เกิดเป็นคนต้องเรียนรู้ที่จะ "ปรับตัว"
คนต่างกับสัตว์อื่น ตรงที่สามารถเรียนรู้ และปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดีและรวดเร็ว     ตลอดอายุขัยของคนเรา ต้องพบเจอเหตุการณ์มากมาย จนเกินที่เราจะสามารถจดจำรายละเอียดได้ทั้งหมด สิ่งที่ผ่านพ้นเกิดผลกระทบทั้งด้านบวกและลบกับตัวเรา เรียกมันว่า "ประสบการณ์"
     แต่จะมีใครสักกี่คนที่จะเรียนรู้ ประมวลผลจากประสบการณ์ในเรื่องต่างๆ เพื่อนำมาปรับใช้ในชีวิตก้าวต่อไปให้สามารถเดินไปได้อย่างราบรื่น หรือเกิดแอฟเฟคด้านลบต่อตัวเราให้น้อยที่ลง 
     หลายครั้งที่ผมเคยประมวลประสบการณ์จากชีวิตของผม แล้วแนะนำให้คนรอบข้างลองนำไปปรับใช้เพื่อปรับตัว จะมีคำตัดพ้อให้ได้ยินเสมอว่า "เขาคุ้นชินกับพฤติกรรมแบบนี้มาตั้งแต่เล็กแต่่น้อย การจะให้ปรับเปลี่ยนคงยากและทำไม่ได้" แต่ผม...........ไม่เชื่อ...........

     เราคงเคยได้ยินได้ฟังคำคมที่ว่า << เมื่ออยากได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม แต่เรายังทำตัวในแบบเดิมๆ ก็คงไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าเดิม >> นี่สะท้อนให้เห็นว่าเราต้องเรียนรู้และปรับตัวให้ดียิ่งขึ้นไปกว่าเดิม


     ในการปรับตัวเพื่อยอมรับการเปลี่ยนแปลงของคนเรานั้น ทุกครั้งจะมีแรงต้านทานทางลบอยู่เสมอ เพราะเรากำลังจะทำในสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย ดังนั้นเราต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจ และอดทนที่จะก้าวเดินต่อไป และประเมินตัวเองเป็นระยะอย่ารอจนหมดแรงแล้วทบทวนเพราะตรงจุดนั้นความคิดฝ่ายอ่อนแออาจจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจยุติการปรับตัวของเราก็เป็นได้
     ยกตัวอย่างผมเองในวันนี้ก็กำลังอยู่ระหว่างการเรียนรู้และปรับตัวเข้าสู่สิ่งใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต ผมจำเป็นที่จะต้องทดลองเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อให้ลงตัวรับกิจการใหม่
     ก่อนหน้านั้น14 ปีผมรับราชการอย่างเดียว ถึงปี 2549 เกิดอยากทำอาชีพเสริมเลยต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวเป็นพ่อค้าทำซาลาเปา ขนมจีบขายในวันหยุด จากที่เคยนอนตื่นสายก็ต้องเปลี่ยนมาตื่นตีสี่ ส่วนตอนเย็นที่เดิมหลังเลิกงานเคยแวะสังสรรกับเพื่อนก็ต้องปรับให้น้อยลงเพราะจะเหลือเวลาว่างเฉพาะเย็นวันพุธกับวันอาทิตย์ ส่วนวันที่เหลือเลิกงานก็ต้องรีบกลับไปเข้าครัว เตรียมโน้น ทำนี่ กว่าจะได้เข้านอนก็สี่ทุ่ม ช่วงแรกก็ท้อบ้าง แต่ทำไปทำมาได้ 6 ปีกลายเป็นว่าปรับตัวได้กลายเป็นความเคยชินของชีวิต
     ปี 2556 คุยกับเพื่อนเก่า เขาชักชวนให้ลองลงทุนในตลาดหุ้นอีกทาง มาคิดทบทวนทุนเราพอมีจากการทำอาชีพเสริม จึงตัดสินใจลองดู ซึ่ง ณ วันที่เข้าไปลงทุน บอกได้เลยว่าความรู้เรื่องหุ้นมีแค่ปลายหางอึ่ง แต่ตั้งใจไว้จะไม่โลภ และกำหนดวงเงินลงทุนไว้ ถ้าขาดทุนหมดวงเงินก็ต้องหยุดเพราะแสดงว่าเราไม่มีดวงทางนี้ ช่วงนั้นสิ่งที่ทำ คือ หาตำรามาอ่านเยอะมาก และนั้นหมายความว่าผมต้องปรับตัวให้มีเวลาอ่านตำรา วิเคราะห์หุ้นที่สนใจ จากที่เคยตื่นตีสี่เฉพาะวันหยุดราชการที่เคยไปขายซาลาเปา ก็ต้องมาตื่นตีห้าเพิ่มในวันธรรมดา เพื่อให้มีเวลาเพิ่มขึ้น ผมทำแบบนี้มาอีก 5 ปี จนปรับตัวได้และคุ้นชินและเข้าใจในวงจรชีวิตของหุ้นและตลาดหลักทรัพย์พอสมควร พอที่จะสร้างกำไรจากกิจการนี้ได้
     ปีนี้ ปี 2561 ผมกับภรรยา เราตัดสินใจร่วมลงทุนในกิจการขนส่งพัสดุทั่วไทย เปิดเป็นศูนย์บริการในตัวจังหวัด เหมือนการเล่นหุ้น ณ วันตกลงร่วมลงทุน เรารู้เพียงว่าเป็นกิจการที่มีอนาคต และเราพอมีทุนที่จะนำมาต่อยอด แต่เรื่องระบบขนส่ง การจัดการคน รถ ลูกค้า ภาษี เราต้องมาเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด วันนี้จึงต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวอีกครั้ง โดยเฉพาะการจัดสรรเวลา และการมีวินัยของตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทางลบต่อทุกกิจการที่ต้องทำในแต่ละวัน
 แม้จะเหนื่อย ยุ่ง วุ่นวาย แต่จากประสบการณ์ที่ผมผ่านมาหลายครั้งทำให้ผมรู้ว่า "เราทำได้ เพียงแต่ต้องอดทน อย่าฝืนตัวเอง ทำเท่าที่ทำได้ และหยุดพักบ้าง แต่อย่าพักนาน" 
          สิ่งที่ผมเขียนบอกเล่านี้ ก็เพียงจะขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆ ทุกคนที่อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดียิ่งขึ้น แต่อาจจะท้อ เหนื่อย กำลังจะหมดแรง ขอให้ท่านเข้าใจว่าท่านก็ไม่ได้ต่างไปจากคนอื่น ท่านสามารถเรียนรู้และปรับตัวได้แน่นอน ขอเพียงเราอดทน มีวินัย และรู้จักดูแลให้กำลังใจตัวเอง ให้สามารถฝ่าฟันไปพบกับสิ่งใหม่ๆ ที่ดีกว่าได้แน่นอน.
SHARE
Writer
BIGBOM
คนงานประจำร้านบุญฮอม
สบายๆ สไตล์นายบอม

Comments