เผื่อวันหนึ่งเราจะมีแชมป์มวยโลกที่ชื่อ "ไมโล"

จำได้ไหมว่าตอนเด็ก ๆ คุณเจ็บตัวมากที่สุดตอนไหน?
.
ตอนปั่นจักรยานแล้วเสียหลักล้ม ตอนถูกพ่อตี ตอนเดินไปชนขอบโต๊ะไม้สมัยเรียนชั้นประถม ตอนครูฝ่ายวินัยตีเพราะมาโรงเรียนสาย หรือเพราะอะไร?
.
แต่สำหรับเด็กอย่าง “ไมโล” เขาเจ็บตัวมากที่สุดตอนขึ้นสังเวียน
.
ฉันมีโอกาสได้เจอไมโลจากการลงพื้นที่ไปทำงาน หน้าที่ตามหานักมวยเด็กที่น่าสนใจจากค่ายมวยกว่า 300 ค่ายในจังหวัดบุรีรัมย์ไม่ใช่เรื่องง่าย แวบแรกที่เจอไมโล ฉันเห็นเด็กผู้ชายร่างสูงใหญ่กว่าเด็กวัยเดียวกัน กำลังวอร์มร่างกายกับเพื่อน ๆ บนสังเวียนซ้อมในค่ายมวยเล็ก ๆ ใน อ.เมือง สีผิวเข้มคล้ำ ร่างกายกำยำเกินวัยของเขาค่อนข้างสะดุดตา แต่แววตามุ่งมั่นของเขาตอนซ้อมนั่นโคตรสะกิดใจ
.
ไมโลเป็นลูกคนที่ 6 ของครอบครัว พ่อของเขารับจ้างทำนาและตัดอ้อย ส่วนแม่รับจ้างเลี้ยงดูวัวควาย รายได้ของทั้งคู่จะตกวันละไม่เกิน 300 บาท พี่ชายทั้ง 4 คนของเขาแต่งงานมีครอบครัวและแยกย้ายไปทำงานที่อื่น ส่วนพี่สาวกำลังเรียนมหาวิทยาลัย น้องชายคนเล็กก็กำลังเรียนหนังสือ
 และแน่นอน เด็กชายวัย 14 ปีคนนี้กำลังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของครอบครัว
ไมโลเริ่มก้าวเท้าเข้าสู่วงการมวยตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อเขาเห็นการแข่งขันชกมวยในงานลอยกระทง เขารีบขอให้พ่อพาไปฝึกซ้อมมวยที่ค่ายมวยแถวบ้าน เริ่มตระเวนชกตามงานต่าง ๆ จนกระทั่งย้ายมาอยู่ค่ายมวยค่ายนี้เมื่ออายุ 12 ปี และเรื่องที่ดูจะตลกมาก ๆ สำหรับนักมวยอย่างเขาก็คือ นอกจากไมโลจะเป็นคนพูดน้อย ขี้อาย ก่อนหน้านี้เขายังเป็นคนขี้กลัวอีกด้วย!
.
เมื่อตอนเริ่มชกมวยแรก ๆ เขาเริ่มจากความสนใจ ความชอบ แต่เมื่อขึ้นสังเวียนจริง ๆ เขากลับกลัวที่จะต่อสู้ เพราะฉะนั้นเมื่อเขารู้สึกว่าเขาเจ็บ เขาจะแพ้ เขาจะทำตามคำแนะนำของแม่ คือล้มลงไปนอนเพื่อไม่ให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านั้น

แต่แล้ววันหนึ่ง ความกลัวของเขาก็หายไป
 
อาการกลัวเจ็บของเขาหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้กินยาที่ชื่อว่า “ความจริง” เมื่อเขารู้ว่าพ่อและแม่มีหนี้สิน และไม่มีเงินใช้ นั่นทำให้เขาบอกกับตัวเองว่า ต่อไปเขาจะไม่กลัว และที่สำคัญ เขาจะไม่ยอมแพ้กับอะไรง่าย ๆ อีกต่อไปแล้ว
.
จากคำบอกเล่าของครูมวย ไมโลเป็นเด็กที่มีความอดทนสูง และมีหัวใจที่เข้มแข็ง
.
ในทุก ๆ วันเขาจะตื่นแต่เช้ามืดเพื่อมาวอร์ม วิ่ง และซ้อมมวยก่อนไปโรงเรียน และเมื่อเลิกเรียนกลับมา เขาก็จะมาฝึกซ้อมมวยต่อจนถึงสองทุ่ม ชีวิตวนลูปอยู่อย่างนี้ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่เคยอู้ และไม่เคยดื้อ 
จากเด็กที่รักการชกมวยในวันนั้น 
สู่เด็กที่ต้องต่อสู้ เพื่อเลี้ยงดูพ่อแม่ และตัวเองในวันนี้
 
"ต่อยมวยมันได้เงินง่าย พ่อแม่ผมทำงานได้เงินมายากกว่า ผมต่อยมวยครั้งแรกได้เงินมา 700 แต่พ่อกับแม่ทำงานทั้งวันได้เงินแค่ 300” 

เขาบอกถึงหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาอยากเป็นนักมวย เพราะทุกวันนี้ในแต่ละไฟต์การแข่งขัน ไมโลจะได้รับเงินขั้นต่ำอยู่ที่ 500 บาท สูงสุดถึง 5,000 บาทถ้าเป็นเวทีใหญ่ ๆ และแน่นอน เมื่อเขาแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้ครูฝึกเพื่อช่วยเป็นค่าน้ำมัน เงินที่เหลือทั้งหมดเขาจะยกให้พ่อกับแม่ ส่วนเงินที่เขาจะต้องใช้ เขาจะไปขอภายหลัง 
เด็กชายที่ชื่อไมโลขอเงินของตัวเองจากแม่ อาทิตย์ละ 200 บาท 
และที่สำคัญ เงินจากความเจ็บปวดของเขา ยังสามารถส่งพี่สาวให้เรียนจบชั้น ม.ปลาย เขามีเงินซื้อเสื้อผ้าไปโรงเรียน มีข้าวของเครื่องใช้ที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง
.
ไม่ใช่แค่ชีวิตของไมโล แต่ทั่วประเทศไทยยังมีเด็ก ๆ มากกว่าหนึ่งแสนคนที่ก้าวเข้าสู่สังเวียนมวยตั้งแต่ยังเล็ก และเด็กทุกคนมีจุดเริ่มต้นแรกแทบจะไม่แตกต่างกัน 
สิ่งที่ทำให้พวกเขาเข้ามา คือความชอบ
สิ่งที่ทำให้พวกเขาอีกหลายคนอยู่ต่อ คือ “ความยากจน”
แม้ว่าตามกฎหมาย เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีจะต่อยมวยเพื่อการแข่งขันไม่ได้ แต่ความยากจนข้นแค้นกลับส่งผลต่อชีวิตและดูจะศักดิ์สิทธิ์มากกว่านั้น การดิ้นรนพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ลืมตาอ้าปากได้ด้วยวิธีการนี้ จึงยังเป็นข้อถกเถียง ระหว่างกฎหมาย ศีลธรรม ความปลอดภัย และความเป็นจริง
.
ไมโลเล่าให้ฉันฟังว่าก่อนหน้านี้น้องชายของเขาก็เคยมาต่อยมวยเหมือนกัน แต่ตอนนี้เลิกไปแล้ว เพราะเอาเข้าจริง ๆ เขาเองก็ไม่อยากให้น้องชายมาเป็นนักมวย
.
“ผมไม่อยากให้น้องเจ็บ”

เขาพูดเสียงสั่น พลางกลั้นน้ำตา หากแต่ฉันสัมผัสจากความเจ็บปวดจากเสียงสั่นเครือนั้นได้
.
“แล้วหนูไม่กลัวเจ็บหรอ”
.
“ไม่กลัว .. เจ็บสุดก็แค่โดนน็อค แต่เดี๋ยวมันก็หาย ไม่ตายหรอก”  
เขาพูดแล้วมองหน้าฉัน 
“ผมอยากเป็นนักมวยเงินแสน อยากมีบ้าน มีรถ อยากเป็นตำรวจด้วย แม่อยากให้เป็น” 
.
“แล้วพ่อแม่ไม่บอกให้หยุดหรอ”
.
“ก่อนหน้านี้พ่อกับแม่ก็อยากให้หยุด แต่พอผมไม่หยุด เขาก็เปลี่ยนเป็นมาเชียร์ผมทุกครั้งที่ผมต่อย”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้เขายิ้มน้อย ๆ แต่ฉันยิ้มมากกว่าเขา เพราะรู้ว่าพ่อกับแม่ของเขาต้องขับมอเตอร์ไซค์ข้ามอำเภอเพื่อมาติดรถครูไปดูเขาต่อยในทุก ๆ ไฟต์ แต่แวบหนึ่งก็รู้สึกเศร้า เมื่อคิดว่าถ้าพ่อกับแม่เห็นลูกต้องเจ็บ เขาจะรู้สึกแย่แค่ไหนกันนะ
.
ไมโลมีไฟต์ต่อย 3 - 5 ครั้งต่อเดือน หากจะนับตามสถิตินักมวยจะต้องถูกชกอย่างน้อย 20 – 25 หมัดต่อไฟต์ หากคำนวณกันง่าย ๆ เขาก็ต้องถูกต่อย 60 หมัดต่อเดือนเป็นอย่างต่ำ ยังไม่นับรวมเรื่องสุขภาพร่างกายที่อาจแข็งแรงจากการฝึกซ้อม แต่เสี่ยงต่อความปลอดภัยในทุก ๆ ครั้งที่ก้าวขึ้นสังเวียน
แต่ความเสี่ยงนั้นมีคุณค่ามหาศาลสำหรับเขา
ความเจ็บปวดมีประโยชน์ต่อความฝันที่จะเป็นนักมวยเงินแสน
เป็นลมหายใจ เป็นปากท้องของครอบครัว
บันทึกแด่ความเจ็บปวดที่ไม่ถูกต้อง แต่งดงาม และมีความหมายต่ออีกหลายชีวิต
.
บันทึกเผื่อวันหนึ่งเราอาจมีแชมป์มวยโลกที่ชื่อไมโล

SHARE
Writer
Porpeawchanhom
Extra ordinary
Women who love to work, travel and eat.

Comments