Swimming pool
เธอผ่อนลมหายใจ
ก้มมองร่างกายของตัวเองที่ถูกล้อมรอบด้วยมวลน้ำใสสะอาด
เมื่อเธอหยุดนิ่ง
มันบางเบาและไล้ผิวของเธออย่างนุ่มนวล
แต่่ทันทีที่เธอเริ่มขยับมือต้าน
มันก็สามารถออกแรงกลับมาได้อย่างหนักแน่นเช่นกัน


เธอแนบแผ่นหลังกับขอบสระ ก่อนจะละสายตาไปมองภาพเมืองในยามค่ำคืนผ่านกระจกใสที่ทำหน้าที่เป็นขอบระเบียง

เธออยู่ไกล...ไกลจากสิ่งที่เห็นจนรู้สึกได้ว่าตัวเองเป็นคนนอก 

ไกล...จนไม่ใช่องค์ประกอบของภาพ

...

เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีหม่น

ทั้งที่ระยะห่างระหว่างเธอและชั้นบรรยากาศบนนั้นจะมากกว่าภาพที่เห็นก่อนหน้าอย่างเทียบไม่ได้ หากเธอไม่รู้สึกแปลกแยกและโดดเดี่ยวเหมือนที่ผ่านมา

สีน้ำเงินเข้มไร้จุดสิ้นสุดนั้นเชื่อมต่อกับบางอย่างในตัวเธอ

บางอย่าง..?

ริมฝีปากบางหยักยิ้มเมื่อคำตอบแวบเข้ามาในหัว

ความว่างเปล่า

ว่างเปล่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่รู้ว่าจุดเริ่มต้นมาจากไหนและจะจบลงเมื่อไหร่

ความต่างเดียวของเธอกับท้องฟ้าคงเป็นที่อย่างน้อย คนส่วนมากสนใจตามหาเหตุผลในการเปลี่ยนสีของมัน จนสุดท้ายรู้ด้วยซ้ำว่าเป็นเพราะดาวเคราะห์ดวงหนึ่งหมุนรอบตัวเอง

แต่ไม่มีใครเคยรู้เลยว่าโลกของเธอหยุดหมุนเมื่อนานมาแล้ว

เสียงน้ำกระแทกกับขอบสระเกิดขึ้นเมื่อเธอขยับตัว

ความหนาวทำให้เธอย่อตัวลงจนเหลือเพียงไหล่บางที่โผล่พ้นจากขอบสระ

ดูไม่ใช่วิธีการแก้หนาวที่ดีสักเท่าไหร่, เธอคิด แต่ก็ยังคงนั่งอยู่ในสระน้ำเช่นเดิม

มุมนี้ เธอมองเห็นภาพตึกเหล่านั้นสะท้อนกับผิวน้ำได้อย่างชัดเจน

และเมื่อเธอเคลื่อนไหวแค่เพียงเล็กน้อย สิ่งก่อสร้างทั้งหมดก็จะสั่นไหวจนแทบละลายหายไปกับผืนน้ำ

เป็นภาพสะท้อน หากตรงข้ามกับความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง

...

เธอนิ่ง ภาพเหล่านั้นเริ่มกลับมารวมเป็นรูปร่างอีกครั้ง

เธอมองภาพตรงหน้าสลับกับภาพสะท้อนอยู่พักใหญ่ ก่อนจะรับรู้ได้ว่าเธอเหนื่อยเหลือเกิน

เหนื่อยกับการมองเห็นความเป็นจริงที่เธอเองไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในนั้น

และเหนื่อย...กับการที่คนในความเป็นจริงเหล่านั้นไม่เคยมองเห็นในสิ่งที่เธอเป็นอยู่สักนิดเดียว

เหมือนกับเธอเป็นเอเลี่ยนบนโลกมนุษย์

มนุษย์พยายามจะเข้าใจเอเลี่ยน 

แต่ไม่มีวันเลยที่จะยอมรับเอเลี่ยนได้เหมือนกับที่ยอมรับเพื่อนมนุษย์

ไม่ว่ายังไง สุดท้ายเอเลี่ยนก็ยังคงเป็นเอเลี่ยนอยู่เสมอ

โชคร้ายหน่อยก็ตรงที่เธอเป็นเอเลี่ยนที่มาติดอยู่บนโลกมนุษย์เนี่ยสิ

ความคิดนั้นทำให้เธอหลับตา ปล่อยตัวเองจมลงในน้ำอย่างเชื่องช้า

จมลง จนภาพทั้งหมดหายไปจากสายตา

เธอผ่อนลมหายใจ
ก้มมองร่างกายของตัวเองที่ถูกล้อมรอบด้วยมวลน้ำใสสะอาด
เมื่อเธอหยุดนิ่ง
มันบางเบาและไล้ผิวของเธออย่างนุ่มนวล
แต่่ทันทีที่เธอเริ่มขยับมือต้าน
มันก็สามารถออกแรงกลับมาได้อย่างหนักแน่นเช่นกัน

แต่ครั้งนี้ต่างออกไป...เมื่อลมหายใจของเธอหมดลง

ความอึดอัดค่อยๆคืบคลานเข้ามาอย่างเชื่องช้า และเธอปล่อยให้มันกลืนกินเธออย่างใจเย็น

ไม่มีอากาศเหลือสำหรับเธออีกต่อไปแล้ว

ณ วินาทีนั้น ความรู้สึกที่เธอไม่คาดคิดก็สาดซัดเข้ามาในทุกส่วนของร่างกาย

อิสระ

อิสระ...อย่างที่ไม่รู้สึกมาพักใหญ่

เพราะตรงนี้ ตอนนี้ ชีวิตของเธอเป็นของเธอ

เธอเลือกได้ว่าจะไปต่อ หรือหยุดลง

เป็นเสี้ยววินาทีที่เธอควบคุมทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์

เพียงแค่หลับตาและอดทน...อีกนิดเดียว

ปลดปล่อยทุกอย่างและหายไปกับความมืด ไม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไป

อดทนครั้งสุดท้าย เพื่ออิสระที่แท้จริง

เธอหลับตาแน่นและข่มความทรมานที่ทวีคูณขึ้นในทุกขณะ

...

แล้วถ้ามันไม่หายไปล่ะ?

เธอจะรู้ได้ยังไงว่าเมื่อถึงปลายทางของความมืดนั้น ความทรมานที่รู้สึกอยู่ตอนนี้จะหายไป?

เธอจะทนไหวไหม...ถ้าหลังจากนี้ไปกลายเป็นความเจ็บปวดภายใต้ความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์?

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าสิ่งที่เธอเลือกนำมาซึ่งความเหนื่อยล้าไม่ต่างกับที่เป็นอยู่ตอนนี้?

เฮือก!


เธอตะเกียกตะกายขึ้นมาบนผิวน้ำและกวาดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด

‘ฮึก...’ เธอกอดตัวเองและร้องไห้ออกมาเมื่อเริ่มรับรู้ว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น

เธอยอมรับว่าตัวเองอ่อนแอ

แต่เธอทนไม่ไหวแน่ๆหากต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้

ทางเลือกนั้นง่ายเกินไปจนเธอรู้สึกกลัว 

เพราะความง่ายนั้นแลกกับสิ่งที่เธอไม่มีวันเรียกร้องกลับคืนมาได้

ชีวิตของเธอ

แม้ทุกลมหายใจหลังจากนี้จะทรมานไม่ต่างกับตอนที่ไม่มี สิ่งเดียวที่เธอมั่นใจได้คือเธอยังคงเลือกได้

เธอยังมีโอกาสตัดสินใจทำสิ่งแย่ๆเหมือนที่ผ่านมา ยังมีโอกาสได้เจ็บปวด และถ้าโชคดีพอ เธออาจจะได้เรียนรู้และก้าวข้ามผ่านไปได้สักวันหนึ่ง

สักวันหนึ่งเธออาจจะได้พบกับความสุขที่ดูเป็นไปไม่ได้เลยในวันนี้

มันอาจจะเป็นความหวังลมๆแล้งๆของคนอ่อนแออย่างเธอ แต่เธอจะไม่มีวันรู้เลยว่าสุดท้ายมันจะกลายเป็นความจริงได้ไหม

ถ้าเธอไม่เลือกที่จะมีชีวิต

เธอเอื้อมมือสัมผัสหน้าอกด้านซ้ายที่ตอนนี้แรงกระแทกจากด้านในเริ่มลดลงกลับเป็นปกติอีกครั้ง

เธอมีเวลาใช้มันอีกทั้งชีวิตนี่

รอให้ถึงวันนึงที่หัวใจเต้นไม่ไหวแล้วค่อยหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ในความมืดนั้นก็ยังไม่สายไม่ใช่เหรอ

ส่วนตอนนี้

หาคำตอบของชีวิตที่มีรอไปก่อนก็แล้วกัน


SHARE
Writer
KaptainP
Cool Kid
เป็นกัปตัน อยู่กลางทะเล

Comments