เปิดดวงตาที่ 3
วัตถุประสงค์ของการเขียนสตอรี่ต่อไปนี้ คือการบันทึกเรื่องราวที่ได้พบเจอมา และเป็นเรื่องที่เราเองก็ยังรู้สึกประหลาดใจ และมีอะไรเกิดขึ้นใหม่เพิ่มเติมตลอดอายุ 40 ปีที่ผ่านมาและหลังจากนี้ก็คงจะมีบันทึกประสบการณ์เพิ่มเติมเรื่อยๆ อ่านด้วยวิจารณญานของตัวเองนะคะ ไม่ได้โน้มน้าวให้ใครเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง จะอ่านเอาบันเทิงหรืออ่านเพื่อเปิดโลกทัศน์ก็แล้วแต่เลยค่ะไม่ว่ากัน

สัมผัสที่ 6 ที่นอกเหนือจากสัมผัสทั้ง 5 คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส แล้ว... เรื่องราวมันเริ่มต้นเมื่ออายุย่างเข้า 14 ปี เราก็ได้เริ่มมีสัมผัสที่ 6 คือการสัมผัสในสิ่งที่มองไม่เห็น ครั้งแรกที่เจอตอนนั้นคือ โดนผีอำ ขยับไม่ได้ ได้ยินแต่เสียงผู้ชายดุๆคนนึงที่ตวาดและพูดกับเราราวกับเครียดแค้นมานาน หลังจากครั้งแรกเราก็ยังคงเจอการมาในรูปแบบอื่นๆอย่างต่อเนื่อง มันแอดวานซ์จากนอนแล้วโดนอำ เป็นตายังไม่ทันหลับก็อำแล้ว คราวนี้เห็นเป็นขาเลย ต่อมาก็มายืนให้เห็น มาเป็นเสียง และมาแบบโผล่มาตรงหน้าแบบเห็นแล้วถึงกับนั่งทรุดเข่าอ่อนอยู่ตรงนั้นเลย บ่อยที่สุดคือการอำเพื่อขอส่วนบุญ และการสัมผัสถึงดวงวิญญาณของญาติที่เสียชีวิตใหม่ๆ

ทุกครั้งที่เจอก็ยังรู้สึกว่า "ผี" เป็นสิ่งที่น่ากลัวเสมอ ไม่รู้จะควบคุมให้เจอไม่เจอ เห็นไม่เห็น ได้ยินไม่ได้ยินได้ยังไง ก็ได้แต่กลัวและส่งบุญไปให้กับทุกความทุกข์ของดวงวิญญาณที่ได้เข้ามาให้พบเจอทั้งในการโดนอำ ในฝัน และมาแบบซึ่งๆหน้า 


กาลเวลาผ่านมาจนเมื่ออายุย่างเข้า 41 ปี ก็มีเหตุการณ์ที่ต้องเปิดรับสัมผัสประหลาด (กว่าเดิม) อีกครั้ง เป็นอาการประหลาดที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเชื่อ ถึงแม้จะเชื่อว่าผีมีจริง แต่ก็ไม่เคยคิดว่าเมื่อบังเอิญต้องมีผีอยู่ด้วย (ในร่างตัวเอง) เราจะควบคุมความคิดตัวเองลำบาก สมองที่ใช้สั่งร่างกายเราเองยังควบคุมด้วยสติยากเลย ขนลุกซู่ตลอดเวลา พูดช้าคิดช้าเหมือนคนป่วย ถึงตรงนี้ถ้าเล่าให้ใครฟังก็เหมือนคนเป็นโรคประสาทหลอน ใครเคยเจอเคยเป็นจะเข้าใจ ใครไม่เคยโดนอะไรแบบนี้ เราก็ดีใจด้วยค่ะ คุณโชคดีแล้วที่ไม่ต้องมาเจออะไรที่เหลือเชื่อ บอกใครไม่ได้และทรมานขนาดนี้ สติ น้ำมนต์ การขับไล่ กลับไม่ช่วยอะไร ถ้าเค้าคือ "เจ้ากรรมนายเวร" ต้องขอบคุณแม่ที่อยู่เคียงข้าง เชื่อและพยายามเข้าใจ หาทางช่วยเหลือจนส่งเค้าไปสู่ภพภูมิหน้าได้สำเร็จ

นึกว่าเรื่องจะจบลงแค่นั้น แต่ไม่เลย... จิตเปิดแล้วด้วยการเข้ามาของวิญญาณ ตอนนี้เรากำลังจะเดินไปสู่ชีวิตที่จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป เรื่องราวเหลือเชื่อกับสิ่งที่มองไม่เห็น เล่าให้ใครฟังไม่ได้ และ ในตอนนี้เราเองยังควบคุมความพิเศษนี้ไม่ค่อยได้ ได้แต่ทำใจยอมรับ ว่าเราคงต้องใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งที่มีและดำเนินชีวิตต่อไป มองให้เป็นแง่ดี ก็คือพิเศษกว่าคนอื่น เห็นมากกว่า ได้ยินมากกว่า รู้สึกได้มากกว่า ก็จะทำให้รู้มากกว่า และช่วยเหลือคนอื่นได้มากขึ้น 

สิ่งที่ควรทำเพื่อให้เราควบคุมจิตได้คือ สติ และ สมาธิ เท่านั้น ทำทุกๆอย่างด้วยสติ ทั้งความคิดและคำพูด หมั่นนั่งสมาธิทุกๆวัน 

ชาติก่อนคงเป็นคนที่ปฏิบัติกรรมฐานมา ชาตินี้นั่งแป้บเดียวก็สามารถเข้าสมาธิได้นิ่งแล้ว แต่จิตก็ยังไม่นิ่งพอที่จะควบคุมความนิ่งนี้ไว้ตลอดเวลาของชีวิตประจำวันได้ อารมณ์ยังคงขึ้น-ลงง่ายอยู่ ก็ถือว่ายังไม่นิ่งพอ แต่ไม่เป็นไรค่ะทำสมาธิต่อไปทุกๆวัน จะช่วยให้จิตนิ่งขึ้นเรื่อยๆได้



ช่วงนี้มีเรื่องประหลาดรายวันเลย ขอบันทึกไว้ก่อน

วันนี้เป็นวันแรกที่ได้ยินเสียงทิพย์ ตอนเข้าห้องพระเพื่อนั่งสมาธิ ก่อนนั่งได้มองไปที่โต๊ะหมู่บูชาพระอริยสงค์ และโต๊ะหมู่บูชาพระพุทธ ก็เกิดได้ยินเสียงพระสวด (เสียงเหมือนลอยลมมาแบบประมาณบ้านติดวัดแล้วได้ยิน แต่นี่บ้านห่างวัดมาหลายกิโลค่ะ ถ้าจะลอยมาก็ไม่น่าเป็นไปได้) ได้ยินเสียงสวดก่อนทำสมาธิ ทำให้ทั้งประหลาดใจ อุ่นใจ และปลื้มปิติอยู่ภายในค่ะ  




SHARE
Writer
Sea_SpiriTuAL
Life Observer
Don't judge a book by its cover. The image he/she looks doesn't tell you the whole story of a person. Come to my world, you might see something different.

Comments

VedaGENE
1 year ago
เมื่อเห็นมากขึ้น เมื่อรู้มากขึ้น จะมีสติ และ นิ่งได้มากขึ้น เมื่อสติสงบมองทุกสิ่งเป็นธรรมดา จะมีอีกหลายสิ่งมากมายที่จะได้เห็น เตรียมใจให้พร้อมกับสิ่งที่ต้องเจอ ยิ่งเราไปในที่ที่สวยงามมากเท่าไหร่ เราจะต้องไปในที่ที่หาแม้แต่ความสบายตาไม่ได้เลย ........ ขอให้มีสติทุกขณะจิตนะคะ กำหนดรู้ตัวทุกเวลา
Reply
Sea_SpiriTuAL
1 year ago
ทำยังไงให้ความกลัวหายไปคะ สิ่งเดียวที่จะทำให้สติหลุดคือความกลัวนี่แหละ แม้จะรู้ว่าจะสื่อสารแบบไหนแต่ห้ามใจไม่ให้กลัวลำบากจัง หรือว่าถ้านิ่งกว่านี้จะหายกลัวไปเอง
VedaGENE
1 year ago
สิ่งเดียวที่ทำให้ความกลัวเบาบางลง คือสติ อย่างเดียวเลยค่ะ ต้องมองว่าทุกสิ่งเป็นธรรมดา ค่ะ ให้อารมณ์เราเฉยๆ ใช้สติพิจารณา ถ้ากลัวมาก ก็หลับตาแล้วนับ 1-10 ในใจ แล้วค่อยๆ ลืมตามาพิจารณา ค่ะ มองแล้วพิจารณาให้ดี บางครั้งอาจจะมาในรูปแบบสวยงาม เมื่อเราพิจารณาไปเรื่อยๆ สิ่งที่สวยงามจะค่อยๆ แปรสภาพไม่น่าดู ให้ คุณค่อยๆ หายใจเข้าออกลึกๆ แล้วค่อยๆ ตั้งสติว่าคนเราเมื่อตายไปแล้วก็เช่นนี้แล มีสติรู้ตัวและกำหนดจิต บ่อยๆ นะคะ พยายามทำให้ได้ตลอดเวลา จะช่วยได้ค่ะ งงมั้ยง่าา
Sea_SpiriTuAL
1 year ago
ไม่งงค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ