนแรกที่เงียบกริ๊บสนิททำให้ผมคุยจนลืมเรื่องนี้ไปซะสนิท บางครั้งจังหวะชีวิตของผมมันก็ดูจะติดขัดผิดที่ผิดทางไปซะหมด ในเวลาที่ผมเดินหิวโซอยู่ริมทะเลสาปแดนใต้ดันเจอแม่ค้าขายดอกกุหลาบเยอะแยะมากมาย แต่เวลาที่ผมได้อยู่กับเธอเพียงลำพังตอนนั้นมีแต่แม่ค้าหมั่นโถวกับถั่วต้มเดินกันยั้วเยี้ยไปหมด ยังดีวะที่ไม่มีใครมาขายเกาลัดเยาวราชกับตุ๊กตาเรืองแสงต่อ...

งานสังสรรค์นักกีฬาวันนั้นก็ผ่านไปโดยที่ผมไม่ได้ขอช่องทางการติดต่อใดๆจากเธอเลย แต่ที่แปลกกว่าคือผมสามารถคิดถึงเธอที่คุยกันเพียงชั่วโมงกว่าๆ ได้บ่อยมากราวกับว่าเราสองคนรู้จักกันมานานแล้ว คนอะไรเข้ามาให้ใจหวั่นไหวแล้วก็ไปซะแล้ว 

ถ้าอย่างงั้นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นระหว่่างเรา ผมควรจะเรียกมันว่า บังเอิญ? โลกกลม?? ไหนๆก็ไหนๆละ พรหมลิขิตด้วย ให้เป็นเพลงของพี่ปั๊บไปในตัว 

บังเอิญที่เราได้กลับมาเจอกันอีกครั้งครึ่งปีต่อมา
โลกกลมที่ผมได้ฝึกสอนโรงเรียนที่เธอเรียนอยู่ จะเรียกว่ากึ่งบังเอิญก็ได้เพราะผมอยู่อโศก โรงเรียนที่จะได้ไปฝึกสอนแน่นอนว่าต้องอยู่ในย่านที่ไม่ไกลเกินไป โรงเรียนเธอคือหนึ่งในนั้น แต่ที่เรียกว่าบังเอิญได้เต็มปากเต็มคำคือเรื่องที่สุ่มได้ที่นี่กับเรื่องที่ผมได้สอนหมวดศาสนากับเด็กม.6

ผมได้สอนห้องเธอสัปดาห์ละสามคาบ แต่ส่วนใหญ่เราจะได้เจอหรือพูดคุยกันก็ตอนที่เธอมาส่งงานที่ห้องพักครูมากกว่า เราได้คุยกันทีก็เป็นชั่วโมงๆ ช่วงเวลาหลังเลิกเรียนที่เธอมาช่วยงานผมทำให้เราสานต่อความสัมพันธ์จนสนิทกันมากขึ้น ส่วนผมจะพาเธอไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวตรงข้ามซอยโรงเรียนทุกอาทิตย์ 

ความเป็น ครูกับนักเรียน ในสถานที่แห่งนี้มันค้ำคอผมอยู่ทำให้ผมไม่สามารถที่จะแสดงออกสารภาพว่ารักกับเธอได้ ถึงผมตอนนั้นจะเป็นแค่ครูฝึกสอน ถึงเราจะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องในสโมสรกีฬามาก่อน แต่ในโรงเรียนครูฝึกสอนก็คือครูฝึกสอน เธอเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของผม การสารภาพของผมเลยถูกเลื่อนออกไปอีก บางคนมองว่าผมสามารถจะแอบคบกับเธอได้ นอกสถานที่ก็ไม่เป็นไรแล้ว แต่ที่ผมกลัวที่สุดเลยก็คือผมจะทำให้เธอมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีเพราะความสัมพันธ์ระหว่างเรา ทำให้ผมต้องยับยั้งชั่งใจความรู้สึกของตัวเองไว้ให้มันดังก้องอยู่แค่ในใจ ทุกความรู้สึกในหัวใจผมถูกกักกันไว้ต่อไปด้วยหัวโขนที่สวมอยู่ เรื่องนี้สอนให้ผมรู้ว่านอกจากเราจะต้องรักษาจรรยาบรรณหน้าที่ของตัวเองแล้ว หากผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่เรารักจริงๆเราคงจะยอมไม่ได้เด็ดขาดที่จะให้เค้ามาเสื่อมเสียเพราะเรา

วันสุดท้ายของช่วงฝึกสอนและเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ด้วยกันในโรงเรียน หากเป็นพล็อตละครโรแมนติกล่ะก็สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้คือผมอาจจะดึงมือเธอเอาไว้ตอนที่เธอกำลังเดินไปจากผมหรือไม่ก็กอดเธอกลางสนามโรงเรียนและบอกกับเธอว่าผมรักเธอ แต่นี่ชีวิตจริงครับ

'ตั้งใจเรียนนะเด็กดี'

เป็นประโยคสุดท้ายของวันนั้นที่ผมได้พูดกับเธอก่อนที่เราจะแยกกัน ผมยืนหน้าประตูโรงเรียนส่งเธอขึ้นรถผู้ปกครองกลับบ้านไป สิ่งที่ผมทำได้ตอนนั้นมีเพียงแค่มองรถคันนั้นวิ่งออกไปจนสุดสายตาของผม...

ความที่ผมเป็นผู้ชายวัย 23 ที่ไม่เคยผ่านประสบการณ์จีบสาวหรือรู้สึกรักใคร่ใครเป็นพิเศษทำให้ผมทำตัวไม่ถูกในเรื่องการพัฒนาความสัมพันธ์ให้เป็นมากขึ้น ลำพังแค่ขอไลน์ได้ก็บุญแล้ว หลายคนคงสงสัยว่าทำไมผมกับเธอดูไม่สนิทกันอย่างที่น่าจะเป็น.. นั่นมันก็เพราะความซื่อบื้อของผมและเธอที่เป็นคุณหนูเรียบร้อยพูดน้อยนั่นแหละครับ ระหว่างเราจึงจบด้วยการมองเธอไปไกลจนสุดสายตาของผมเป็นครั้งที่สอง =___=

หลังจากช่วงเวลาการฝึกสอนที่โรงเรียนของผมจบลง ถึงเราจะมีช่องทางการติดต่อกันแล้วแต่เวลากับโอกาสไม่เป็นใจ เธอยุ่งกับการอ่านหนังสือเตรียมสอบแอดมิดชั่น ตัวผมเองก็หัวหมุนกับการส่งโปรเจคจบ เราไม่มีเวลาที่จะได้คุยกันยาวๆเลย มีก็แต่
l อ่านหนังสือเป็นไงบ้าง l ตั้งใจนะ l สู้ๆ l

และมันก็เป็น พรหมลิขิต จริงๆ ที่ทำให้เราได้มาเจอกันอีกในช่วงซ้อมรับปริญญาของมหาลัยผมในอีกปีต่อมา
ครั้งนี้ไม่ใช่ความบังเอิญหรือโลกกลมอีกแล้ว แต่เป็นความตั้งใจของเธอที่มาดักรอใต้ตึกคณะแต่เช้าเพื่อจะได้เจอผมโดยที่ไม่ได้นัดผมไว้ก่อน วันนั้นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่พัฒนามาอีกขั้นของเราสองคน

'ชอบเธอนะ สาวน้อย'
'หนูไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่พี่มาบอกชอบแบบนี้'
'เป็นแฟนพี่ได้มั้ย?' ผมขอเธอเป็นแฟนด้วยความมั่นหน้ามากว่าเธอต้องชอบผมไม่น้อยไปกว่าครึ่งแหละวะ

'ก็ชอบเหมือนกัน แต่ควรทำไงดี พี่อุตส่าห์บอกความรู้สึกมาขนาดนี้แล้ว'
'ไม่ต้องเครียด ไม่ได้ต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้หรอก'
'จะดีหรอคะ'
สาวน้อยผู้ที่เรียบร้อยถ่อมตนยังไม่แน่ใจกับความรู้สึกตัวเอง เธอค่อนข้างลังเลที่จะเลื่อนสถานะมาเป็นแฟนกัน
'ค่อยๆไปก็ได้ ว่าน ค่อยๆรักพี่ไปทีละนิดก็ได้'​พี่จะพยายามเพื่อที่จะได้อยู่เคียงข้างเธอ
หลังจากนั้นมาเราก็ดูกันมาเรื่อย ๆ ผมไม่เคยคิดเปลี่ยนใจจากเธอแม้แต่น้อย อีกหนึ่งปีที่ผมยังรอคอยเธอก็มีอุปสรรคต่างๆเข้ามา ทั้งเรื่องของเด็กหนุ่มโบราณคดีในEPที่แล้วก็เช่นกัน รวมๆแล้วผมรอเธอมา4ปี เจอเธอครั้งแรกตั้งแต่ปี 56 มาเจอเธออีกครั้งที่โรงเรียนฝึกสอนปี 57 และบอกรักเธอตอนปี58 ตั้งแต่นั้น -​ ปี59ช่วงศึกษาดูใจ และสุดท้าย... ได้คบกันเป็นแฟนเดือน 11ปี 60.
เป็นสิ่งที่ดีเหมือนกันนะ สำหรับผมแล้วเวลาเหล่านั้นเป็นบทพิสูจน์ความรักของผม มันทำให้ผมรู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ในสถานะไหน ผมก็ยังรอเธอและไม่คิดจะมองหาใคร ไม่ต้องการคนคั่นเวลาใดๆ ได้รู้ใจตัวเองว่าผมรักผู้หญิงคนนี้จริงจัง ระยะทางหรือความห่างไกลไม่ได้เป็นอุปสรรคของผมเลย และก็คงจะไม่เป็นอุปสรรคสำหรับอีกหลายๆคนถ้าหากเรารักและซื่อสัตย์กับเค้าจริงๆ.
ขอบคุณเรื่องราวต่างๆที่เข้ามาทดสอบความรักที่ผมมีให้กับเธอ
ขอบคุณที่คุณยอมรับผมให้เข้ามาอยู่ในหัวใจคุณแล้วตอนนี้
สัญญาว่าผมจะดูแลคุณอย่างดี เท่าๆกันในทุกวัน
ผมจะทะนุถนอมคุณให้เหมือนกับวันแรกที่ผมรู้สึก วันแรกเป็นยังไง ปัจจุบันก็จะเป็นแบบนั้น

จากนี้และต่อๆไป ว่านของผม. <3 
SHARE
Writer
Zoulreaper
Just someone passed by.
Remember well, I do not tolerate failure.

Comments

Snowbell
1 year ago
ฟีลกู้ดมากๆเลยค่ะ ขอให้คบกันไปนานๆนะคะ 👍
Reply
Zoulreaper
1 year ago
ขอบคุณนะครับ 😊
Tofuu_Bear
1 year ago
เรื่องราวของพี่อบอุ่นมากค่ะ
Reply
Mars____
1 year ago
ดีมากเลยครับ ชอบมาก
Reply
dontknowyou
1 year ago
ถูกสร้างมาให้คู่กันจริงๆนะคะ:)
Reply
summer_pyp
1 year ago
ดีจังเลยนะคะ เวลาไม่ได้ทำให้คุณลังเลใจเลย
เรื่องราวน่าประทับใจมากค่ะ
Reply