One Shot - 甜 蜜 蜜 / Tian Mimi  (Wheein & Hwasa)

BG Song - 甜 蜜 蜜  (Tian Mimi) - Deng Lijun


1.

เมืองเซี่ยงไฮ้ไม่เคยหลับใหล

บนถนนที่ทอดยาวในย่านเถียนจื่อฝาง*ยามค่ำคืน สาดสะท้อนไปด้วยแสงไฟหลากสีจากร้านรวงและแหล่งบันเทิงต่าง ๆ เปล่งประกายคล้ายดินแดนสวรรค์ คลาคล่ำไปด้วยเหล่ามนุษย์ท่องเที่ยวยามวิกาลที่ต่างเดินสวนกันไปมาอย่างไม่มีใครสนใจใคร มันเป็นช่วงเวลากลางคืนหลังฝนซาที่ดูเหมือนจะธรรมดาสำหรับหลาย ๆ คน แต่สำหรับ จอง ฮวีอิน คืนนี้เป็นได้กลายเป็นคืนที่แสนพิเศษสำหรับเธอตลอดกาล



หญิงสาวในชุดกี่เพ้าแดงคนนั้น ผมดัดลอนที่สั้นเพียงระดับคอของหล่อน เครื่องสำอางสีฉูดฉาดที่แต่งแต้มบนใบหน้า ทรวดทรงองค์เอวที่ขยับโยกย้ายไปมาตามจังหวะเพลง มือเรียวที่ลูบไล้ขาไมค์ขึ้นลงอย่างคุ้นเคยราวกับมันเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งในร่างกาย แสงสีขาวที่ส่องกระทบกับท่าทางที่ชวนมองของหล่อนนั้นเป็นดั่งมนต์สะกดให้ฮวีอินซึ่งนั่งอยู่ที่บาร์ห่างออกไปไม่ไกลนัก เอาแต่จ้องมองไปยังบนเวทีตาไม่กระพริบ และทันทีที่หล่อนเอื้อนเอ่ยเสียงเพลง นั่นก็ทำให้หัวใจของฮวีอินฟูฟ่องคล้ายดอกไม้ช่องามผลิบานอยู่ภายใน



เพลงคลาสสิคของจีนอย่าง เถียนมี่มี่ เมื่อมันถูกเปล่งออกมาจากปากของหญิงสาวกี่เพ้าแดงคนนั้น มันกลับกลายเป็นเพลงที่มีเสน่ห์น่าหลงใหล และไพเราะกว่าเพลงใด ๆ ที่เคยได้ยินบนโลก



甜 蜜 蜜 你 笑 得 甜 蜜 蜜,

หวานน้ำผึ้ง เธอยิ้มได้หวานประดุจหนึ่งปานน้ำผึ้ง



好 象 花 儿 开 在 春 风 理, 开 在 春 风 理.

เปรียบดั่งกับดอกไม้ที่บานในฤดูใบไม้ผลิ



在 哪 理 在 哪 理 见 过 你, 你 的 笑 容 这 样 熟 悉,

ที่ไหนหนอ เคยพบเธอจากที่ไหนหนอ, รอยยิ้มของเธอช่างคุ้นเคยเช่นนี้



我 一 时 想 不 起, 啊…在 梦 理.

ในฉับพลันฉันยังนึกไม่ออก, อา...ในความฝัน



梦 理 梦 理 见 过 你, 甜 蜜 笑 得 多 甜 蜜

ในฝันในฝันที่ได้พบเธอ,หวานน้ำผึ้ง ยิ้มที่หวานมากปานน้ำผึ้ง

是 你 是 你 梦 见 理 就 是 你.

คือเธอ คือเธอ ในฝันที่ได้พบคือเธอ 

2.

หล่อนก้าวลงจากเวทีพร้อมแสงไฟสปอตไลท์ที่ดับวูบลง เดินช้า ๆ เผยยิ้มทักทายเหล่าบรรดาแขกทั้งหญิงชายข้างล่างเวทีอย่างเป็นกันเอง ปัดป้องพฤติกรรมรุกรานจากลูกค้าชายหนุ่มผู้ตกอยู่ใต้อำนาจของแอลกอฮอลล์อย่างมีชั้นเชิงและไม่ดูน่าเกลียด ทุกย่างก้าว ทุกการกระทำของหล่อน ถูกจับจ้องด้วยสายตาของจอง ฮวีอิน



ภายในของฮวีอินร้อนวูบวาบ ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะเหล้าเกาเหลียง*ที่ดื่มไปหนึ่งแก้ว และส่วนหนึ่งเธอสันนิษฐานว่ามีเหตุมาจากสาวกี่เพ้าแดงคนนั้น เธอกวักมือเรียกพนักงานหนุ่มผู้ทำหน้าที่ชงเครื่องดื่มประจำบาร์เข้ามาใกล้ แล้วกระซิบบางอย่างข้าง ๆ หู เอ่ยถึงสิ่งที่เธอต้องการกับเขา สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงการพยักหน้าพร้อมคำตอบรับเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงแปล่ง ๆ จากอีกฝ่าย



เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนเงียบลง พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมวาเลนติโน่ที่โชยคลุ้งมาจากที่ไหนสักแห่ง ฮวีอินหันมองไปตามที่มาของเสียงและกลิ่นนั้น ก็พบกับหล่อน...



“หนีห่าว”



เสียงหวานเอ่ยทักทายเป็นภาษาแมนดารินพร้อมเจ้าของเสียงที่ก้มหัวเล็กน้อยให้กับเธอ กี่เพ้าสีแดงที่หล่อนใส่เมื่อได้ยลโฉมใกล้ ๆ ฮวีอินถึงได้เห็นว่ามันถูกปักด้วยดิ้นทองเป็นลายดอกโบตั๋นอย่างประณีตงดงาม เธอพยักหน้ารับพลางขยับเก้าอี้ข้าง ๆ ตัวแทนการเชื้อเชิญ



“นั่งก่อนสิ” ฮวีอินพูดออกไปเป็นภาษาจีนที่ไม่ชัดถ้อยชัดคำนัก



“คุณไม่ใช่คนจีนหรอกเหรอคะ” หล่อนย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ เธอพร้อมถามกลับมา ฮวีอินได้แต่ส่ายหน้าแล้วยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะรินเกาเหลียงลงในแก้วใสและส่งไปให้หล่อน



“สำเนียงจีนคุณน่ารักดีนะคะ”



ฮวีอินรู้ดีว่านี่คือการพยายามเอาใจลูกค้าของหล่อน แต่กระนั้นก็อดตื่นเต้นกับคำชมนั้นไม่ได้ ความรู้สึกคล้ายกับทำความดีอะไรสักอย่างแล้วได้ของเล่นชิ้นงามเป็นรางวัล

“เธอร้องเพลงเพราะมากเลยนะ ฉันชอบเพลงนั้น”



หล่อนยิ้มและหัวเราะป้องปากอย่างเขินอาย ท่าทีของหล่อนดูถ่อมตัว ไม่ทะเยอทะยาน แต่น่าแปลกที่มันกลับดูสง่างามไปทั้งหมด

“ดื่มสิ” ฮวีอินเชื้อเชิญให้ดื่มของเหลวสีใสนั้นอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าหล่อนยังคงไม่แตะต้องมัน



“อย่าโกรธเลยนะคะ ถ้าฉันจะบอกว่าขอปฏิเสธ” หล่อนเอ่ยอย่างนอบน้อม น้ำเสียงอ่อนหวานนั้นมั่นใจได้เลยว่าไม่มีใครกล้าโกรธหล่อนได้ลงคอ



“ฉันไม่ดื่มเหล้าน่ะค่ะ”



“โอเค” ฮวีอินพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะหยิบเกาเหลียงแก้วนั้นขึ้นมาดื่มเสียเอง ความร้อนวูบแผ่ซ่านทั่วทั้งคอทันทีที่กลืนมันลงไป



“แก้มคุณแดงมากเลย” หล่อนจ้องมาที่ใบหน้าเธอ เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้น ใกล้จนมองเห็นแพขนตางอน ใกล้จนมองเห็นว่าลิปสติกของหล่อนเป็นสีทับทิม ใกล้จนรู้ว่าหล่อนมีไฝเม็ดเล็ก ๆ ตรงแก้มซ้าย แต่ทั้งหมดนั้นไม่ได้ทำให้ฮวีอินหัวใจเต้นแรงได้มากเท่ากับที่มือของหล่อนแนบเข้าที่ใบหน้าของเธอ



“หน้าเริ่มอุ่นแล้วด้วย....ขึ้นไปนอนพักข้างบนดีมั๊ยคะ”



3.

เพราะฤทธิ์เหล้าทำให้ฮวีอินแทบจะไม่รู้สึกตัว เธอถูกหล่อนพาขึ้นมาบนห้องพักแขก VIP ชั้นบนของบาร์ เอนกายลงบนเตียงนอนสีขาว และเสื้อสูทตัวนอกของเธอถูกถอดออก หญิงสาวในชุดกี่เพ้าแดงนั่งลงบนเตียงข้าง ๆ เธอ ฮวีอินรับรู้ตัวเองว่ากำลังขยับตัวมานอนหนุนตักหล่อน แสงไฟสีส้มนวลภายในห้องทำให้ทุกอย่างดูเลือนลางคล้ายความฝัน มีเพียงไออุ่นจากผิวกายของหล่อนที่ตอกย้ำกับเธอว่านี่คือความจริง



“เธอ...สวยจัง”



“ปากหวานจังเลยนะคะ” หล่อนประคองใบหน้าเธอ พลางใช้หัวแม่โป้งลูบไล้ริมฝีปากเรียวบางของเธอไปมา ก่อนจะเอื้อนเอ่ยคำที่ทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอีกครั้ง



“อยากจะชิมจังเลยว่าหวานแค่ไหน”



“เธอทำแบบนี้ได้เหรอ”



“ที่คุณเรียกฉันมา ก็เพราะต้องการเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เหรอคะ คุณคงไม่ได้เรียกฉันมานั่งคุยเฉย ๆ หรอกมั้ง”



คำพูดของหล่อนตรงซะจนฮวีอินตกใจ แต่นั่นก็ไม่เกินความจริงแต่อย่างใด เธอยอมรับว่าคืนนี้...เธอต้องการหล่อน ต้องการหญิงสาวกี่เพ้าแดงคนนี้มากกว่าอะไร



ทั้งสองร่างดึงดูดเข้าหากันราวกับแม่เหล็ก ฮวีอินรวบรวมกำลังทั้งหมดลุกขึ้นแล้วพลิกตัวหล่อนให้นอนคว่ำลงไปกับเตียง ไล่ปลดกระดุมกี่เพ้านั้นจากบนลงล่าง ก่อนจะค่อย ๆ ถอดมันออกอย่างทะนุถนอมแล้ววางพาดมันไว้กับโซฟา ตามด้วยการถอดชุดชั้นในไปวางกองไว้ตรงที่เดียวกัน ภาพตรงหน้าคือหญิงสาวเปลือยเปล่าที่ผิวสีน้ำผึ้งของเธอนั้น ในยามต้องแสงไฟ มันช่างดูนวลเนียนน่าสัมผัส



หล่อนพลิกตัวกลับมาหาฮวีอิน เผยยิ้มละมุนเชื้อเชิญให้เธอเข้าไปใกล้ สายตาสองคู่สอดประสาน เธอคร่อมลงบนร่างเปลือยนั้นแล้วกดริมฝีปากลงไปบนลิปสติกสีทับทิมของหล่อน ขยับหยอกเย้าชิมความฉ่ำหวาน รสชาติของเกาเหลียงร้อนระอุอยู่ภายในปากทั้งสองคน



“ฉันยังไม่รู้จักชื่อเธอเลย” ฮวีอินเอ่ยพึมพำหลังจากถอนจูบ



“เหมยฮวาค่ะ แปลว่าดอกไม้”



“อื้ม...เหมยฮวา”



ฮวีอินโอบรัดร่างตรงหน้า ซุกไซร้สูดดมกลิ่นหอมตรงแอ่งชีพจร ลมหายใจแผ่วเบาของเธอกระทบเข้ากับใบหูของหล่อน ทำเอาหญิงสาวครางฮือ สองมือลูบไล้ไปตามเรือนร่าง เค้นคลึงทรวงอกสวยนูนเด่น เธอไม่กล้าแม้แต่จะบีมสัมผัสมันอย่างรุนแรง เกรงว่าความสวยงามตรงหน้าจะชำรุดเสียหาย สิ่งที่ทำได้มากที่สุดคือการช่วงชิมรสชาติ ตวัดลิ้นอุ่นโลมเลียปลายยอดนั้นอย่างเพลินใจ



“ฉันต้องเรียกคุณว่าอะไรคะ” เหมยฮวาเอ่ยถามกับเธอ



“ฮวีอิน จอง ฮวีอิน”



“อ่า...คนเกาหลีนี่เอง”



และหลังจากนั้น ชื่อของฮวีอินก็ถูกประดับอยู่ในทุกเสียงที่เธอเอื้อนเอ่ย หล่อนปล่อยกายให้เธอได้สัมผัสตามอำเภอใจ มือเรียวตรงเข้าสัมผัสบริเวณต้นขาก่อนจะเลื่อนไปที่กลีบเนื้องาม ความชื้นแฉะเริ่มแผ่ขยายราวกับเป็นการต้อนรับ ฮวีอินถือวิสาสะแทรกนิ้วเข้าไปในส่วนนั้น ภายในกายของหล่อนร้อนผ่าว สะโพกผายแอ่นยกขึ้นเอื้อให้เธอเข้าไปให้มากกว่าเดิม พร้อมเอ่ยครางเสียงหวาน ฮวีอินชอบเสียงของหล่อน มันไพเราะไม่แพ้เพลงเถียนมี่มี่ที่หล่อนร้องเมื่อช่วงหัวค่ำ





“อื้อ...คุณฮวีอิน...”





สองร่างกายชื้นเหงื่อเบียดเสียดแนบชิด ผิวเนื้อเนียนสัมผัสกันชวนหวาบหวิว ฮวีอินปลดเปลื้องชุดของตนเองออกจนอยู่ในสภาพเปลือยไม่ต่างจากอีกคนก่อนจะแทรกตัวเข้าหา แนบส่วนอ่อนไหวที่เปียกชื้นไปกับอวัยวะเดียวกันของหล่อน ก่อนจะขยับสะโพกขึ้นลงเป็นจังหวะ เสียงครางระงมจากความสุขสมอื้ออึงไปทั่วทั้งห้อง เอ่ยเรียกชื่อกันและกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า และวินาทีนั้นทั้งเธอและหล่อนกระตุกเกร็ง เปล่งเสียงครางสุดท้ายแล้วหยุดที่เสียงหายใจหอบ ราวกับดอกไม้ไฟลูกใหญ่ได้ปะทุขึ้นในร่างกายของทั้งคู่ สว่างวาบเพียงชั่วพริบตา และค่อย ๆ เลือนหาย ฮวีอินผละออกจากร่างเปลือยของเหมยฮวา และทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ หล่อน ซุกใบหน้าเข้ากับอกอิ่มสีน้ำผึ้งนั้นก่อนจะเดินทางเข้าสู่นิทรายาวไกล



4.

เมืองเซี่ยงไฮ้ยังคงชุ่มฉ่ำและขุ่นมัว ฝนที่เทลงมาในยามเช้าปลุกให้ฮวีอินตื่นขึ้นมาจากหลับใหล หญิงสาวผู้ร่วมเสพความสุขสมร่วมกับเธอเมื่อคืนหายไปแล้ว หายไปพร้อมกับชุดกี่เพ้าแดงลายโบตั๋นของหล่อน ไร้ซึ่งการอำลา มีเพียงรอยลิปสติกสีทับทิมที่ถูกประทับไว้บนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอเพียงเท่านั้นที่เป็นเครื่องย้ำเตือนว่าเรื่องราวเมื่อคืนได้เกิดขึ้นจริง



ฮวีอินพาตัวเองออกมาจากห้องนั้น ก้าวออกมาสู่ถนนที่ทอดยาวของย่านเถียนจื่อฝาง ดวงตาคู่เล็กเอาแต่สอดส่องมองหาเหมยฮวา แต่ก็ไร้วี่แวว อกข้างซ้ายว่างโหวงขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ไอเย็นของฝนที่เริ่มจะซาเม็ดทำให้หนาวสั่นได้ไปถึงขั้วหัวใจ เสียงเพลงเถียนมี่มี่ดังขึ้นมาจากวิทยุในร้านขายของเก่า ๆ ร้านหนึ่งในบริเวณนั้น แต่มันกลับทำให้รู้สึกต่างออกไป มันเรียบเฉยเพราะไม่ใช่เสียงของเหมยฮวา เธอเดินฝ่าละอองฝนไปอย่างช้า ๆ พลางฮัมเพลงที่ได้ยินเบา ๆ และนึกถึงหล่อน หญิงสาวในชุดกี่เพ้าแดงลายโบตั๋นคนนั้น ผมสั้นดัดลอนสง่างาม แพขนตางอนยาว ลิปสติกสีทับทิมของหล่อน ไฝที่แก้มซ้ายของหล่อน กลิ่นน้ำหอมวาเลนติโน่ของหล่อน คือความทรงจำที่ยังฝังอยู่ในห้วงความคิดและความทรงจำของฮวีอินตลอดกาล 


END.


From Writer :
แรงบันดาลใจจากฟิคเรื่องนี้คือการบังเอิญไปฟังเพลงเถียนมี่มี่ของป้าเติ้งค่ะ ไม่มีอะไรมาก ตอนอ่านเปิดเพลงนี้คลอไปด้วยก็ดีค่ะ 

เถียนจื่อฝาง - ตรอกเมืองเก่าในเซี่ยงไฮ้ ไม่เคยไปเหมือนกัน แต่อ่านหนังสือดูรูปแล้วสวยดีเลยหยิบเอามาเป็นแบคกราวน์ของเรื่อง แหะแหะ

เกาเหลียง - เหล้าของจีนค่ะ แปลตรงตัว คือ เหล้าที่ทำจากข้าวลูกเดือยมีต้นกำเนิดตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง

นางเอกของเรื่อง เหมยฮวา คือ ฮวาซานะคะ แต่วางบทให้เป็นคนจีนเลยตั้งชื่อจีนให้มีความหมายคล้าย ๆ กัน

สุดท้าย ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ เม้นหรือกดไลค์ให้กำลังใจกันได้นะคะ

รักคนอ่านทุกคน
SHARE

Comments

betternottoknow
3 years ago
ขอบคุณนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะไรท์!
Reply
ck_JS
3 years ago
ว้าวววว เขียนออกมาได้ดีเลยนะคะ ชอบการบรรยายที่ได้กลิ่นอายออกมาแบบนี้นะคะ :) ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
Reply