ค่ำนี้จะนอนไหน
~•~
โรงพยาบาลรัฐฯ เป็นสถานที่ที่ไม่ค่อยอยากจะมาใช้บริการเท่าไหร่นัก ทั้งแออัด คิวแน่น การบริการก็นะตามสภาพ ไม่มีพยาบาลเอาใจพาไปจุดต่าง ๆ ต้องช่วยเหลือตัวเองเป็นหลักอาจเป็นเรื่องปกติที่คนอื่นชิน แต่สำหรับฉันตลอดชีวิตที่ผ่านมาน้อยครั้งที่ฉันจะย่างกรายไปใช้บริการ แม้กระทั่งโรงพยาบาลในประกันสังคมฉันก็ยังจะเลือกเป็นเอกชน ถึงแม้ตัวยาและการบริการจะลดเกรดลงมาหน่อยแต่ก็ยังให้ความรู้สึกดีที่กว่า (เล็กน้อย)

~•~
หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการรอคิวที่ค่อนข้างหนาตาของคลินิกพิเศษ และการรอคิวจ่ายยาบำรุงครรภ์ที่คุณหมอจัดให้ ที่นั่งหน้าโรงพยาบาลรัฐกลายเป็นที่นั่งประจำระหว่างรอรถมารับ ตั้งแต่ตั้งครรภ์มาแล้วเจอภาวะแทรกซ้อนที่ไม่มีใครคาดคิด โรงพยาบาลก็กลายเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองที่ฉันต้องเดินเข้า ๆ ออก ๆ เป็นว่าเล่น จากเดิมที่ฝากท้องไว้ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่ใช้บริการประจำและไม่ไกลจากบ้าน แต่หลังจากที่ต้องเข้าไปแอดมิทสามวันสองคืนและการถูกส่งตัวไปตรวจหาสาเหตุแบบครอบจักรวาลแต่หาสาเหตุไม่เจอ นอกจากรักษาตามอาการกันไป ค่าใช้จ่ายก็พุ่งไปหลายหมื่น ทำให้ฉันที่เป็น customer loyalty ของโรงพยาบาลแห่งนี้เริ่มเสียความมั่นใจในศักยภาพของหมอประจำตัว ความเครียดสะสมขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่หาข้อมูลมาสักระยะ โรงพยาบาลรัฐน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด 
แต่การที่จะย้ายการฝากครรภ์ที่มีอายุครรภ์เยอะ ๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไม่ว่าจะโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนจะไม่อยากรับเคสแบบนี้ อาจจะด้วยจรรยาบรรณ หรือด้วยเหตุผลทางการแพทย์หรือด้วยอะไรก็แล้วแต่มันยากที่จะทำ ยังพอมีโชคอยู่บ้างที่มีคนรู้จักทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐที่ขึ้นชื่อจึงไม่ยากอย่างที่คิด หลังจากที่ได้ไปพบคุณหมอมาสองครั้ง คุณหมอก็ใจอ่อนยอมรับเป็นคนไข้พิเศษให้ นอกจากการตรวจที่ละเอียดและการเอาใจใส่คนไข้ที่มาจากจิตวิญญาณของความเป็นหมอแล้ว 

ค่าใช้จ่ายหลักหมื่นก็เหลือแค่หลักร้อย หลักพัน~•~
ระหว่างนั่งรอรถมารับ คนท้องโตอย่างฉันนั่งเหม่อมองความมืดที่โรยตัวปกคลุมบริเวณโรงพยาบาล เสียงเข็นกระเป๋ากุกกักพร้อมกับเด็กผู้ชายอายุประมาณ 5 ขวบไม่ขาดไม่เกินเดินป้วนเปี้ยนตรงที่นั่งฉัน ดึงสายตาเหม่อลอยให้มาสนใจได้ เด็กคนนั้นเหล่หางตามองผู้หญิงอุ้ยอ้ายอย่างสนอกสนใจ แววตาลอกแลกสอดรู้สอดเห็นทำให้ฉันหยิบกระเป๋าที่บรรจุกระเป๋าเงินและโทรศัพท์มากอดไว้บนตักแทน ไว้ใจไม่ได้หรอกเด็กสมัยนี้มีวิธีทำมาหากินแปลก ๆ กันตั้งแต่ยังเด็กแถมบางครั้งยังมีแก๊งคอยควบคุมเสียด้วย นึกในใจอยากให้รถมารับเร็ว ๆ เสียที นั่งอยู่แบบนี้คนเดียวท้องก็โตเหลือเกินฉันจะมีแรงปกป้องสมบัติตัวเองได้ยังไง
...และแล้วคำขอของฉันก็สำเร็จ สามีวนรถมารับในที่สุด หลังจากที่พาร่างอุ้ยอ้ายขึ้นรถได้สำเร็จ พลันสายตาฉันก็หันไปเห็น ภาพของเด็กน้อยอายุ 5 ขวบคนเดิมกับน้องสาวอายุราว 2 ขวบเล่นมือถืออยู่ตรงขั้นบันไดหน้าโรงพยาบาล พี่ชายกำลังสนุกสนานกับหน้าจอสมาร์ทโฟนเครื่องเล็ก ๆ ในขณะที่น้องสาวนั่งหาวไปดูพี่ชายเล่นไป ผมเผ้าของเด็กน้อยหลุดรุ่ย สีหน้าดูง่วงงุนไม่น้อย ไม่ไกลจากเด็กสองคนนั้น มีเตียงพยาบาลพร้อมร่างพิการของเด็กวัยรุ่นนอนเหม่อลอยอยู่....ข้างเตียงคือผู้หญิงวัยกลางคนที่คิดว่าเป็นแม่กำลังนั่งตบเนื้อตัวลูกคล้ายปลอบประโลมว่าแม่อยู่ตรงนี้ รอบ ๆ ที่นั่งระเกะระกะไปด้วยกระเป๋าเสื้อผ้า ผ้าห่มผืนใหญ่ที่พาดไว้บนกระเป๋า...

~•~
แม้รถจะขับออกมาไกลลิบแล้ว แต่ภาพของสี่แม่ลูกที่นั่งรออะไรบางอย่างหน้าโรงพยาบาลก็ไม่อาจลบไปจากความจำของฉันได้ เด็กน้อยวัยเพียง 2 ขวบกำลังง่วงงุนเกาเนื้อตัวยุกยิก พี่ชายวัยกำลังซนนั่งชี้ชวนน้องสาวให้สนใจโทรศัพท์ตรงหน้า แม่คอยปัดยุงแมลงอยู่ข้าง ๆ ลูกคนโต 4 ชีวิตจะนอนที่ไหนกันนะคืนนี้ เขาจะมีบ้านไหมหรือมาจากต่างจังหวัดกันนะ คืนนี้จะไปนอนที่ไหน

~•~
โรงพยาบาลรัฐถึงจะแลดูแออัดวุ่นวายแค่ไหนแต่แท้ที่จริงแล้วซ่อนความดีงามภายใต้คำว่ามนุษยธรรมได้อย่างมิดชิด...สถานที่ที่หลายคนมองเมินในครั้งแรก..เมื่อความจำเป็นและความโหดร้ายของโรครุมเร้า...ไม่พ้นอาจารย์หมอจากโรงพยาบาลรัฐเป็นที่พึ่งสุดท้าย...


เช่นกันคุณแม่มือใหม่ส่วนใหญ่เลือกที่จะฝากท้องที่โรงพยาบาลเอกชน (แน่นอนรวมฉันไปด้วย) ทั้งที่ในความเป็นจริงหมอสูติก็เคยออกมาเตือนปาว ๆ ให้คุณแม่ทั้งหลายฝากท้องกับโรงพยาบาลรัฐจะดีที่สุด เพราะเมื่อไหร่ที่เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นมาการดูแลทารกที่คลอดก่อนกำหนดแพทย์และพยาบาลเอกชนจะดูแลเด็กกลุ่มเสี่ยงนี้ได้ไม่ดีพอ....อันตรายต่อทั้งแม่และเด็กมาก หรือถ้าฝืนดูแลได้ก็จะเจอกับค่าใช้จ่ายสูงลิบลิ่วเพราะอุปกรณ์ที่ลงทุนกับเด็กที่คลอดก่อนกำหนดแพงแสนแพง เพื่อนที่เคยทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนบอกว่า ค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็กคลอดก่อนกำหนดอยู่ที่ 1-3 ล้าน เอง...

แน่นอนว่าแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลรัฐสามารถดูแลเด็กกลุ่มนี้ได้ดีกว่าเพราะได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษ อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือก็เพียบพร้อมกว่าด้วยงบประมาณที่รัฐจัดสรรมาให้ เอาเถอะภายใต้การบริการตามสภาพ ภายใต้ความขาดแคลนความนุ่มละมุนของความรู้สึกในการใช้บริการ แต่คงไว้ซึ่งความมั่นใจว่าที่นี่แหละคือที่พึ่งสุดท้ายของหลายชีวิตที่หมดหวัง...ที่พึ่งที่หลับที่นอนยามไม่มีที่ให้ไป...


SHARE
Writer
KCstory
Writer
แค่อยากเขียนอะไรก็ได้

Comments

Kae_Sketdaow
2 years ago
ขอบคุณค่ะพี่พูดแทนพวกเรา
Reply
KCstory
2 years ago
^______^ หมอ พยาบาลน่ารักที่ซู้ดดดด