โลกของเธอไม่ได้มีเพียงหนึ่ง #Identity Crisis
ฉันตัดสินใจลบตัวตนหนึ่งของฉันอย่างถาวร หลังจากที่เลื่อนการตัดสินใจมาตลอด 8 เดือน 

8 เดือนที่ทดลองกับการอยู่ในโลกเสมือน 
เสมือนว่าเราได้สูญสิ้นทุกอย่างไปแล้วเพื่อที่จะลองล้มดูว่ามันเจ็บไหม ก็ได้ลองดูแบบไม่มีแผลมารบกวนให้รำคาญใจโดยที่ตลอด 8 เดือนนั้น ฉันมีตันตนอยู่เพียงหนึ่งประโยค 

“ติดธีสิส เลิกเล่นโซเชียลซักพักนะ” เฟซบุ๊คสำหรับฉันเคยเป็นที่แห่งความทรงจำ การสร้างอัตลักษณ์ ซักพักก็เริ่มกลายมาเป็นที่พบปะสังสรรค์ แต่นานวันก็ยิ่งเหมือนเถาวัลย์ที่ค่อยๆ รัดตัวเราใว้กับตัวตนหนึ่งที่บ่มเพาะจากการแสดงออกและการสานสัมพันธ์กับคนที่ผ่านมาเยี่ยมเยียนในแต่ละช่วงชีวิต เกิดเป็นภาพจำที่เกิดขึ้นอย่างเบลอๆ และแก้ไขไม่ได้ โดยมีทั้งบาดแผลและเสียงหัวเราะ เพลิดเพลินและเจ็บปวดไปพร้อมๆ กัน เมื่อรู้ตัวอีกครั้ง เถาวัลย์นั้นก็รวบเอาเราใว้ บีบให้โอบกอดมันอย่างเสียไม่ได้

ฉันได้รู้ความจริงข้อนั้นเหมือนยามหลับฝันแล้วมีคนสาดน้ำให้ตื่น เมื่อชีวิตหยิบยื่นการสูญเสียมาให้พร้อมๆ กันอย่างไม่หวาดไม่ไหว

ความทรงจำที่มีค่าของความสัมพันธ์
ความสุข เสียงหัวเราะ
มุขตลกชั่วครั้งชั่วคราว
อัตลักษณ์
ความหวัง ความฝัน
อุดมการณ์
และความท้อแท้ใจ 
ที่ช่วยให้เราผูกพันกับคนในนั้น 

จนเมื่อการเปลี่ยนแปลงในตัวเรามาถึงพร้อมการเปิดโปงม่านพรางแห่งสายใยผูกพัน ภาพลวงตาที่พรางความกลวงเปล่าใว้จึงเผยให้เห็นกระจกบานเก่าที่มีรอยร้าวหาประโยชน์ไม่ได้ ยามจะเก็บใว้เป็นความทรงจำก็มีแต่เตือนให้นึกถึงเหตุการณ์อันเป็นต้นเหตุ

เหตุการณ์เมื่อความทรงจำหายไปพร้อมกับความสัมพันธ์ที่เคยมีค่า
เหตุการณ์เมื่อความสุข และเสียงหัวเราะเงียบหายไปกับคนในอดีต
เมื่อมุขตลกชั่วครั้งชั่วคราวไร้แก่นสารเกินกว่าจะทนอ่าน
เมื่อฉันมองผ่านอัตลักษณ์แล้วจึงเห็นเพียงความพยายามปั้นแต่ง
ความหวัง ความฝันใหม่ ที่เปลี่ยนไปแล้วตลอดการ
อุดมการณ์ที่ฉันสู้แทบตายจนสุดท้ายไม่เหลือแรงในการใช้ชีวิต
และความท้อแท้ที่เริ่มเคยชินเป็นเรื่องธรรมดาโลก
ฉันมีหน้ากากเพียงพอแล้วที่จะใช้ปกป้องโลกของฉันไปตลอดชีวิต
แต่มันจำเป็นหรือ ที่จะไม่เป็นตัวเรา
เก็บโลกของเธอใว้เหมือนไข่ในหิน
มันเปราะบางถึงเพียงนั้นเลย?


ใช่ว่าความทรงจำที่ผ่านมาจะมาจากคนที่ไร้ตัวตน

ช่วงเวลาของชีวิตที่ฉันยังอยากโอบกอดใว้แนบใจนั้น ก็ยังคงมีอยู่ ยังคงมาจากตอนที่ได้นั่งร้องไห้แล้วมีพวกเขาอยู่รายล้อม สัมผัสได้ กอดได้ หัวเราะและร้องไห้ไปด้วยกันได้ ระบายความคับแค้นใจและทะเลาะไปด้วยกันได้ เมื่อยามค่ำมาเยือน ยังได้นัดเจอและบอกเล่าความเหงาของกันและกันได้

ใน 500 คนที่มองไม่เห็นนั้น
มี 5 คน 10 คน 15 คน 
ในแวดวงชีวิตของกันและกันที่เรายังแบ่งปันความรักและลิ้มรสชีวิตไปด้วยกันได้

ไม่ได้ไปไหน 
ไม่ได้กลวงเปล่า

โลกของเราไม่ได้มีเพียงหนึ่งเท่านั้น
หากหายไปสักอันก็คงไม่เป็นไร

การพยายามหายไป 8 เดือนทำให้รู้ว่า ความเจ็บปวดที่หยิบยื่นให้ตัวเองในโลกเสมือนนั้นไม่มีที่สิ้นสุด ต่อให้ลองล้มลงแบบไม่มีบาดแผล แต่ก็ยังเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ส่วนความเจ็บปวดที่หยิบยื่นให้ตัวเองในโลกของความเป็นจริงนั้น ฉันปล่อยตัวเองให้เกิดแผลเพื่อสมานย์ เกิดการหยุดนิ่งเพื่อให้เริ่มเดิน เกิดการจากลาเพื่อกลับมาพบทั้งคนเดิมและคนใหม่

คน(s)

จงปล่อยให้ตัวเองล้มและหายไปในเวลาที่ต้องล้มและหายไป

จงปล่อยให้ฉันได้เริ่มใหม่เพื่อพร้อมที่จะเจอเธอทั้งหลายอีกครั้งโดยไม่ห่วงซึ่งเงาใดๆ ปล่อยให้ฉันรอเพื่อให้แน่ใจว่าในมือของฉันไม่ได้ถือกระจกสะท้อนอดีตที่แตกร้าวใว้แล้ว

จนกว่าจะถึงวันที่ฉันก้าวไปสู่โลกอีกใบ

โลก(s) 
ของฉัน


Ps. ขอบคุณ เพื่อนของฉันที่สอนให้ฉันล้มลงโดยสวัสดิภาพ



SHARE
Written in this book
#notetoself
It’s me talking and embracing all of me (Cover Photo by Polly Nor)
Writer
Dalaverse
Writer/Poet
Diary of 22. A universe consists of letters, stars & too much emotion.

Comments