Colors of the SKY [1]
เกือบ 2 ปี แล้วนะที่ฉันได้รู้จักคุณ

ในตอนนั้นฉันไม่รู้จริงๆว่าคุณคือใคร รู้เพียงว่าคุณคือรุ่นพี่คนหนึ่ง ความสดใสของคุณทำให้คุณโดดเด่นกว่าทุกคนที่นั่น คุณใจดี ยิ้มเก่ง พูดจาไพเราะ แววตาสดใสและจำชื่อฉันได้ เป็นแบบนี้เสมอจนฉันเผลอคิดไปว่ามันคงจะดีนะถ้าเราได้รู้จักกันมากกว่านี้ เป็นพี่น้องร่วมสถาบันเดียวกัน จนกระทั่งฉันได้รู้ความจริงในวันนั้นว่า...

คุณมีตัวจริงอยู่แล้ว ฝันของฉันไม่มีวันเป็นจริงอย่างแน่นอน


ครั้งที่ 2 ที่เราเจอกัน คุณประหม่าและพูดขอโทษตลอดเวลาที่เห็นคนทำหน้า งง คุณถามทุกคนว่าเข้าใจที่คุณพูดไหม ตลอดเทอมที่ 1 คงเป็นเรื่องยากสำหรับคุณ และในตอนท้ายคุณอาจไม่รู้ว่าฉันคือหนึ่งในคนที่เขียนข้อความให้กำลังใจคุณในวันสุดท้ายของเทอม เพราะฉันเชื่อว่าคุณทำได้และทำได้ดีในสิ่งที่คุณต้องทำต่อไป

เวลามันผ่านไปไวนะ จากเทอม 1 สู่ เทอม 2 ความสัมพันธ์ที่ฉันพยายามจะสร้างขึ้นมันไม่พัฒนาขึ้นเลย เพราะฉันเขินอายเกินกว่าที่จะทักทายคุณบ่อยๆ ทำได้เพียงปรึกษางานบางอย่างเท่านั้น แต่ในการสอบวิชาหนึ่ง ขณะที่ฉันนั่งเหม่อมองไปข้างหน้า แล้วเจอสายตาของคุณมองกลับมา ฉันพูดแบบไม่มีเสียงว่า "ยากจัง" คุณยิ้มแล้วทำท่า "สู้ๆ" ให้กำลังใจฉัน มันทำให้ฉันมีกำลังใจที่จะสอบขึ้นอีกเยอะเลย 

จนเข้าสู่ช่วงเวลาที่เราต้องไปใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง มันเป็นเหมือนเดิม เหมือนครั้งแรกที่ฉันเจอคุณ ทุกอย่างดูเหนื่อยและอ่อนล้าสำหรับเด็กปี 2 แต่เป็นการครบ 1 ปีของการรู้จักกันของเรา ตลอดระยะเวลานั้น ฉันเฝ้ามองคุณทุกวันและให้สีเสื้อของคุณเป็นสีของท้องฟ้าในวันนั้น เพราะอะไรน่ะหรอ? เพราะ ฉันชอบมองท้องฟ้ามากๆ มันทำให้รู้สึกโล่่งสบาย และมองเห็นได้เสมอ เหมือนกับคุณ ที่อยู่ในสายตาของฉันตลอดเวลา มองแล้วสบายตา มีความสุข ทั้งๆที่มันไม่ควรเป็นแบบนั้นเลย 

น่าแปลก เวลาที่คนเราลำบากอยู่ด้วยกัน มันกลับสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างลึกลับ จู่ๆคุณก็เลี้ยงขนม จู่ๆคุณก็เรียกฉันให้ช่วยทำงาน จู่ๆคุณก็ขอความช่วยเหลือจากฉัน ทั้งๆที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นความตั้งใจของคุณหรือเปล่า แต่ก็อดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าคุณคงสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง หรือไม่ก็ไปได้ยินข่าวลืออะไรมา ฉันประหม่า แต่ฉันก็ทำด้วยความเต็มใจเสมอ เพราะฉันดีใจที่ได้อยู่ใกล้ๆคุณ... มันแสดงให้เห็นว่าคุณยังพอมองเห็นฉันในสายตาบ้าง ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็เถอะ
สิ่งที่คุณพูดแล้วทำให้หัวใจของฉันพองโตที่สุด คือประโยคสั้นๆว่า "พี่ชื่นชมนะ"

แต่เมื่อขึ้นปี 3 ฉันสังเกตได้ว่าคุณแปลกไปกว่าแต่ก่อน คงเพราะงานหรืออะไรบางอย่าง คุณดูเครียด ไม่ร่าเริง หัวเราะน้อยลง แต่เราเจอกันมากขึ้นนะ คุยกันมากขึ้นถึงแม้จะเป็นเรื่องงานก็ตาม คุณอาจเป็นความสุขไม่กี่อย่างของฉันที่เกิดขึ้นในขณะที่ฉันเริ่มเป็นโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล มันกลืนกินความสุขของฉันไปแทบทั้งหมด ฉันนอนไม่หลับ คิดหลายๆเรื่องอยู่ในหัวจนนอนไม่ได้ ต้องร้องไห้ออกมา ฉันอยู่คนเดียวไม่ได้ ฉันกลัวที่ๆคนเยอะ กลัวที่แคบ กลัวแม้กระทั่งการเจอคุณ เพราะฉันรู้ดีว่าภายในใจของคุณนั้นไม่มีฉันอยู่เลย มันถูกเติมเต็มไปแล้วด้วยคนๆหนึ่งที่ฉันไม่อาจสู้ได้ ใช้ชีวิตนี้ทั้งชีวิตก็สู้ไม่ได้ มันแย่มากจนฉันทนแทบไม่ไหว มองไปรอบตัวไม่เห็นใคร ตลอดเวลามีแต่ความอยากกลับบ้านและน้ำตาที่ไหลมามากมาย 

ฉันตัดสินใจไปหาจิตแพทย์และเริ่มกินยาเพื่อรักษาโรควิตกกังวลและโรคซึมเศร้า...

นอกจากคนในครอบครัว คุณคือคนแรกที่ฉันเลือกที่จะบอกเรื่องนี้ ฉันบอกคุณไปว่าให้ทำตัวเหมือนเดิม ให้คุยกันเหมือนเดิม เพราะคุณคือความสุขของฉัน ใช่! ฉันบอกไปแบบนั้น!! คุณรับรู้และแสดงความเป็นห่วง แต่คุณคงไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ฉันบอกไปมันมีความหมายมากกว่านั้น มันเป็นความชอบที่มากกว่าชอบ เป็นความสุขที่มากกว่าความสุข ... ฉันเจอคุณบ่อยขึ้น อาจเป็นเพราะยา ที่ทำให้ฉันกล้าที่จะคุยกับคนอื่นมากขึ้น เป็นตัวเองคนเก่าที่ร่าเริงและสดใส ฉันคุยกับใครต่อใครมากมาย ได้รับความรักและกำลังใจกลับมา ทุกคนทำให้ฉันเป็นสุข แต่ที่ดีเป็นพิเศษก็คือคุณ จากคนที่เคยล็อคโพสทุกอย่างในเฟสบุ๊ค ล็อคการออนไลน์ไม่ให้คุณเห็น ฉันปลดมันออกทั้งหมด และเปิดแชทของคุณทิ้งไว้ คอยเฝ้าดูจุดเขียวๆที่อาจโผล่ขึ้นมากลางดึกก่อนที่ฉันจะนอน และตื่นเช้ามาเพื่อมองหาจุดเขียวๆที่มักจะตื่นก่อนฉันเสมอ

เมื่อเราเจอกัน ฉันคุยเรื่องไร้สาระกับคุยได้ ทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน ฉันกล้านั่งทำงานข้างๆคุณทั้งที่ปกติยังไม่กล้าเดินผ่านด้วยซ้ำ ฉันได้เห็นตัวตนที่แท้จริงภายในความเรียบร้อยของคุณ ที่มันดำมืดจนฉันตกใจ แต่คุณเลือกที่จะไม่เผยมันออกมาเมื่ออยู่กับฉันเพียงลำพัง เราไปไหนด้วยกันสองสามที่ (แต่ไม่ได้ไปด้วยกันแค่สองคนนะ) ฉันเคยทะเลาะกับคุณ ดราม่าใส่คุณ (แต่คุณคงไม่รู้) จนร้องไห้หนักมากเพราะความโกรธ คุณไม่ได้ขอโทษฉันเป็นการส่วนตัวด้วยซ้ำ เพียงแค่คุณพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆก็เท่านั้น แต่เมื่อกำลังจะตัดใจว่าจะไม่เข้าไปวุ่นวายในชีวิตคุณอีก คุณก็ทักมาชวนไปเที่ยวซะงั้น หลายๆจังหวะมันเป็นความบังเอิญ แต่ฉันเกลียดความบังเอิญแบบนี้ มันทำให้ผู้หญิงชอบมโนอย่างฉันคิดไปไกล แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณอาจทำดีกับฉันเพียงเพราะสงสารหรือเห็นใจในความป่วยไข้ของฉัน อย่างที่คนอื่นๆเขาทำกันนั่นแหละ ..

เราสนิทกันมากขึ้น คุยเล่นได้ ทำงานด้วยกันบ่อย ความปลาบปลื้มที่ฉันมีต่อคุณดูไม่รุนแรงเท่าแต่ก่อน ใช่.. ฉันไม่ได้ปลื้มคุณมากเท่านั้นแล้ว ฉันเลิกมโนและรับได้ในความเป็นจริงว่าคุณมีเจ้าของหัวใจแล้ว แต่ฉันยังคิดถึงคุณเสมอนะ คิดถึงคุณทุกครั้งที่ถ่ายภาพท้องฟ้า คิดถึงคุณแม้กระทั่งตอนกำลังเดินตามหลังคุณ คิดถึงคุณตอนที่อยู่ในลิฟท์สองคนกับคุณและคิดถึงคุณตอนที่คุณถามฉันว่า อยากมาร่วมงานกับคุณไหม? ขอโทษที่ฉันต้องตอบบ่ายเบี่ยงไปก่อน เพราะฉันต้องทบทวนดูให้ดีว่าอยากทำงานนี้จริงๆ หรือแค่เพราะได้ทำงานกับคุณ

ฉันรู้ว่าตอนนี้คุณกำลังเหนื่อย ฉันจะอดทนกับความหงุดหงิดง่ายของคุณ ฉันให้กำลังใจคุณแต่คุณเลือกที่จะวางเฉย ฉันเข้าใจ แต่อย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งที่ฉันมอบให้คุณอย่างจริงใจ ฉันไม่หวังว่าเราจะขยับสถานภาพอะไรหรอก ที่เป็นอยู่ตอนนี้มันดีมากแล้ว ให้ฉันเป็นคนเดียวที่รู้สึกนั่นแหละดีแล้ว อีกไม่นานมันก็จางไป ฉันรู้ดี เรื่องสถานะระหว่างเรา ฉันไม่ขยับและจะไม่พยายามขยับเข้าใกล้คุณมากกว่านี้อีก

แต่จะให้ฉันมองท้องฟ้าแล้วเลิกคิดถึงคุณ คงทำไม่ได้จริงๆ...


SHARE
Writer
rosegoldviper
realistical human
Dreamer / Listenner / Steak lover

Comments