Just Normal.
14 APRIL 2018, 04.05PM

: สงกรานต์ไปเที่ยวไหนคะ
: อยู่บ้าน
: นึกว่าว่าง จะชวนไปดูหนังซะหน่อย
: Sent a sticker.


แล้วบทสนทนาก็จบอยู่แค่ตรงนั้น เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
เราเลือกจะเงียบหายไป เช่นเดียวกับเค้าที่ไม่ได้จะถามรายละเอียด หรือเสนออะไรเพิ่มเติมว่าเป็นพรุ่งนี้แทนหรือมะรืนไหม 

เราเลยทึกทักเอาเองเลยว่า..เค้าคงไม่ได้อยากไปกับเราเท่าไหร่




16 APRIL 2018, 09.42AM

: วันนี้ทำงานปะ
: ไม่ค่ะ หยุดถึงพรุ่งนี้เลย
: ว่างปะ ไปหาขนมกินกัน อยากกินของหวาน


แค่เท่านั้น จากแพลนเดิมที่ตั้งใจไว้จะเปิดแอร์นอนอืด ดูหนังอยู่ที่บ้านยาวทั้งวันจึงต้องพับเก็บไว้ใต้เตียงแทบไม่ทัน รีบลุกไปอาบน้ำสระผมให้ทันเวลานัดเที่ยงตรง ที่ร้านอาหารและขนมสักแห่งแถวพุทธมณฑลสาย2 ตามโลเคชั่นที่เค้าส่งมาให้ 

ปกติการเจอกันของเราสองคน ไม่เคยไปไกลกว่าเซ็นทรัลพระราม9 ตลาดรถไฟ เอสพลานาดรัชดา และห้วงขวางเท่าไหร่นัก แต่รอบนี้ถึงขนาดข้ามฟากมาแถวบ้านเราเลยทีเดียว แปลกมาก....


ถ้าไม่นับอาทิตย์ก่อนที่เพิ่งเจอกันไป มันก็นานหลายเดือนเหมือนกันที่เรามีโอกาสได้นั่งกินข้าวกันสองคนแบบนี้ บทสนทนาไม่มีอะไรมากไปกว่าเรื่องธรรมดาทั่วไป.. เมื่อวานขับรถขูดเสาจนบุบ แพ้แดดที่พัทยาจนผื่นขึ้น ถามเค้าไปว่าทำไมถึงต้องอยากมาร้านนี้

เราลอบมองเค้าทุกชั่วขณะนาทีอย่างกับคนต้องการจับผิดอะไรสักอย่าง เค้ายิ้มพร้อมบอกก็แค่มีคนบอกว่าอร่อยเลยอยากมาลอง.. เราอาจจะคิดมากไปเอง รู้สึกว่าพักหลังทุกอย่างที่เป็นเรื่องเค้าจะเป็นพลังลบไปเสียหมด เริ่มไม่แน่ใจว่าเป็นเค้าที่ใจร้าย หรือเราที่มองเค้าในแง่ร้ายเกินไปมาก.. แต่คิดว่าน่าจะเป็นแบบหลังซะมากกว่า


พยายามบอกตัวเองทุกครั้งที่รู้ตัวว่า บางเรื่องไม่ต้องรู้ไปซะหมดก็ได้ ไม่ใช่เรื่องของเราและเราก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน ตราบใดที่เด็กเค้าแนะนำให้มา หรือเค้าเพิ่งไปกับเด็กเค้ามาเมื่อวานนี้ มันก็ต่างคนต่างอยู่ เปล่าล้ำเส้นกันซะหน่อย


หลังจากตะลอนไปช่างชุ่ย เดินเล่น ถ่ายรูปอยู่ไม่ถึงยี่สิบนาที ก็ทนแดดตอนบ่ายสองแทบไม่ไหวจนต้องขอร้องบอกไปเซ็นทรัลปิ่นเกล้าเหอะ ร่างกายหมดพลังอย่างเห็นได้ชัด สุดท้ายเลยไปจบที่เซนปิ่นจนได้ เจอแอร์เย็นๆ เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันมามองหน้ากันบอกโคตรง่วงเลย แล้วก็หัวเราะกัน ทุกครั้งที่พบกัน เราสองคนไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการกิน เดินเล่น แล้วก็นอนอืดเลย



ผ่านร้านขายแคคตัสแถวบันไดเลื่อน เราเลยหันไปถามถึงแคคตัสสามต้นที่ซื้อจากตลาดรถไฟที่เราเป็นคนเลือกให้ เค้าบอกมันตายไปแล้ว 

: ทำไมถึงตาย
: ก็ไม่รู้สิ ไว้ในห้องไม่ค่อยได้รดน้ำด้วย มันเหี่ยวตายไปแล้ว
: ตายไปนานยัง
: ไม่นาน ก็สักพักแล้ว


แล้วเราก็เงียบ ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงดี เสียใจเหรอก็ไม่ ดีใจเหรอก็ยิ่งไม่ใช่เข้าไปใหญ่
เรียกว่าเป็นความรู้สึกเฉยๆ มากกว่า เรื่องมันคงนานเกินเกินกว่าจะมายินดียินร้ายอะไรแล้ว


เดินเล่นต่อไปได้อีกไม่กี่ก้าว มองนาฬิกาสามโมงครึ่งแล้วบอกแยกย้ายกลับไปนอนกันเหอะ เค้าพยักหน้าบอกอือ ดีเหมือนกัน เราเดินลงมาส่งเค้าที่ชั้นสอง รอบนี้ไม่ยกมือไหว้ แต่เป็นยกมือโบกลาบ๊ายบายก่อนจะยื่นไปแปะๆ ประสานมือเค้าบอกลา 


เค้าพยักหน้าบอกแล้วเจอกัน เราพยักหน้าอือ 
แวบนึงเผลอคิดอยากถ่ายรูปคู่ด้วย แต่ก็เปลี่ยนใจไม่เอาดีกว่า



ปกติที่เจอกัน มันก็ประมาณนี้แหละ







SHARE
Written in this book
all about you
ห้วยขวาง, ตลาดรถไฟ, อพาร์ตเมนต์ชั้น5
Writer
mmanee
alien
It's me.

Comments