ไม่มีคุณ
ตอนนี้หากไม่มีแสงไฟจากถนนด้านหลังของเรา ทะเลและท้องฟ้าตรงหน้าคงเป็นสีเดียวกันจนเราแยกไม่ออก ในมือแกว่งกระป๋องเครื่องดื่มของคนขี้เมาไปมา อีกนิดเดียวคงได้เดินกลับไปซื้อที่ร้านฝั่งตรงข้ามเป็นรอบที่...อืม...นับจากที่กองอยู่ตรงนี้ก็...รอบที่ห้า

ในขณะที่น้ำสีอำพันหมดไปเรื่อยๆ แต่ร่างกายของเรากลับมีปริมาณแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น เสียงซัดสาดของเกลียวคลื่นดูช้าลง นุ่มนวลกว่าตอนหัวค่ำที่เพิ่งผ่านไป

กำลังจะยกขึ้นดื่มอีกครั้ง แต่คนข้างกายกลับแย่งมันไปดื่มจนหมดซะก่อน เราหันไปมอง หัวเราะออกมาเบาๆ

เลิกกันแล้ว มึงจะทำไงต่อ

เราถามออกไป เสียงของตัวเองแท้ๆแต่กลับไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย

“ทำไงอะไรอ่ะ เลิกก็เลิกดิ ใช้ชีวิตปกติ ชิวๆ”

“อืม ง่ายดีจังวะ ฮ่าๆ”

“แล้วต้องทำให้มันยากหรอ” เขาถามออกมา สายตาไม่ได้แสดงความทุกข์ร้อนใดๆเลย คงจะง่ายจริงๆสินะ

“แล้วเวลามึงไปกินข้าวร้านประจำของเรา ฟังเพลงที่กูเคยร้องให้มึง ไปเที่ยวที่ๆเคยไปด้วยกัน หรือกระทั่งตอนที่มึงนั่งแดกเบียร์อยู่ริมทะเลแบบตอนนี้....มึงจะไม่คิดถึงกูเลยหรอวะ” เพราะเราคงคิดถึงเขามากๆเลยล่ะ

“ก็คงจะคิด หมายถึงคิดว่า เออ...เคยมากินด้วยกัน แบบนี้มั้ง” เขาโยนกระป๋องเบียร์ที่กลายเป็นแค่ขยะไปกองรวมไว้กับกระป๋องก่อนหน้า “แต่ถ้ากูไปบ่อยๆ กูก็คงจะชินแล้วเลิกคิดไปเอง ไม่มีมึงไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก”

เจ็บยังไงไม่รู้แหะ เป็นการเลิกกันที่เหมือนจะจบดี แต่กลับเสียใจชิบหาย แถมร้องไห้ให้มันเห็นตอนนี้ก็ไม่ได้ด้วย เพราะคู่เราน่ะฟอร์มเยอะสัดๆเลย และมันก็จบลงเพราะแบบนี้แหละ รักที่ไม่เคยหวานก็จะจืดจางเร็วแบบนี้ไง 

“นั่นดิ จะยากอะไรเนอะ ปกติกูกับมึงก็ไม่ได้เหมือนคนเป็นแฟนกันอยู่แล้ว” 

“อือ”

“ตอนที่มึงมาจีบกูอ่ะ คิดไรอยู่” การรื้อฟื้นอดีตคือการเติมน้ำตาลให้กาแฟที่ขมปร่า 

“มึงสวย” สั้นเหี้ยๆ 

เราทั้งคู่นั่งเงียบกันไปสักพัก บอกตรงๆว่าไปต่อไม่ถูกกับคำตอบที่ได้ยิน ไม่มีน้ำตาล... กูควรจะดีใจสิวะ มันชมว่ากูสวยเชียวนะ แต่กลับหน้าชาแปลกๆซะอย่างนั้น

“เบียร์หมดแล้ว กลับเหอะ ดึกแล้ว” เขาทำลายความเงียบที่ต่างเต็มไปด้วยเสียงความคิดของเราทั้งสองลง

“อือ” เราลุกขึ้น 

เพราะอาการมึนจากปริมาณของเครื่องดื่มที่ดื่มไปทำให้เดินช้ากันกว่าปกติ แต่กลับรู้สึกดี อยากเดินช้าลงอีก ช้าอีกจนหยุดเวลาได้เลยยิ่งดี 

เรามองตามแผ่นหลังที่คุ้นเคยของเขา ก้าวเท้าในจังหวะเดียวกัน เพ่งสายตาพร่าไปยังรอยเท้าของเขาบนพื้นทราย วางเท้าลงไปในจุดเดียวกันทุกก้าว 

เราพูดกับเขา พูดกับแผ่นหลังตรงหน้าผ่านความคิดของเรา ให้สายลม เสียงคลื่น นำพามันไปให้ถึงหัวใจของอีกคน

‘ในวันนั้นน่ะ...


วันที่คุณยัดเยียดตัวเองเข้ามาในโลกของเรา เดินสำรวจไปทั่วอย่างถือวิสาสะ ปรับเปลี่ยนสิ่งของรอบๆทีละนิดทีละน้อย เราเริ่มเคยชินกับโลกของเราที่มีคุณ กลิ่นคุณ เสพติดคุณมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ววันนึงคุณก็เดินออกไป อาจกลับไปในโลกของคุณ หรือเข้าไปในโลกของใคร แต่โลกของเราที่ไม่มีคุณ เราคงยังไม่ชิน...


ว่างเปล่าไปหมด แม้ตอนนี้คุณจะอยู่ตรงหน้า 


ว่างเปล่าเหลือเกิน กับแผ่นหลังที่เดินนำลิ่วๆ


และคงจะว่างเปล่าเช่นกัน...หัวใจของคุณน่ะ’







SHARE
Writer
00AM
เป็นเด็กเลี้ยงแกะ
ที่ไม่ได้พูดแต่เรื่องโกหก

Comments