สิ่งเชื่อมโยงของเรากับทะเล
ภาพท้องฟ้ากว้างไม่มีขอบเขต เกลียวคลื่นในท้องทะเลที่ไม่หยุดนิ่ง สีส้มของเส้นขอบฟ้ายามอาทิตย์ตกตัดกับสีฟ้าเข้มของน้ำทะเล เป็นเสน่ห์ชวนมองที่ไม่มีวันเบื่อเลย ชีวิตที่ผ่านมา มีหลายอย่างที่รู้สึกว่าเราคงมีอะไรเชื่อมโยงกับทะเล

1. 
เกิดและโตในจังหวัดที่มีทะเล สถานที่ที่ให้ความสุขในความทรงจำวัยเด็กคือหาดทรายขาว และหมู่บ้านชาวประมงที่มีอยู่ประปรายริมชายหาด ทุกๆวันหยุดที่บ้านจะพากันไปปิคนิคริมทะเล ก่อเตาถ่านย่างกั้งกระดาน ปลาเผา ปลาหมึก ทำข้าวผัดปูไปกินกันริมหาดที่มีเพิงที่พักเก่ารกร้างของชาวประมง .. มันเป็นภาพจดจำความสุขตั้งแต่จำความได้เลยทีเดียว

2. 
ความฝันตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นเป็นต้นมา มีหลายครั้งที่ฝันซ้ำๆเรื่องเดิมๆ ว่าเราขับรถไปบนถนนที่วิ่งตรงและยาว ซ้ายขวามีแต่น้ำทะเล ยิ่งขับไปถนนยิ่งแคบและคลื่นยิ่งสูงใหญ่ ความรู้สึกนั้นมันทั้งสวยทั้งน่ากลัว และจบลงด้วยภาพที่เห็นคลื่นยักษ์ราวกับสึนามิ ได้โถมเข้ามาหาเราเต็มๆ .. ตกใจตื่นด้วยความรู้สึกว่างเปล่าและหวาดกลัว.. บางทีทะเลก็มีความน่ากลัวมากมาย

3. 
ภาพติดตาและติดอยู่ในใจตลอดมาว่าพ่อเราเป็นคนโมโหร้าย นั่นคือภาพจำของเด็กอายุแค่ 4 ขวบที่แหงนมองพ่อแล้วร้องไห้งอแงเมื่อพ่อเปลี่ยนแพลนว่าพาไปทะเลไม่ได้ ของทุกอย่างที่เตรียมไว้ ทั้งข้าวผัด ผลไม้ ของสดที่เตรียมไปเผากิน ชุดจานชาม เรือยางฯ ถูกยกลงจากหลังรถกระบะ เราเห็นแล้วเหมือนใจสลาย ร้องไห้ไม่พอใจวิ่งไปเกาะพ่อ พ่อคงหงุดหงิดและเงื้อมมือขึ้นสูงทำท่าเหมือนจะเอามือใหญ่ๆนั่นฟาดลงมาที่หน้าเรา ... ภาพจดจำนั้นมันฝังใจ ความเสียใจ ความกลัวของเด็กตัวเล็กๆ ถูกฝังเอาไว้จนกลายเป็นจิตใต้สำนึก คิดทุกครั้งก็รู้สึกถึงความเสียใจที่จะถูกพ่อทำร้าย แม้ตอนนี้จะคิดได้แล้วว่า ในสถานการณ์นั้นพ่อมีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการมากมาย หัวหน้าครอบครัวที่ต้องหาเงินมาเลี้ยงทุกคนให้อยู่ดีกินดี ถ้ามีงานที่ได้เงินเข้ามาก็ต้องรีบคว้าเอาไว้ก่อน ในใจเค้าคงจะมุ่งไปที่งานที่ต้องเร่งรีบไปทำ การเงื้อมมือขึ้นเหมือนจะตีนั้นก็แค่อยากจะให้ลูกหยุดงอแงแค่นั้นเอง.. ความเสียใจในครั้งนั้นมันไม่รู้จะเอาออกจากใจไปยังไง มีเพียงทะเลเท่านั้นละมั้งที่จะปลอบประโลมหัวใจเด็กน้อยในวันนั้นให้มีความสุขได้อีกครั้ง 

4. 
ทุกวันนี้มีหน้าที่รับผิดชอบบริษัทที่พ่อก่อตั้งมาหลายสิบปี และบริษัทที่เราเป็นเจ้าของเอง พ่อป่วยจนทำงานไม่ได้แล้ว ได้แต่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยที่บ้าน กินอาหารทางสายยางและใช้เครื่องออกซิเจนในการช่วยหายใจ หน้าที่ดูแลครอบครัวที่ยิ่งใหญ่ตกมาเป็นของเราตามคาด แต่มาก่อนเวลาที่คิดไว้เท่านั้นเอง.. ทุกอย่างที่อยู่บนบ่าของผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเราและแม่ เรา 2 คนช่วยกันแบกและเดินไปได้อย่างดี ผ่านมา 4 ปีแล้วสิ่นะ ที่เราไปทะเลแทบทุกที่ทั้งในไทยและเมืองนอกที่ขึ้นชื่อว่ามีรีสอร์ทและทะเลสวยๆ ไปแทบจะทุกๆ 2 อาทิตย์ บางเดือนทุกสัปดาห์ หรือไม่ก็เดือนละครั้งเป็นอย่างต่ำ ไปหาคลื่น แสง และเสียงของทะเล เพื่อให้ผ่อนคลายความเครียดที่สะสมมาตลอดอาทิตย์ และกลับมาพร้อม energy ที่ดีในการลุยงานต่อไป

5. 
เรื่องประหลาดหลังจากไปเกาะเสม็ดครั้งล่าสุด เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว เป็นเรื่องเหลือเชื่อทางวิทยาศาสตร์เพราะหาอะไรมาพิสูจน์ไม่ได้ นอกจากจะได้เจอและรับรู้เองว่าความรู้สึกว่ามีวิญญาณอยู่ใกล้ๆเป็นอย่างไร (เล่าไปคร่าวๆในเรื่องเปิดดวงตาที่ 3 แล้วค่ะ) เหตุเกิดจากการที่เดินสะดุดล้มบนโขดหิน แล้วกล้องตัวเล็กที่ถือไปหล่นกระแทกหินพัง ตอนนั้นตกใจมากและเหมือนใจมันโหวงๆไปพักใหญ่ .. มารู้ภายหลังว่าคนโบราณเรียก "ขวัญหาย" เราไม่เคยรู้ว่าต้องทำไง เค้าต้องเรียกขวัญกลับเหมือนผู้ใหญ่ที่พูดว่าขวัญเอ๊ยขวัญมาเวลาที่เด็กหกล้มแล้วร้องไห้ ขวัญจะได้กลับมาที่ตัว "ขวัญ" ในที่นี้เราคิดว่าคงจะเป็น "ดวงจิต" จิตที่เตลิดออกไปจากตัว ทำให้ไม่มีสติอยู่กับเนื้อกับตัว และนั่นคือจังหวะที่ดวงวิญญาณรอบๆ หรือคุณไสย์ หรือ เจ้ากรรมนายเวรจะพบเจอเราได้ เพราะเราจิตหาย หรือเรียกอีกอย่างว่าจิตตก หรือเป็นช่วงที่ดวงตกนั่นเอง .. ทะเลอีกแล้ว ที่เชื่อมให้เรามาพบกัน และเปลี่ยนแปลงชีวิตฉันนับจากนี้เป็นต้นไป       

ผ่านมา 2 เดือน กับการเปลี่ยนแปลงทางความคิดครั้งยิ่งใหญ่ ความรู้สึกเหมือนคนใกล้เป็นบ้า เพราะไม่อยากยอมรับว่ามันเป็นเรื่องจริง ควบคุมความรู้สึกทางร่างกายได้ยากโดยเฉพาะความรู้สึกว่าสมองเบลอๆลอยๆ ถึงแม้เราจะมีสติก็ตาม ควบคุมความกลัวเวลาสัมผัสหรือรับรู้ว่ามีวิญญาณอยู่ใกล้ๆไม่ได้ อาการหูแว่ว อาการระแวงเหมือนมีใคร หรืออะไรจ้องอยู่ หลังจากนี้คงมีอะไรมาให้รู้จักและเรียนรู้มากมาย ได้แต่บอกตัวเองว่าเราต้องอยู่ให้ได้ ต้องผ่านไปให้ได้ในแต่ละวัน มีงานที่ต้องรับผิดชอบมากมาย บริวารที่เค้าต้องมีงานทำเพื่อครอบครัวอีกครึ่งร้อย มีลูกวัยรุ่นอีก 2 คนให้เราต้องดูแลกายและใจเค้าให้เป็นคนที่พร้อมโตเป็นผู้ใหญ่และเลือกมีความสุขมากกว่าเงินในธนาคาร ในรูปแบบของเค้าเอง มีพระในบ้านทั้งสองคนที่คอยซัพพอร์ตให้กำลังใจและทำเพื่อเราตลอดมา 

มาเรียนรู้โลกอีกมิติแบบขั้นกว่าตอนอายุเข้าเลข 4 มันเป็นเรื่องไม่คาดคิด หวังว่าความนิ่งและพุทธรรมคงจะนำให้เราผ่านไปได้ พรุ่งนี้จะเจออะไรก็ยังไม่รู้เลย อยากให้ความกลัวมันหายไปจัง   
SHARE
Writer
Sea_SpiriTuAL
Life Observer
Don't judge a book by its cover. The image he/she looks doesn't tell you the whole story of a person. Come to my world, you might see something different.

Comments