ในวันที่เขาต้องไป (I Will Always Love You)
1.
วันที่ 14 เมษายน เวลาประมาณสี่โมงกว่า ๆ เสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้น
ทันทีที่ฉันรับสาย เสียงปลายทางก็ดังขึ้นด้วยความร้อนรนและสะอึกสะอื้น พร้อมแจ้งถึงข่าวที่ทำลายเรื่องราวดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าจนจบสิ้น
ข่าวที่บอกว่า ว่าที่สามีของฉันเสียชีวิตลงแล้วจากอุบัติเหตุทางรถยนต์
น่าแปลก ฉันแทบไม่ร้องไห้ ไม่ตกใจ ไม่ได้รู้สึกแย่ แต่มันกลับรู้สึกว่าไม่รู้สึกอะไรเลย ร่างกายชาไปทั้งตัว ไม่มีแม้ประโยคใด ๆ ที่จะเอื้อนเอายเพื่อตอบรับกับคำพูดของเสียงปลายสาย มีเพียงน้ำตาที่ไหลออกมาโดยไม่รู้มันเริ่มไหลตั้งแต่ตอนไหน
ณ เวลานั้น ฉันเหมือนคนที่ไร้ทิศทางที่จะเดินต่อ ไม่รู้ว่าควรจะต้องทำอะไรก่อนหรือหลัง ในงานศพของเขาที่ถูกจัดขึ้นในวันที่ควรจะเป็นวันแต่งงานของเรา ฉันก็ทำได้แค่เพียงยืนเหม่อลอยราวกับร่างไร้วิญญาณ แทบไม่พูดจาหรือสนทนากับใคร
ฉันคิดว่า ฉันคงไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว
หลังจากงานศพ ฉันพยายามใช้ชีวิตให้เป็นปกติที่สุด พยายามหาอะไรทำเพื่อให้ลืมเรื่องของเขา พยายามไม่คิดถึง พยายามไม่มองหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเขา เพราะทุกครั้งที่ฉันปล่อยตัวเองให้อยู่คนเดียว มันกลายเป็นช่วงเวลาที่ฉันต้องจมอยู่กับน้ำตา มันเป็นชั่วโมงที่อะไรก็หยุดยั้งความคิดในสมองฉันไม่ได้
ฉันน่าจะใช้เวลาที่มีกับเขาให้คุ้มค่ามากกว่านี้
ฉันน่าจะบอกรักเขา และกอดเขาให้แน่นกว่านี้
ฉันน่าจะทำให้เขามีความสุขมากกว่านี้
แต่ฉันทำไม่ได้แล้ว
ฉันย้อนกลับไปทำความสุขนั้นให้เขาไม่ได้แล้ว

2.
ฉันร้องไห้จนเผลอหลับไป และตื่นขึ้นมาในอีกวันหนึ่ง
บรรยากาศรอบตัวฉันดูแปลกพิกล มันเป็นภาพที่คุ้นตาราวกับฉันเคยได้เห็นมาก่อน ทั้งเสื้อผ้าที่ถูกวางอย่างเกะกะ ข้าวของต่าง ๆ ที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ
มันเหมือนวันนั้น.. วันสุดท้ายที่ฉันกับเขาอยู่ด้วยกัน
ฉันชันตัวขึ้นนั่งพลางมองตัวเองในกระจกที่อยู่ข้างเตียง ร่างท่อนบนของฉันเปลือย ในขณะที่ท่อนล่างยังมีกางเกงบอกเซอร์สีชมพูของเขาสวนทับไว้อยู่ ฉันมองไปรอบ ๆ ห้อง ผ้าห่มถูกผลักจนตกลงไปกองอยู่ข้างเตียง หมอนใบข้าง ๆ ก็ยังมีร่องรอยบางอย่างที่เป็นหลักฐานว่ามีคนเคยนอนตรงนี้และเพิ่งลุกออกไป ข้อสันนิษฐานนั้นชัดเจนขึ้นเมื่อฉันได้ยินเสียงจากห้องน้ำ
ฉันเดินตรงไปยังต้นเสียง ผลักไปประตูห้องน้ำออกไปเบา ๆ ภาพที่ฉันเห็นอยู่ตรงหน้าคือชายคนหนึ่งในสภาพเปลือยล่อนจ้อน กำลังยืนอาบน้ำฝักบัวแล้วฮัมเพลงโปรดของเขาออกมาอย่างสบายใจ เขาหันมามองฉันเล็กน้อยแล้วทักขึ้น
“อ้าว ตื่นแล้วเหรอคุณ ?” เขาทักพลางหยอดยาสระผมลงมือแล้วลูบผมตัวเอง ฉันตบหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อพิสูจน์ว่าฉันฝันไปหรือเปล่า
“คุณ.. คุณตายไปแล้ว”
“พูดบ้า ๆ” เขาตอบกลับพลางหัวเราะ “อย่ามาแช่งกันดิคุณ เดี๋ยวผมต้องเดินทางไกลด้วยเนี่ยวันนี้”
ฉันสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่านี่มันเรื่องบ้าอะไร นี่คือเรื่องจริงหรือความฝัน เขาคือตัวจริงหรือฉันเศร้าจนจินตนาการไปว่าเขามายืนอยู่ตรงนี้แล้ว เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะอยู่ตรงนี้ เขาอยู่ไม่ได้ เขาไม่มีชีวิตให้อยู่แล้ว
เสียงน้ำในห้องน้ำหยุดลง เขาเดืนออกมาพร้อมผ้าเช็ดตัวที่ถูกพันเองเอาไว้ ก่อนจะเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเสื้อผ้าตัวเดียวกันกับวันสุดท้ายที่ฉันและเขาอยู่ด้วยกันขึ้นมาใส่
“ผมไปต่างจังหวัดหลายวันนะ กลับวันที่ 14 ไว้กลับมาแล้วเดี๋ยวค่อยไปเล่นน้ำกันนะ”
เขาพูดจบก็ไม่รอที่จะให้ฉันตอบ เขาเดินตรงมากอดฉันเอาไว้เหมือนกับที่เขาทำวันนั้น
“ขอโทษนะที่ผมไม่ค่อยได้อยู่กับคุณเลย” เขาพูด “จบทริปนี้ผมจะอยู่กับคุณไปทั้งชีวิตเลย ผมสัญญา”
สิ้นประโยค เขาประทับรอยจูบบรหน้าผากของฉัน ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไป เป็นภาพสุดท้ายที่ฉันจำได้สำหรับเขาก่อนที่เราจะไม่ได้พบกันอีกเลย
ถ้านี่คือความฝัน ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจว่าควรจะตื่นหรือเปล่า เพราะมันคือวันสุดท้ายที่ฉันเจอเขา และมันก็เป็นภาพสุดท้ายสำหรับเขาที่ฉันมี ถ้าฉันไม่ตื่น เขาอาจจะกลับมาก็ได้ เพราะนี่มันคือความฝันของฉัน ขอแค่ให้เขากลับมา แม้จะแค่ฝันฉันก็ยินดี แลกกับการที่ฉันจะต้องนึกถึงเรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณวนไปเรื่อย ๆ เท่านั้นเอง
ฉันไม่รู้ว่าฉันควรทำอะไร ฉันควรตื่นหรือยัง หรือยังคงฝันต่อไปดี

3.
ภาพเดิมถูกเล่นซ้ำอีกครั้งทุกวันที่ฉันตื่นนอน ราวกับฉันติดอยู่ในวันสุดท้ายระหว่างฉันและเขา
ภาพเหตุการณ์เดิม ๆ มุมเดิม ๆ ห้องเดิม ๆ เขาคนเดิม และเวลาเดิม ๆ ทุกอย่างยังคงอยู่กับฉันในทุก ๆ วันราวกับเรื่องตลก และฉันไม่รู้ว่าจะผ่านพ้นมันไปยังไง
ฉันต้องได้ยินเขาขอโทษเรื่องที่เขาไม่มีเวลา ดูเขาใส่ชุดเดิม ๆ ออกไป กลับไปนอนแล้วตื่นมาเจอเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
ครั้งหนึ่งฉันเคยคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดี เพราะมันทำให้ฉันได้ใช้เวลากับเขามากขึ้น ได้พูดคุยกับเขามากขึ้น ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ เพราะฉันรู้ว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้า เขาจะต้องจากฉันไป และฉันอยากให้การจากลาระหว่างเรามันเป็นเรื่องที่ดี ไม่ทำให้ฉันต้องเสียใจแบบนี้อีก
ฉันใช้ช่วงเวลานี้ในการกอดเขา จูบเขา ทำอาหารให้เขา ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่คู่รักสมควรทำให้กัน เพื่อที่ฉันจะไม่เสียดายเมื่อต้องเสียเขาไปเป็นครั้งที่สอง
แต่นานวัน ฉันกลับรู้สึกว่ามันไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย ฉันทำแทบทุกอย่างที่ฉันอยากทำแล้ว แต่ฉันกลับหลุดพ้นออกไปจากวันนี้ไม่ได้สักที ฉันติดอยู่ในช่วงเวลาเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และดูเหมือนจะไม่มีวันพรุ่งนี้ให้ฉันเลยแม้แต่น้อย
จากสิ่งที่ดีมันก็กลายเป็นความเบื่อหน่ายและรำคาญ แม้ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะต้องทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ แต่ฉันรู้แค่ว่าฉันจะไม่ยอมอดทนเจอเรื่องนี้ซ้ำ ๆ อีกแล้ว
วันหนึ่งที่ฉันลืมตา ฉันรั้งเขาไม่ให้ไป เขามองฉันอย่างหงุดหงิด
“อย่างี่เง่าสิคุณ ผมมีงานต้องทำนะ” เขาพูดอย่างหัวเสีย แต่ฉันยืนยันที่จะไม่ปล่อยเขาไป
“นี่มันวันหยุดนะ ฉันควรต้องได้ใช้เวลาตอนนี้กับคุณ”
“แต่งานผมมันก็สำคัญนะ”
“แล้วฉันไม่สำคัญเหรอไง ?!” ฉันตวาดลั่น เขามองฉันอย่างตกใจเล็กน้อย “เอะอะคุณก็เอาแต่ทำงาน ๆ เวลาว่างคุณก็ไปเคยจะมีให้ฉัน งานอะไรที่คุณทำเนี่ยมันสำคัญสำหรับคุณมาเลยหรือไง ?!”
เขาสูดหายใจเข้าเต็มปอดราวกับพยายามกลั้นความโกรธ
“ที่ผมทำงาน ผมทำเพื่ออนาคตของเรานะ” เขาพูดอย่างใจเย็น “ผมทำงาน หาเงิน เพื่อจะมาสร้างครอบครัวของเราที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ผมทำเพื่อคุณขนาดนี้ คุณจะบอกว่าผมเห็นคุณไม่สำคัญไม่ได้ !”
“แต่คุณจะตาย !”
ทันทีที่ฉันตวาดกลับ เราทั้งสองคนเงียบลง ได้เพียงแต่มองหน้ากันโดยไม่พูดอะไรสักพัก ฉันจ้องไปในสายตาเขา นัยน์ตาของเขาเหมือนแฝงความรู้สึกอะไรบางอย่างเอาไว้ เขาพูดมันออกมา
“ผมรู้” เขาบอก ฉันทำได้แค่ยืนฟังโดยไม่พูดอะไร “แต่ผมแค่ไม่อยากเสียคุณไปอีกครั้ง”
ฉันส่ายหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด
“คุณจะบอกอะไร ?” ฉันถามเบา ๆ เขาหลบสายตาฉันก่อนจะมองไปรอบ ๆ ห้องแล้วตอบคำถาม
“ผมขังคุณไว้วันนี้.. เพราะผมไม่อยากเสียคุณไป”

4.
“ผมรักคุณนะ รักมาก”
“แต่สิ่งที่คุณทำมันคือการเห็นแก่ตัว” ฉันบอกเขา “ถ้าคุณรักฉันจริง.. คุณต้องปล่อยฉันไป”
เขาพยายามฝืนกลั้นน้ำตาเอาไว้ แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งมันได้ทัน
“ผมรู้ว่าผมเห็นแก่ตัว” เขาตอบ “แต่มันก็เป็นวิธีเดียวที่ผมจะยังได้อยู่กับคุณไปทุกวัน”
ฉันส่ายหน้าให้กับสิ่งที่เขาพูด
“คุณไม่เคยไปไหนสักหน่อย” ฉันตอบพลางหันไปสบตาเขา “คุณยังอยู่ในความทรงจำฉันเสมอ”
เขายิ้มเล็ก ๆ มุมปาก พลางเอื้อมมือข้างหนึ่งมากุมมือฉันไว้
“การคิดถึงผมมันคงทำให้คุณเสียใจมากใช่ไหม ?”
ฉันยิ้มบาง ๆ
“การพยายามไม่คิดถึงคุณต่างหากที่ทำให้ฉันเสียใจ” ฉันตอบ
เขาวางกระเป๋าลง ก่อนจะถอดเสื้อผ้าออกจนหมดตัว ฉากหลังที่เป็นห้องหายวับไปกลายเป็นสีขาวโพลนโล่ง ๆ เขากุมมือฉันไว้ทั้งสองคน
“ถ้าอย่างนั้น ผมก็คงไม่รั้งคุณไว้แล้ว” เขาบอก “ขอให้คุณยังมีความสุขกับชีวิตที่เหลือของคุณนะ”
ฉันพยักหน้ารับเล็ก ๆ ก่อนที่ร่างของเขาจะค่อย ๆ หายไป จนมือของฉันสัมผัสได้เพียงอากาศที่ว่างเปล่า และสายตาของฉันไม่เห็นอะไรอีก

5.
สองเดือนหลังจากงานศพ ความทรงจำของฉันเกี่ยวกับเขาก็ลดน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด
ฉันคิดถึงเขาน้อยลง ซึ่งมันก็ทำให้ฉันมีความสุขมากขึ้น ซึ่งมันดีทั้งต่อตัวฉันเอง และคนรอบ ๆ ข้างเขาด้วย
ฉันไม่พยายามไม่คิดถึงเขาแล้ว ปล่อยให้ความเศร้าและความสุขมันทำงานไปด้วยกลไกของมัน ปล่อยให้ความรู้สึกเป็นไปในทิศทางที่มันอยากจะเป็น
ฉันไม่เจอเขาอีกแล้ว.. ไม่เจอทั้งในความจริงและความฝัน และฉันก็ไม่คาดหวังที่จะได้เจอเขาอีก
แต่ฉันไม่ได้เฝ้ารอคนใหม่ เรื่องของเขาทำให้ฉันไม่กล้าที่จะเดินต่อไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว คงได้แต่ปล่อยให้เวลาเป็นตัวชะล้างความรู้สึกแย่ ๆ ของฉันไปให้หมดเสียก่อนที่ฉันจะเริ่มต้นใหม่กับใคร
เพราะเมื่อถึงวันนั้น ฉันก็คงจะออกจากช่วงเวลาแย่ ๆ ที่วนเวียนอยู่ในชีวิตฉันซ้ำ ๆ ซาก ๆ นี้ได้สักที
SHARE
Writer
Doratong24
Troublemaker
Writer | Photographer | Programmer | Creator | Thinker

Comments