พลังแห่งเทพฮินดู
การไปอินเดียครั้งนี้ เพื่อการไหว้เทพโดยเฉพาะ

วันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา ตั้งใจจะไปยุโรป แต่ดันมาเกิดเรื่องจิตสื่อกับวิญญาณได้ซะก่อน ความคิดก็เปลี่ยนโดยพลันจ้า ... ไปอินเดีย ไหว้เทพที่เราบูชาก็แล้วกันเผื่ออะไรๆจะดีขึ้น

เทพที่บูชาอยู่เป็นประจำมีอยู่ 5 องค์ คือ พระพิฆเนศ พระแม่ลักษมี พระตรีมุรติ ท้าวกุเวร หรือเศรษฐีชุมพล และพระแม่ธรณี  

แต่ก่อนไม่ค่อยรู้สึกถึงพลังในองค์เทพหรอกค่ะเพราะไม่เคยสัมผัสได้ ตอนบวงสรวงพระตรีฯเคยได้รับความรู้สึกอย่างมากก็แค่ขนลุก แต่.. หลังจากเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมกราคม 2561 เป็นต้นมา เทพองค์ไหนพลังในตัวระดับไหน รับได้หมดเลย และบางทีพลังของท่านก็มีแบบทำให้รู้สึกแน่นที่หน้าอกเลยทีเดียว 

แพลนครั้งนี้คือจะไปไหว้เทพที่เมืองมุมไบ 
เมืองที่มีพระพิฆเนศองค์ที่ชื่อว่า สิทธิวินายัก ซึ่งเป็นองค์ประธานของพระพิฆเนศทั่วโลก เป็นองค์สีแดง มีงวงสะบัดไปทางซ้าย ซึ่งปกติแล้วเราจะเห็นว่าพระพิฆเนสทั่วไปงวงสะบัดไปทางขวา องค์นี้ท่านจริงจัง เคร่งครัด และจัดหนัก 

ตอนไปสักการะก็ซื้อตะกร้าของไหว้ อันได้แก่ดอกไม้ รวงข้าว กำยาน มะพร้าวและขนม และถอดรองเท้าเดินเข้าไป พอเข้าถึงพราหม์ที่ยืนรับของทำพิธีอยู่หน้าองค์เทพ เราก็เกิดได้รับความรู้สึกแน่นหน้าอก ใจเต้นแรงและรัว อาการเป็นแบบนี้ทุกทีถ้าเข้าใกล้พระพิฆเนศที่ไหนก็ตาม แต่ที่นี่หนักและแน่นมาก ... รับรู้เลยนี่ไง พลังของท่านมาแล้ว

ฟังดูเหลือเชื่อนะ แต่เชื่อเถอะไม่ได้หลอก เพราะมาเขียนไว้ที่นี่ ก็เพื่อบันทึกพัฒนาการตัวเอง นับวันมันยิ่งอเมซิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนตัวเองก็งงว่าเค้าอยากให้ทำอะไรกันแน่ ถึงให้ความพิเศษนี้กับเรามา

หลังจากนั้นก็มีไปไหว้แม่ลักษมี ซึ่งเป็นอีกที่นึงที่คนฮินดูศรัทธาไม่แพ้กัน (พลังส่งมาที่หน้าอกและหัวใจเหมือนองค์พระฆเนศ) และ ไปไหว้พระตรีมุรติ ที่ถ้ำ Elephanta (องค์ตรีมุรติที่หนังสือภาษาไทยเขียนว่าอยู่ที่ถ้ำนี้ เราเห็นและเชื่อว่าเป็นหน้าพระศิวะ 3 เศียร มากกว่าค่ะ ไม่ใช่พระพรหม พระศิวะ และพระนาราย (ตรีมุรติ) อย่างที่เขียนไว้ .. แต่เอาเถอะ มาถึงถ้ำนี้เรารับรู้อะไรที่แปลกออกไปค่ะ

เมื่อยืนทำสมาธิและสวดนมัสการในใจต่อหน้าหินแกะสลักรูปพระศิวะ 3 เศียรแล้ว เราได้รับพลังเบาๆที่มีความเย็นอยู่ และรับได้เฉพาะช่วงหัวของเราเท่านั้น แต่พอเดินไปเจอกำแพงหินที่เป็นรูปแกะสลักของพระพิฆเนส ยืนทำสมาธิบอกกับท่านว่าเราเป็นใคร กลับรู้สึกใจเต้นแรงหนักหน้าอก เหมือนครั้งที่เจอที่วัดพระพิฆเนศศรีสิทธิวินายักอีกครั้ง

แปลกแต่จริง เทพแต่ละองค์ จะมีพลังที่ส่งมาและเรารับรู้ได้แตกต่างกัน แต่ถ้าเป็นสัมพเวสีหรือวิญญาณที่ไม่ถึงชั้นพรหม .. สื่อที่รับได้คือการขนลุกเบื้องล่าง เช่น ขา น่อง เท่านั้นเอง 

ก่อนกลับเราไม่ลืมที่จะนั่งสมาธิที่ถ้ำแห่งนี้ แม้ผู้คนจะเดินกันขวักไขว่ แต่กลับมีพลังงานดีๆที่ทำให้เราอยากนั่งทำจิตใจให้สงบ และเป็นดังคาดค่ะ นั่งไปแป้บเดียวก็ติดในความนิ่งยาวถึงครึ่งชั่วโมง


ในขณะที่ทำสมาธินิ่งอยู่นั้น กลับมีความสุขอย่างประหลาด แต่ทุกอย่างก็ต้องมีจุดจบค่ะ เมื่อถึงเวลาอันสมควร เราเริ่มแผ่เมตตา ถวายกุศลแด่เทพเทวาทั้งหลาย และตามเสต็ปไปเรื่อยๆจนถึงสุดท้ายคือ ดวงวิญญาณที่อยู่รอบบริเวณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ แค่หมดคำกล่าวนี้ ในนิมิตก็เห็นแสงระยิบระยับเหมือนดวงดาวอยู่รอบบริเวณ เราคิดว่าคงจะเป็นดวงจิตของวิญญาณผู้ทรงศีลทั้งหลายนะ ไม่หิวโหย ไม่ได้ยื้อแย่ง แค่มาอนุโมทนาบุญนี้กัน


ออกจากสมาธิด้วยความสุขใจ เดินทางกลับสู่เมืองมุมไบอย่างมีความสุขอีกวันค่ะ 




SHARE
Writer
Sea_SpiriTuAL
Life Observer
Don't judge a book by its cover. The image he/she looks doesn't tell you the whole story of a person. Come to my world, you might see something different.

Comments