กระหังกลางเมืองกรุง
ณ หอพักนักศึกษาชายแห่งหนึ่ง ในเมืองกรุง 

สมโชค ประจำการอยู่ที่อ้างล้างหน้าในห้องน้ำรวมของหอพัก เขาชำเรืองมอง “ไอ้แว่น” นักศึกษาปีสอง หน้าสิว สวมแว่นหนาเตอะ ที่กำลังเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำ เมื่อประตูห้องของไอ้แว่นปิดลง สมโชคก็เริ่มแผนการ

เขาบรรจงหยิบระเบิดไข่เน่า ออกมาจากกระเป๋ากางเกง มันเป็นระเบิดควันที่พวกวัยรุ่นนิยมเล่นกัน หาซื้อได้ตามร้านโชห่วย นิยมเล่นในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง เจ้าระเบิดลูกเล็กเท่าผลลำไยนี้ มีทีเด็ดอยู่ที่ กลิ่นของควัน ที่เหม็นเหมือนกับไข่เน่า

กึก...กึก...ไฟแช็คถูกจุด เมื่อเปลวไฟสัมผัสกับชนวน มันก็ลุกลามไปอย่างลวดเร็ว

ระเบิดไข่เน่าสามลูก ถูกโยนเข้าที่มุมห้อง สมโชครีบตรงไปปิดไฟ วิ่งออกจากห้องน้ำ ก่อนจะทำการล็อคกลอนอย่างรวดเร็ว

แล้วเขาก็รอ....



ไอ้แว่น กำลังนั่งปลดทุกอยู่ในห้องน้ำ พลางเลื่อนสไลด์จอสมาร์ทโฟนคู่กาย ท่องโลกออนไลน์อย่างสบายใจ จู่ ๆ เขาก็เลื่อนไปเจอกับข่าวน่าสนใจ เกี่ยวกับการที่มีคนจับภาพของกระหังขณะบินอยู่บนท้องฟ้า ท่ามกลางยอดตึกสูงใหญ่ทั้งหลาย

ข่าวพาดหัวว่า “กระหังกลางเมืองกรุง”

‘เลอะเทอะชิบหาย’ ไอ้แว่นคิด ‘กระหังบ้านมึงสิมาบินกลางเมืองกรุง’

เขากดเข้าไปดูรูปภาพที่ถ่ายติดกระหัง พบว่ามันเป็นภาพไม่ชัด ในภาพมีร่างคล้ายมนุษย์ลอยอยู่กลางอากาศ แต่รูปเบลอจนไม่เห็นรายละเอียด เขานึกสงสัยว่าทำไม เวลามีภาพถ่ายติดผี ติดวิญญาณ ภาพที่จับได้ต้องไม่ชัดทุกที ทั้ง ๆ ที่ปัจจุบันกล้องโทรศัพท์แทบจะทุกเครื่อง ถ่ายชัดยันรูขุมขน ปรับแสงสว่างได้หยั่งกับอยู่บนดวงอาทิตย์

พรึ๊บ!

ไฟของห้องน้ำดับลง ไอ้แว่นสะดุ้งเฮือก โทรศัพท์แทบหลุดจากมือ

ความมืดเข้าปกคลุมทั่วห้องน้ำ ยังดีที่มีแสงน้อย ๆ จากช่องระบายอากาศ เมื่อเห็นท่าไม่ค่อยจะดี ไอ้แว่นจึงเร่งทำความสะอาด

แต่จู่ ๆ ก็ได้มีกลิ่นเหม็นเน่า คล้ายมีใครเผาซากตัวอะไรบางอย่าง ลอยมาเตะจมูกเข้าอย่างจัง

เขาเริ่มหายใจฟืดฟัด กลิ่นทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเมื่อพยามมองหาต้นตอของกลิ่น ไอ้แว่นก็ได้เจอเข้ากับควันประหลาดโพยพุ่งขึ้นมา จากพื้นห้อง

ไอ้แว่นตกใจ หน้าซีด ขนลุกไปทั้งร่าง เริ่มเกิดจินตนาการ เห็นกลุ่มควันก่อตัวเป็นร่างคล้ายมนุษย์

เขารีบพุ่งออกจากห้องน้ำทั้ง ๆ ที่ยังใส่กางเกงไม่เสร็จ กลิ่นเหม็นยิ่งทวีความรุนแรง เขาวิ่งฝ่ากลุ่มควันที่ลอยอยู่รอบตัวไปยังประตู

แต่ก็พบว่า มันล็อค!

ปัง!...ปัง! เสียงเคาะประตูดังลั่น “ช่วยด้วย! มีใครอยู่ไหม! ช่วยกูด้วย” ไอ้แว่นตะโกนสุดเสียง เขาไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองเบื้องหลัง ภาพในหัวจิตนาการในถึงภูตผีปีศาจ ที่เคยพบมาในจอโทรทัศน์

ครู่ต่อมา ประตูก็เปิดออก ไอ้แว่นพุ่งพรวด วิ่งหัวโกร๋นออกจากห้องน้ำ แบบไม่คิดชีวิต



“ฮ๊า...ฮ่า ฮ่า” สมโชคหัวเราะท้องแข็ง อยู่หน้าห้องน้ำ พลางมองดูไอ้แว่นที่วิ่งเตลิดออกไป เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นความชิบหายของผู้อื่น

สมโชคเดินหัวเราะลงมาชั้นล่างของหอพัก ระหว่างลงบันไดเขาได้สวนกับชายแก่ที่ดูท่าทางจะกำลังมีเรื่องร้อนใจ ชายผู้นั้นคือ “ลุงดำ” เจ้าของหอพักแห่งนี้

“อ้าวลุง เป็นอะไรหรอ” สมโชคถาม พลางหัวเราะคิกคัก

“แย่ว่ะ ไอ้แจ้ไก้ชนของข้า โดนตัวห่าไรก็ไม่รู้กัดตาย รอยแผลเหวอะหวะ น่ากลัวชิบหาย” ลุงดำกล่าว เสียงเศร้า

สมโชคยังหัวเราะไม่หยุด “จริงหรอลุง สงสัยจะเป็นกระหังละมั้ง ได้ข่าวว่ามีคนถ่ายภาพมันได้ แถว ๆ นี้”

‘กระหังส้นตีนอะไรมาอยู่เมืองกรุง’ ลุงดำนึก เขารู้สึกแปลกใจผสมรำคาญกับท่าทีดี๊ด๊า ของสมโชค จึงหมดอารมณ์สนทนา แล้วเดินจากไป

เมื่อลุงดำเดินจากไปแล้ว สมโชคจึงเดินลงไปชั้นล่าง นั่งที่เก้าอี้หินอ่อนตัวโปรด ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ อย่างสบายอารมณ์ พลางนึกหัวเราะกับเหตุความชิบหายของไอ้แว่น ที่ตัวเขาเป็นผู้ก่อ
 

หลังจากวิ่งหนีตายจากควันประหลาด ไอ้แว่นก็ได้ยืนหอบ แฮก ๆ อยู่บริเวณบันไดทางขึ้นชั้นสอง พลางหันมองซ้ายขวาหากลุ่มผู้คน แล้วเขาก็บังเอิญไปเจอกับ ลุงดำ ที่เพิ่งเดินขึ้นบันไดมา

“ลุง!” ไอ้แว่นตะโกนเรียก

ลุงดำสะดุ้งตกใจ “อ้าวเฮ้ย! มีอะไรวะ”

“ล...ลุง....ช....ช่วย ผม...” ไอ้แว่นพูดเสียงสั่น จนแทบฟังไม่ได้ความ

“เดี๋ยว ๆ เอ็งใจเย็น ๆ มีอะไรค่อย ๆ พูด”

ไอ้แว่นพยายามร่วมรวมสติ “ค..คือว่า ผ..ผมเจอบางอย่างใน ห...ห้องน้ำ นะครับ ม..มันน่ากลัวมาก”

“เจออะไรวะ เอ็งพาข้าไปดูซิ”

“จะไปหรอลุง” ไอ้แว่นยังนึกกลัว

“ก็เออสิวะ ไม่ไปดูจะรู้เรอะ”

ไอ้แว่นเดินนำ ลุงดำไป อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เมื่อถึงหน้าห้องน้ำ ที่เกิดเหตุ เขาหยุดชะงัก ไม่กล้าแม้แต่จะชะเง้อมองเข้าไปข้างใน

ลุงดำ เห็นเช่นนั้น ก็รู้สึกรำคาญ จึงเดินเข้าไปดูด้วยตนเอง ก็พบว่าไม่มีสิ่งผิดปกติใด ๆ

“อะไรของเอ็งวะ ไม่เห็นมีห่าอะไร”

ไอ้แว่นได้ฟังเช่นนั้น จึงรวมความกล้า ชะโงกหน้าเข้าไปส่องในห้องน้ำ ซึ่งก็ไม่เจออะไรเช่นกัน

“เอ่อ..คือว่า...”

“ไหนเอ็ง บอกมาซิมันมีอะไร” ลุงดำถาม

“ค...คือ ตอแรกผมเข้าไปขี้ในห้องน้ำ จู่ ๆ ไฟก็ดับ หลังจากนั่นก็มีกลิ่นไหม้บางอย่าง คล้ายกับของเน่า ผมรีบวิ่งออกไปนอกห้องน้ำ แต่เสือกเจอประตูล็อค ผมเคาะอยู่นาน ถึงออกมาได้ แล้วก็วิ่งมาเจอลุงนี่แหละ” ไอ้แว่นเล่าด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน

“ควันห่าอะไรของเอ็ง ข้าไม่เห็นเจอ”

“ไม่รู้สิ ก่อนผมจะเจอไอ้ควันนั่น ผมกำลังอ่านข่าวคนเจอกระหังในเมือง ไม่รู้เกี่ยวกันหรือเปล่า” ไอ้แว่นโยงเรื่องราวตามพล๊อตหนังสยองขวัญที่เคยดูมา “เออ! มีอีกอย่างนะลุง ตอนผมเดินเข้ามานะ ผมเห็นรุ่นพี่คนนึง ย้อมผมสีทอง ๆ ดูท่าทางน่าสงสัย”

ลุงดำผงะ “ผมทอง ๆ นี่ไอ้สมโชคหรือเปล่าวะ”

“นั่นแหละ ผมจำได้ละ พี่สมโชค”

ลุงดำนึกถึง ท่าทีแปลก ๆ ของสมโชคที่เพิ่งเจอมาไม่นาน

หรือว่า.....

เขากลืนน้ำลาย ก่อนจะพูดต่อ “เออ ถ้าไม่มีอะไร ข้าขอตัวไปก่อนล่ะนะ” ลุงดำว่า ก่อนจะเดินจากไป

ไอ้แว่นยังกลัว ไม่หาย แต่เขาก็รวบรวมความกล้า เข้าไปสำรวจในห้องน้ำอีกครั่งหนึ่ง

“ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่หว่า” เขาพึมพำออกมา

แต่จู่ ๆ สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่บางอย่าง ที่หล่นอยู่บริเวณมุมห้อง เขาเดินไปหยิบมันขึ้นมา พบว่ามันเป็นก้อนกลม ๆ เท่าลูกลำไย

ความกลัวในตอนแรก แปลเปลี่ยน เป็นความอาฆาตแค้น

“ไอ้หัวทอง! มึงเล่นผิดคนแล้ว”



สมโชคพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นระยะ พลางคิดหาเรื่องแกล้งคน เขามีโรคประจำตัวที่ไม่มีหมอคนไหนรับรักษา โรคนั้นก็คือ “โรคขี้แกล้ง” อาการของโรค คือเมื่อเห็นผู้ใดอยู่อย่างสงบสุข ร่างกายจะหลั่งสารบางอย่าง ทำให้สมองเกิดปฏิกิริยา อยากหาเรื่องชิบหายมาสู่ผู้นั้น

แล้วทันใดนั้น เขาก็ได้เห็น ไอ้จ่อย นักศึกษาปีหนึ่ง เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ ไม่ถึงเดือน กำลังเดินตรงมา เขาจำได้ว่า ไอ้จ่อย พักอยู่ห้องเดียวกับ ไอ้ขำ ปกติมันทั้งสองจะไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่วันนี้แปลก! ที่เจอแต่ไอ้จ่อยไม่เจอไอ้ขำ

แล้วสมโชคยอดนักแกล้ง ก็นึกเรื่องสนุก ๆ ได้ในหัว

“เฮ้จ่อย!” เขาตะโกนเรียก

ไอ้จ่อยหันควับมาตามเสียง “อ้าว พี่โชคมีไรหรอ”

“วันนี้ไอ้ขำไม่มาด้วยหรอวะ”

“วันนี้มันไม่ค่อยสบายน่ะ เลยไม่ได้ลงมา”

สมโชคยิ้มในใจ ก่อนจะทำทีหันซ้ายหันขวา แล้วบอกกับไอ้จ่อย เบา ๆ ว่า

“เอ็งเห็นข่าวคนเจอกระหังบินอยู่ในเมืองไหม”

จู่ ๆ ลุงดำ ก็บังเอิ๊ญ...บังเอิญ โผล่มาจากไหนไม่รู้ เขาเข้ามาได้ยินสมโชคพูดถึง ‘กระหัง’ จึงหูผึ่ง รีบแอบฟังทั้งสองคุยกันอย่างแนบเนียน

“อ๋อ เห็นสิพี่ แชร์กันเต็มเฟสเลย” ไอ้จ่อยว่า

“เอ็งรู้หรือเปล่า ว่าไอ้กระหังนั่นน่ะ มันมาจากหอพักของเรา”

ลุงดำที่แอบฟังอยู่ หน้าซีด ขนลุกซู่

“จ...จริงหรอ” นายจ่อยว่าอย่างแปลกใจ “พี่รู้ได้ยังไง”

“ก็เมื่อคืนนี้น่ะ ข้าออกไปหามื้อดึก ว่าจะไปกินไก่...”

ลุงดำ ผงะ เม็ดเหงื่อไหลอาบใบหน้า ขนลุกชี้โด้ ไปยันรูทวาร เขาลุกพรวด แล้วรีบวิ่งหน้าตั้ง ชนข้าวของกระจัดกระจาย แบบไม่คิดชีวิต

สมโชคกับไอ้จ่อย ได้ยินเสียงขลุกขลัก เหมือนมีตัวอะไรวิ่งชนข้าวของหล่น ดังมาจากข้างในตึก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร

“ข้าออกไปหาไก่กินรอบดึก” สมโชคว่าต่อ “ตอนที่ข้าออกจากห้อง ข้าเห็นมีใครบางคน ยืนอยู่ริมระเบียง ตอนแรกข้าก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอมัน...” เขาแสรสทำสีหน้าหวาดกลัว “...พอมันกางแขนทำท่าเหมือนจะบิน แล้วมีกระด้งโผล่ออกมาเท่านั้นแหละ...”

ไอ้จ่อยหน้าซีด “จ...จริง หรอพี่”

“จริงซิวะ หลังจากนั้น มันก็กระโดด บินผับ ๆ ออกไปนอกระเบียง โอ๊ย...นึกแล้วยังขนลุกไม่หาย”

“ล...แล้วพี่ เห็นหน้า มันหรือเปล่า” เขาถามเสียงสั่น

“เห็นสิ” สมโชคว่า เสียงเบา พลางหันมองซ้ายขวา

“ไอ้กระหังที่ข้าเห็นน่ะ มันไอ้ขำ ที่อยู่ห้องเดียวกับเอ็งไง”



ลุงดำวิ่งหอบแฮก ๆ เข้าไปในห้องของตน เขาเปิดหอพักมาเกือบสามสิบปี เพิ่งพบว่ามีกระหังมาเช่าอยู่ ลุงดำทำอะไรไม่ถูก จึงคว้าโทรศัพท์ กดเบอร์ ลุงชิน เพื่อนสนิท

เสียงโทรศัพท์ดังอยู่สามตื๊ด “ฮัลโหล ไอ้ชินหรอ” ลุงดำถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“เออสิวะ เอ็งมีอะไร เสียงฟังดูไม่ค่อยดี” ลุงชินถามอย่างแปลกใจ

“กูเจอกระหังในหอของกู”

“ห๊า! กระหัง”

“เออสิวะ แม่งเพิ่งล่อไอ้แจ้ ไก่ของกูไปเมื่อวาน”

“อ้าว! เรื่องใหญ่สิวะเนี่ย เออ!..วันนี้กูก็เห็นมีคนคุยกันเรื่องกระหังเหมือนกัน ไม่นึกว่าจะมาอยู่ในตึกมึง”

“นั่นดิ ตอนแรกกูก็ไม่ค่อยสนใจหรอก แต่พอรู้ว่าแม่งมาเช่าหอกูอยู่ แถมยังมาล่อไก่กูอีก กูก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วเนี่ย”

“มึงรู้ตัวกระหังหรือเปล่า”

“รู้สิ เด็กหอกูเอง”

“กูรู้จักพ่อหมอคนนึง”

“พ่อหมอหรอวะ...ดีเลย! ตามมาโดยด่วน”



สมโชคนั่งมองไอ้จ่อย ที่เดินตัวสั่นขึ้นบันไดไป ก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาหลังจากอัดอั้นไว้นาน สีหน้าของไอ้จ่อยตอนที่รู้ว่าเพื่อนของตนเป็นกระหัง ทำให้เขาหัวเราะไม่หยุด

เขานั่งสูบบุหรี่ต่อจนหมดมวน ก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้มีนัดกับสาว สมโชคจึงลุกยืนแล้วเดินจากไปจากโต๊ะหินอ่อน

โดยที่ยังไม่รู้ ว่ามีใครบางคนกำลังจับตามองเขาอยู่ แล้วรอเวลาที่จะแก้แค้น!



พ่อหมอมานพ เป็นหมอผีที่เล่าขานกันว่ามีวิชาอาคมแกร่งกล้า มีของขลังที่เรื่องลือกันว่ามีอนุภาพไม่แพ้ อาจารย์ท่านอื่น ไม่ว่าจะเป็น ผ้ายันต์สามสิบแปดป่าช้า บ้านไหนมีไว้ ภูตผีไม่กล้าเข้า ค่าเช่า เก้าสิบเก้าบาท

ตะกรุดเหล็กไหลพระอาทิตย์ ตะกรุดที่ว่ากันว่า ทำจากแร่เหล็ก ที่ขุดมาจากเศษอุกกาบาติ จากนอกโลก ค่าเช่า เก้าร้อยเก้าสิบเก้าบาท

หรือจะเป็น นามบัตรทองประทับตราอาจารย์มานพ เคลือบด้วยทองปลุกเสก เวลาเจอผีแค่โชว์นามบัตร ผีจะไม่กล้ายุ้ง ค่าเช้าเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าบาท

ที่ว่ามาทั้งหมดหาซื้อไอ้ที่ พ่อหมอมานพกิ๊ฟช็อป!

“พ่อหมอครับ นี่ไอ้ดำ เป็นเจ้าของหอนี้” ลุงชินแนะนำเพื่อนให้ พ่อหมอรู้จัก

“สวัสดีครับพ่อหมอ” ลุงดำยกมือไหว้

“ที่นี่นะหรอ ที่เอ็งว่ามีกระหังมาอาศัยอยู่น่ะ” พ่อหมอว่า ขณะนั่งท่าขัดสมาธิ โดยมีลูกศิษย์สองนายยืนเป็นพื้นหลัง

“ค...ครับ”

พ่อหมอตบเข่าดังฉาด “ข้าว่าแล้ว!”

ลุงดำสะดุ้ง

“รู้ไหม ทำไมหอของเอ็ง ถึงได้มีไอ้ผีเวรนี่ มาเข้าอยู่อาศัย”

“ท...ทำไมครับ”

พ่อหมอบรรจงหยิบผ้ายันออกมาจากกระเป๋า “ก็เพราะว่าเอ็งไม่มีผ้ายันของข้าไง” ว่าแล้วพ่อหมอก็ส่งผ้ายันต์สามสิบแปดป่าช้า ให้ลุงดำ

ลุงดำรับมา “ขอบคุณครับพ่อหมอ”

“ค่าเช่า เก้าสิบเก้าบาท”

ลุงดำสะดุ้งโหยง “ห...ห๊า”

“ไว้ค่อยจ่ายที่หลัง” พ่อหมอว่า “มาคุยเรื่องผี กันก่อน”

“คือมันเป็นผีกระหัง พักอยู่ในหอของผมครับ แล้วเอ่อ...มันเพิ่งกินไก่ของผมไปด้วย”

พ่อหมอตบเข่าดังฉาด “กินไก่ด้วยเรอะ ไอ้ผีตัวนี้มันร้ายนัก เองต้องมี....” พ่อหมอทำท่าจะล้วงบางอย่างออกมา

เมื่อลุงดำเห็น จึงรีบปรามไว้ “เดี๋ยวก่อนครับพ่อหมอ เรื่องของขลังไว้ที่หลัง ตอนนี้ไปจัดการมันก่อนเถอะครับ”

“หึ ๆ จะเอาแบบนั้นก็ได้”



ลุงดำกับลุงชินเพื่อนสนิท เดินนำพ่อหมอมานพ กับลูกศิษย์อีกสองคน มาที่หน้าห้องของสมโชค

“นี้แหละครับ ห้องที่มันพักอยู่”

พ่อหมอเดินมาหน้าประตูห้อง ทำทีเหมือนรับรู้อะไรบางอย่าง “กลิ่นของผีร้ายแรงมาก” พ่อหมอว่า

ลุงดำหน้าซีดเข้าไปอีก “จะจัดการมันยังไงครับ ตอนนี้ไอ้สมโชคเจ้าของห้อง มันยังไม่อยู่ แต่ผมว่าเดี๋ยวไม่นาน มันก็คงกลับมา”

พ่อหมอหันไปปรึกษากับลูกศิษย์ ลุงดำกับลุงชิน จ้องมองใจจดใจจ่อ

แล้วพ่อหมอก็หันกลับมา “เอาอย่างนี้ เอ็งใช่กุญแจสำรองเปิดห้องมัน แล้วพวกเราจะไปแอบรวมอยู่ในห้อง พอมันเข้ามา พวกเราจะรวบตัวมัน แล้วทำพิธีปลดปล่อยวิญญาณ”

ลุงดำหน้าซีด “ร...เรา หรอครับ”

“ก็ใช่นะซี เอ็งสองคนก็ต้องเข้ามาช่วยด้วย” พ่อหมอว่า “แต่ถ้าเองยังกลัวข้ามีตะกรุด...”

“พอ ๆ ครับ เอาเป็นว่า เราเริ่มกันเลยดีกว่า”



เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง หลังจากเสร็จธุระกับสาวที่นัดไว้ สมโชค ก็ได้กลับมายังหอพัก

เขาเดินขึ้นบันไดจนถึงชั้นที่ตนเองพักอาศัย แล้วก็ค่อย ๆ เดิน ช้า ๆ ไปถึงห้องของตน

เมื่อถึงหน้าห้องเขาหยิบกุญแจห้องพักออกมาเสียบเข้าไปที่กลอนประตู

ประตูเปิดออก

ทันใดนั้น! ไอ้แว่น ที่สะกดรอยตามมาตลอดทาง ก็พุ่งเข้าผลักสมโชคเข้าไปในห้อง

สมโชคหน้าคะมำ ลงบนพื้น ไอ้แว่นใช้จังหวะนั้น จุดระเบิดไข่เน่า ที่เพิ่งไปซื้อมา พร้อมกันสิบลูกโยนเข้าไปข้างในแล้วทำการ ปิดประตูห้องดังปั๊ง!

พร้อมล็อคกลอนเสร็จสรรพ

ลุงดำและขบวนการล่าผี เมื่อเห็นมีคนเข้ามา ก็พากันออกมาล้อมรอบตัวสมโชค ที่นอนคว่ำอยู่

สมโชคค่อย ๆ ผลักตัวเองขึ้นจากพื้น เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับ คนจำนวนมากมารวมอยู่ในห้อง

“พ...พวก...ค...คุณเป็นใคร”

ระเบิดไข่เน่าเริ่มทำงาน มันปล่อยควันโขมงออกมา พร้อมกับกลิ่นสุดจะบรรยายของมัน

“โอ้!...กลิ่นสาบกระหัง” พ่อหมออุทานขึ้น “มันเป็นกระหังจริงด้วย”

สมโชคลุกยืน เอามือปิดจมูก “กระหังห่าไรวะ แล้วนี่ควันอะไรวะเนี่ย”

พ่อหมอหยิบนามบัตรทองฯ ออกมาโชว์ให้ดู “นี่เอ็งเห็นนี่ไหม นามบัตรทองของข้า”

“อะไรของมึงวะ แอ๊ก!...แอ๊ก!” สมโชคว่า พลางสำลักควัน

พ่อหมอไม่รอช้า กระโดดถีบเข้าที่ยอดอก สมโชคลงไปนอนกองอีกครั่ง

“เอ้า! รออะไรล่ะ รีบจัดการสิวะ มันปล่อยกลิ่นสาบขนาดนี้ น่าจะฤทธิ์เยอะ” พ่อหมอตะโกนสั่ง

ลุงดำกับลุงชิน พร้อมลูกศิษย์ทั้งสอง ฝ่ากลุ่มควันเข้าร่วมผสานบาทา กระทืบสมโชกที่นอนอยู่บนพื้น อย่างเมามัน

“ฮ่า ๆ อยากมาแดกไก่กูดีนัก”

สมโชคไม่นอนรับตีนอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าไม่แกร่งจริง คงไม่อยู่มาถึงทุกวันนี้ เขาพยายามสวนหมัดเข้าใส่พวกที่กำลังรุมเขา โดนบ้างไม่โดนบ้าง

“อ้า!...” พ่อหมอร้องลั่น เขาโดนต่อยเข้าที่กล่องดวงใจ ก่อนจะลงไปนอนตัวงอยู่บนพื้น จู่ ๆ ก็มีตีนจาใครต่อใครไม่รู้ ยันเข้าเต็มหน้า

ทั้งหกคนในห้องตะลุมบอนกันมั่ว ระเบิดไข่เน่าสิบลูกปล่อยควันมหาศาล ทำให้ไม่สามารถ ระบุตัวได้ว่าใครเป็นใคร


 
ขณะที่มีเรื่องแสนชุลมุนในห้องของสมโชค ถัดออกมาอีกห้าห้อง ก็จะเป็นห้องไอ้นายจ่อยกับไอ้ขำ

“เอ็งไม่น่าไปกินอะไรพิสดารเลย” ไอ้จ่อยบอกกับไอ้ขำที่เพิ่งตื่นนอน

“ช่วยไม่ได้นี่หว่า ใครมันจะไปรู้”

“เออ!...กูเจอเรื่องใหญ่แล้วว่ะ” ไอ้จ่อยเพิ่งนึกได้

“เรื่องที่มีคนถ่ายกูตอนบินอยู่ได้อะนะ รู้แล้วล่ะ” ไอ้ขำว่า “ปล่อยมันไปเถอะ ใครมันจะไปเชื่อว่ะ ฮ่า ๆ”

“ไม่ใช่เรื่องนั้น”

ไอ้ขำทำหน้าแปลกใจ

“เรื่องใหญ่ของกูคือ มันมีคนเห็นมึงตอนที่ มึงกำลังจะบินออกไป” ไอ้จ่อยว่า “แล้วมันดันจำมึงได้ด้วย”

ไอ้ขำผงะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “เฮ่อ...ไม่อยากทำบาปเลยวะ” ว่าแล้วเขาก็ลุกยืนขึ้น

“มึงกับกูคงต้องไปเยี่ยมมันที่ห้องหน่อยละ”
SHARE
Written in this book
ตลกร้ายกาจ
รวบรวม เรื่องสั้นแนวตลกร้าย หลากหลายเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็น ชีวิตคนทั่วไป มหาเศรษฐี ยาจก โจร ตำรวจ ผีสาง เทวดา ไปจนถึง มนุษย์ต่างดาว มีเนื้อหา เสียดสี จิกกัดสังคม แสบ ๆ คัน ๆ พอหอมปากหอมคอ มาพร้อมบทสรุปสุดร้ายกาจยากเกินคาดเดา ที่ลองแล้วจะติดใจ
Writer
PungPron
Writer
อยากอ่านเรื่องตลก แบบร้าย ๆ คลิ๊ก!!

Comments

bearboy
1 year ago
ทำตัวเองแท้ๆ​ ไอ้สมโชค

Reply