One Shot - Teacher (Moonbyul & Hwasa)

2 P.M.

อัน ฮเยจิน นักเรียนมัธยมปลายปีที่ 5

ห้องปกครอง

นี่นับเป็นครั้งที่สามตั้งแต่เปิดภาคเรียน ที่ อัน ฮเยจิน ถูกเรียกเข้าห้องปกครองในโทษฐานแต่งกายผิดระเบียบ แต่ก็ดูเหมือนว่าเด็กแก่นเซี้ยวอย่างเธอจะไม่ได้รู้สึกรู้สากับการกระทำผิดของตัวเองแม้แต่น้อย เด็กสาวนั่งพิงหลังไปกับเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย ตวัดขาไขว่ห้างเผยให้เห็นท่อนขาสีน้ำผึ้งที่โผล่พ้นออกมาจากกระโปรงสั้นเหนือหัวเข่า มือเรียวหยิบอมยิ้มที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อออกมาแล้วค่อย ๆ แกะพลาสติกห่อหุ้มออก ก่อนจะส่งของหวานนั้นเข้าปากที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงสด ดวงตาคมกริบที่โอบล้อมด้วยแพขนตางอนจ้องมองไปยังอีกบุคคลหนึ่งที่ยืนเท้าโต๊ะอยู่ตรงหน้าอย่างไม่มีท่าทีเกรงกลัว อาจารย์ มุน บยอลอี อาจารย์ฝ่ายปกครองจากโรงเรียนมัธยมในโซลที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ มองมาที่เธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เอือมระอา ดวงตาภายใต้คอนแท็คเลนส์สีฟ้านั้นแข็งกร้าว แต่ปากเล็กเอาแต่ขบเม้มไม่เอื้อนเอ่ยคำพูดใด ๆ หล่อนเลื่อนแขนขึ้นมากอดอก ก่อนจะถอนหายใจยาว
 


“ครูพบเธอในห้องนี้สามครั้งแล้วนะ นักเรียนอัน ฮเยจิน” อาจารย์มุนเอ่ยขึ้นกับเธอด้วยเสียงสุขุม ดูออกได้ชัดเจนว่าหล่อนกำลังข่มอารมณ์



“ทำไมคะ เบื่อหน้าหนูเหรอ” ฮเยจินเอ่ยสวนกลับไป พลางยกแขนขึ้นมาพักกับพนักพิงเก้าอี้ มืออีกข้างก็แกว่งอมยิ้มไปมา แล้วส่งมันเข้าปากอีกครั้ง



“ใช่ เบื่อมาก เบื่อที่ต้องมาคอยตักเตือนเธอซ้ำ ๆ ในเรื่องที่เธอทำผิด โรงเรียนเราห้ามใส่กระโปรงสั้น ห้ามแต่งหน้า ห้ามปล่อยผม ทุกกฎที่โรงเรียนห้าม เธอทำหมด นี่ครูไม่รู้จะเตือนเธอยังไงแล้ว”



“นี่โรงเรียนหรือคุกกันแน่ จะแต่งตัวแต่งหน้ายังไง ทำผมแบบไหนก็เรียนได้เหมือนกันแหละน่า”



“เป็นนักเรียนก็ควรมีมารยาทด้วย ไม่ใช่มาต่อล้อต่อเถียงกับครูบาอาจารย์แบบนี้”



“ไม่ได้เถียงนะคะ หนูแค่ตั้งคำถาม”



“สิ่งที่เธอทำอยู่นั่นแหละ เค้าเรียกว่าเถียง!!!” อาจารย์สาวขึ้นเสียงพร้อมทุบโต๊ะอย่างแรง แต่ดูเหมือนฮเยจินจะไม่ได้มีทีท่าตกใจเลย ตรงกันข้ามกลับหลุดขำออกมาซะนี่


“เธอหัวเราะอะไร”



“เวลาอาจารย์เกรี้ยวกราดแบบนี้...น่ารักดีนะคะ”



เธอเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้อาจารย์สาวและเอ่ยเบา ๆ พร้อมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้านั้น กลิ่นน้ำหอมแชลแนล No.5 คละคลุ้งอยู่รอบ ๆ จุดกระจายกลิ่นน่าจะมาจากปกเสื้อเชิ้ตสีเทาของอาจารย์มุน มันหอมเย้ายวนจนเธอเผลอเข้าไปใกล้มากขึ้นราวกับต้องมนต์สะกด แต่แล้วอีกคนก็ถอยห่าง



“คราวนี้ครูจะลงทัณฑ์บนเธอไว้ก่อน จำไว้นะว่าถ้าคราวหน้ายังแต่งตัวผิดระเบียบอีก เธอจะไม่มีสิทธิสอบปลายภาค”



ร่างสูงถอยออกมายืนเท้าโต๊ะในท่าเดิม ก่อนจะหยิบแฟ้มประเมินพฤติกรรมนักเรียนขึ้นมาแล้วเขียนชื่อของนักเรียนตัวแสบลงไปในนั้น



“เธอไปได้ละ”



“เรียกหนูมาเตือนแค่นี้เหรอคะ”



“แล้วเธอจะต้องการอะไรอีก”



“น่าเสียดายจัง...หนูแค่...อยากอยู่กับอาจารย์ต่ออีกสักหน่อย” 


ฮเยจินลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับอาจารย์สาวของเธอ ค่อย ๆ ดึงอมยิ้มที่อยู่ในปากออกมา ก่อนจะใช้ลิ้นเรียวโลมเลียไปรอบ ๆ สายตาก็จับจ้องไปที่ร่างสูงตรงหน้า เธอสังเกตเห็นว่าอาจารย์มุนกำลังกลืนน้ำลาย


“มองหน้าครูแบบนั้น หมายความว่ายังไง”



“แค่อยากมองอ่ะค่ะ ไม่ได้เหรอ”



อาจารย์มุนเลื่อนตัวเองเข้าใกล้เธอมากขึ้น ใกล้ขึ้นจนดันร่างเธอไปติดกับขอบโต๊ะ ใบหน้าสวยหวานเรียวเล็กอยู่ห่างจากใบหน้าเธอแค่คืบ ลมหายใจอุ่น ๆ ของร่างสูงกระทบเบา ๆ ที่แก้มเธอ



“เธอจะอยากมองหน้าครูไปทำไมกัน....” เสียงต่ำของอาจารย์สาวดังขึ้นข้าง ๆ หู และประโยคต่อมาก็ทำเอาหัวใจของเธอสั่นระรัว



“มองแล้วเก็บเอาไปช่วยตัวเองในห้องน้ำแบบที่เธอชอบทำน่ะเหรอ” 



ฮเยจินสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกโตอย่างตกใจ ไม่คิดว่าอาจารย์มุนจะรับรู้เรื่องหน้าอายของเธอแบบนี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เธอเริ่มหลงใหลในตัวของอาจารย์มุน ร่างที่สูงเพรียวดูเข้ากับเสื้อเชิ้ตและกางเกงแสลคที่สวยใส่ ผมสีน้ำตาลอ่อนที่ยาวถึงกลางหลังสวยงามราวกับตัวละครในเทพนิยาย ใบหน้านิ่งเฉยที่สุขุมนุ่มลึกนั้นก็ยิ่งมีอิทธิพลต่อใจเธออย่างรุนแรงและไม่อาจต้านทาน เธอพยายามเข้าใกล้อาจารย์มุนทุกวิถีทาง หวังเพียงแค่อาจารย์จะจำหน้าตาและชื่อของเธอได้ ยอมแม้กระทั่งการโดนเรียกเข้าห้องปกครองและโดนทัณฑ์บนเพื่อจะได้อยู่ใกล้ ๆ อาจารย์ที่เธอหลงรัก วิธีงี่เง่าแบบเด็ก ๆ ของฮเยจินซึ่งเธอคิดว่ามีแค่ตัวเองเท่านั้นที่รู้ แต่ตอนนี้เธอคิดผิดถนัด อาจารย์มุนรู้ความต้องการของเธอทุกอย่าง รู้ว่าเธอแกล้งแต่งตัวผิดระเบียบเพราะอยากเข้าใกล้ รู้ว่าเธอแกล้งพูดจากวนประสาทเพียงเพราะแค่อยากคุย และรู้แม้กระทั่งว่าเธอจินตนาการถึงหล่อนตอนที่ช่วยตัวเอง



“ทีหลัง...อยากได้อะไร ก็บอกครูตรง ๆ สิคะ” 


นี่คือคำพูดล่าสุดของอาจารย์สาวก่อนที่บทสนทนาจะเงียบลงเพราะปากอิ่มของเธอโดนประทับปิดโดยปากเรียวบางของคนตรงหน้า ร่างสูงเอื้อมแขนข้างหนึ่งมาประคองหลังเด็กสาวไว้ ก่อนที่มืออีกข้างก็ทำหน้าที่ปลดกระดุมเสื้อนักเรียนของเธอออกมีละเม็ด จนบราลูกไม้สีแดงสดที่แอบซ่อนอยู่ด้านในได้อวดโฉมออกมา ในขณะที่ปากและลิ้นก็ยังคงขยับกวาดชิมความหอมหวานของเธออย่างอ้อยอิ่ง รสชาติของอมยิ้มแผ่ซ่านไปทั่วทั้งโพรงปากของทั้งสองคน มันเป็นความหวานปะแล่มที่น่าหลงใหล



“อ๊ะ...อา...จารย์....”



ปากบางฝังสัมผัสร้อนลงบนซอกคอชื้นเหงื่อของฮเยจิน จูบไล่ตั้งแต่ปลายติ่งหู สันกราม มาจบตรงที่การกัดปลายคางเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว มือซุกซนที่ประคองหลังไว้ฉวยโอกาสปลดตะขอบรา แล้วดึงมันออกไปให้พ้นร่าง อกอิ่มสีแทนนวลเนียนของนักเรียนสาวลอยเด่นอยู่ตรงหน้า อาจารย์มุนครอบครองมันด้วยมืออีกข้าง ฟ้อนเฟ้น บีบคลึงอย่างพอใจ ก่อนจะก้มลงกระตุ้นจุดไวต่อสัมผัสด้วยการงับที่ปลายยอดถันสีสวย ตวัดลิ้มโลมเลียอย่างนุ่มนวลและเผลอแกล้งขบกัดให้เด็กสาวสะดุ้งบ้างในบางที



“อาจารย์...อย่าทำแรง อื้อ....”



แม้ว่าอาจารย์มุนจะตัวเล็ก แต่หล่อนก็มีพละกำลังมากพอที่จะอุ้มเด็กสาวตัวแสบอย่างฮเยจินให้ขึ้นมานั่งบนโต๊ะทำงานได้ มือเรียวสอดเข้าไปใต้กระโปรงลายสก็อตสั้นแล้วเกี่ยวอันเดอร์แวร์ตัวบางของเธอให้ลงมากองอยู่ที่ปลายเท้า ร่างสูงดันตัวเธอให้นอนราบลงไปกับโต๊ะ ก่อนจะนั่งลงและจับขาทั้งสองให้แยกกัน ลูบไล้สัมผัสผิวเนื้อตั้งแต่ข้อเท้าไล่ขึ้นมาตามเรียวขาสีน้ำผึ้งจนมาหยุดที่บริเวณต้นขาด้านใน มันเริ่มเปียกชื้นเพราะน้ำในกายที่เริ่มหลั่งออกมา



“อื้อ....อาจารย์....อาจารย์ขา.....”



เด็กสาวปล่อยครางลั่น เมื่ออาจารย์มุนก้มลงทักทายจุดอ่อนไหวของเธอด้วยลิ้นของหล่อน ทุกอย่างคล้ายกับอยู่เหนือการควบคุม สัมผัสแปลกใหม่ที่เธอไม่เคยได้รับมันทำให้ภายในของเธอปั่นป่วน วาบหวิว ทรมาน แต่ก็ยากที่จะปฏิเสธ สองมือของฮเยจินจิกลงกับขอบโต๊ะเพื่อระบายความรู้สึกที่ได้รับ ความรู้สึกที่ไม่อาจนิยามได้ว่าเป็นเช่นไร



“อย่าดิ้นสิคะ ยัยตัวแสบ”



อาจารย์มุนใช้สองแขนล็อคเรียวขาของเธอไว้แน่นเมื่อเห็นว่าเธอดิ้นเร่าตัวสั่นเทิ้ม ร่างสูงถอนลิ้นออกมาหลังจากที่ลิ้มรสชาติความสาวจนพอใจ ดวงตาสีฟ้าจ้องมองดอกไม้เบ่งบานที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำหวานพลางกระตุกยิ้ม ก่อนจะส่งนิ้วเรียวแทรกเข้าไปภายในกลีบดอกไม้นั้น เด็กสาวตอบรับด้วยการแอ่นสะโพกเข้าหาเอื้อให้อาจารย์สาวดันเข้าไปจนสุดโคนนิ้ว



“อย่างนั้นแหละค่ะ เด็กดี...”



นิ้วยาวเคลื่อนเข้าออกภายในกายเป็นจังหวะ เพิ่มอารมณ์เสียวซ่านด้วยการกดนิ้วโป้งหมุนวนตรงเกสรดอกไม้ กระตุ้นให้น้ำหล่อลื่นยิ่งหลั่งไหลจนเปียกชุ่มไปทั้งมือ เสียงครางแหบพร่าของฮเยจินดังระงมไปทั่วทั้งห้อง เอ่ยปากเรียกชื่ออาจารย์ของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า สะโพกงอนขยับสอดรับกับการกระทำของร่างสูงโดยอัตโนมัติ ความปรารถนาในตัวอาจารย์มุนที่เธอโหยหาและใช้จินตนาการเพื่อตอบสนองอารมณ์มาตลอด ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่ง อาจารย์ที่เธอหลงใหลใฝ่ฝัน จะมาสอนบทเรียนรักให้เธอจริง ๆ



“อื้อ...อาจารย์ขา...อ๊า!!!!”



ร่างเด็กสาวกระตุกเหยียดเกร็ง ช่องแคบภายในตอดรัดนิ้วเรียวเป็นสัญญาณว่าเธอเดินทางไปถึงจุดสุดยอด ฮเยจินรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่รถไฟเหาะที่แล่นขึ้นไปยันจุดสูงสุด แล้วถูกปล่อยให้ทิ้งดิ่งลงมาในเวลาอันสั้น ความสนุก ความวาบหวิวภายในช่องท้อง และความหฤหรรษ์ ผสมปนเปกันไปหมดภายในกายเธอ เอ็นโดรฟินและอะดรีนาลีนสูบฉีดทั่วร่าง อาจารย์มุนเป็นคนเก่ง ไม่ใช่เก่งแต่สอนทฤษฎี ด้านการปฏิบัติก็ช่ำชองเชี่ยวชาญจนน่าตกใจ



อาจารย์สาวค่อย ๆ ถอนนิ้วออกจากช่องแคบเปียกลื่น หยิบอันเดอร์แวร์ตัวบางที่กองอยู่ตรงปลายเท้าของเด็กสาวบรรจงสวมใส่มันให้กลับเข้าไปยังที่ที่มันเคยอยู่ ก่อนจะก้มลงมากระซิบข้าง ๆ หูของฮเยจินที่นอนแผ่หราหายใจหอบอยู่ตรงหน้า



“ทีหลัง...อย่าดื้อกับครูอีกนะคะ”



1 P.M

ห้องเรียนชั้น ม. 5
 


“นักเรียนอัน ฮเยจิน เธอแต่งตัวผิดระเบียบอีกแล้ว” อาจารย์มุนเอ่ยขึ้นทันทีที่พบฮเยจินซึ่งกำลังจะเดินเข้าห้องเรียน
 

“ผิดตรงไหนคะอาจารย์” เธอหยุดชะงัก แล้วก้มลงสำรวจเครื่องแบบนักเรียนของตัวเอง



“กระโปรงตัวที่มันยาวกว่านี้ไม่มีอีกแล้วรึไง”



“นี่ก็ยาวสุดแล้วค่ะ”



“ไม่ต้องมาแก้ตัว...เลิกเรียนแล้วตามไปพบครูที่ห้อง”



“ค่ะ”



“คราวนี้เธอต้องถูกลงโทษ...อย่างหนัก”  


END.


From Writer :

ฟิค #ฮวาบยอล คู่เรือบาปแห่งมัมมูค่ะ 
แต่งได้เพราะใจบาปล้วน ๆ ไม่มีความดีผสม 
ด่าไรท์ว่าหื่นได้ เพราะหื่นจริง ขอบคุณค่ะ

กดไลค์หรือเม้นท์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ 

รักคนอ่าน 
SHARE

Comments

ck_JS
3 years ago
จนได้น้าค้าาาาา
Reply
JomPiya
3 years ago
เพิ่งได้พล็อตค่ะ 55555555555
moonnight
3 years ago
โอ้ยโห เรือบาปร้อนแรงมาก ฮเยจินต้องการแบบนี้สินะ
Reply
JomPiya
3 years ago
พล็อตบาป ๆ คู่บาป ๆ แต่งจากคนใจบาปอย่างไรท์เตอร์เอง ขอบคุณค่ะ 555
ggvnty
9 months ago
อยากให้แต่งคู่นี้อีกจังค่ะ
Reply