[Fcuking Review #05] Fate/stay night [Heaven's Feel] I. presage flower
กลับมาอีกครั้งแล้วนะครับสำหรับบทความรีวิวโคตร ๆ ที่นานชาติจะมาเขียนที

และในครั้งนี้เราจะขอเขียนรีวิวถึงภาพยนตร์อนิเมะฉบับฉายโรงที่เราเฝ้ารอมานานแสนนาน  อนิเมะจากเกม Visual Novel ชุดซีรีส์ Fate ของค่าย Typemoon ที่โด่งดังมาอย่างยาวนาน (แต่รูทนี้ยังไม่เคยถูกทำเป็นฉบับอนิเมะมาก่อนเลยสักครั้ง) ด้วยฝีมือการสร้างของสตูดิโอ ufotable (ที่เราจะเรียกเล่น ๆ ว่าค่ายจานบิน)  ในที่สุดเรื่องนี้ก็ได้เข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 ที่จะถึงนี้กันแล้ว

ซึ่งเราที่ยอมควักเงินที่มีอยู่น้อยนิดเพื่อเข้าไปดูรอบพิเศษมาเมื่อวันที่ 26 เมษายนนั้นจะได้ความคุ้มค่าคุ้มราคากับเงินที่ต้องเสียไปหรือไม่  นางเอกที่แท้ทรู(?)ของภาคนี้จะเด่นสมความคาดหวังหรือเปล่า  เชิญพบกับการรีวิวด้วยมาตรฐานดั้งเดิมตามประสาคนที่ไม่ค่อยจะอินกับอะไรมากได้เลย~


ด้านพล็อตและเนื้อเรื่อง
สำหรับ Fate/stay night เดิมทีมันเป็นเนื้อเรื่องของเกมที่ถูกสร้างไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อนซึ่งเป็นช่วงแรก ๆ ที่ Typemoon ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมาก  ในฐานะของเกม Visual Novel ที่มีนางเอก 3 คนในสภาพแวดล้อมของเมืองฟุยุกิที่พระเอก เอมิยะ ชิโร่ ของเราต้องเข้าไปพัวพันกับสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ในฐานะมาสเตอร์ผู้บัญชาวิญญาณวีรชนโดยไม่ได้ตั้งใจ  โดยในหนังไตรภาคนี้จะมีนางเอกคนหลักคือรุ่นน้องที่แสนดีชื่อ มาโต้ ซากุระ ที่ผูกพันกับรุ่นพี่ชิโร่มาพอสมควร
ตัวเนื้อเรื่องของ Heaven's Feel เองเป็นส่วนที่มีเนื้อหาเข้มข้นหนักหน่วงที่สุดจากทั้ง 3 รูท  แต่ในฉบับหนังโรงภาคนี้จะเป็นการเล่าเนื้อเรื่องแบบไตรภาค และนี่คือเนื้อหาส่วนแรกที่จะเป็นการเกริ่นนำเกือบทั้งหมด  เราจะได้เห็นการต่อสู้ของเหล่ามาสเตอร์และวีรชน (Servant) ในระดับที่พอเห็นภาพสถานการณ์  แต่รายละเอียดจะยังไม่ได้ถูกเจาะลึกมากนักเพราะมันเป็นแค่เกริ่นนำ  ฉะนั้นปมปริศนบางอย่างก็จะมีการแสดงให้เห็นเด่นชัดขึ้น...แต่แน่นอนว่ามันยังไม่ได้รับการเฉลยจนครบถ้วน  ต้องรอดูให้ครบไตรภาคถึงจะครบถ้วนจริง
ปัญหาของหนังเรื่องนี้คือการเอาเนื้อหาของเก่าที่ถูกสร้างมานานมาทำใหม่มักจะมี Plot Hole ที่เยอะแยะเต็มไปหมดตามยุคตามสมัย (ไม่เชื่อลองไปอ่านการ์ตูนเก่า ๆ ดูได้)  แต่ในเวอร์ชั่นหนังภาคนี้สามารถแก้ปัญหาได้โดยการใส่เนื้อหาพิเศษเพื่อขยายความส่วนที่ขาดหายไปจากเนื้อหาในเกม  อย่างการเล่าถึงความสัมพันธ์ของตัวพระนางในอดีตก็ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาจากอนิเมะภาคก่อน ๆ ที่ซากุระของเรามีบทน้อยมากจนแทบไม่ถูกพูดถึงว่ามีความเป็นมาอย่างไรกันแน่  ทำให้คนที่ไม่เคยรู้จักซากุระมาก่อนจะเริ่มเข้าใจหัวอกของเธอมากขึ้น ได้อินไปกับความรู้สึกของเธอมากขึ้น (เยอะ)  ใครอวยเธอคนนี้รับรองจุใจที่จะได้เห็นหน้าเธอบ่อยมากจนอยากจะกระโดดเข้าไปจูบนางในจอเลยทีเดียว
และปัญหาอีกอย่างของซีรีส Fate/stay night คือมันเคยมีการทำอนิเมะจากรูทที่นางเอกเป็นคนอื่นมาก่อน  ทั้งรูท Fate ซึ่งมีวีรชน Saber เป็นนางเอกหลัก  หรือรูท Unlimited Blade Works ซึ่งมีสาวน้อยจอมเวทชื่อ โทซากะ ริน เป็นนางเอกหลัก  ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในช่วงแรกคือเนื้อหาจะมีการ "ซ้ำกัน" อย่างช่วยไม่ได้  ซึ่งในอนิเมะภาคนี้ก็ได้แก้ปัญหาด้วยวิธีที่กำปั้นทุบดินเป็นที่สุด...นั่นคือการ "ข้ามไปเลย"  คือเขาใช้วิธีเอาส่วนที่ซ้ำมาเป็นเปิดเพลงคลอแล้วฉายภาพตัดเนื้อหาส่วนนี้แบบย่อ ๆ เพื่อเอาเวลาไปเล่าส่วนขยายเรื่องความสัมพันธ์ตอนเด็กให้มากขึ้น  ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นข้อเสียพอสมควรสำหรับใครที่อยากจะเริ่มติดตามซีรีส์ Fate จากหนังโรงภาคนี้...เพราะคุณจะขาดพื้นฐานที่จำเป็นในจังหวะที่หนังข้ามไปนี่แหละ  ทางที่ดีคือคุณควรจะทำความเข้าใจเนื้อหาส่วนนี้ไว้ก่อนเข้าไปดูด้วยการไปอ่านเรื่องย่อช่วงต้น ๆ ของ Fate/stay night  หรือจะให้ดีที่สุดคือคุณควรไปดูอนิเมะในภาค Unlimited Blade Works ช่วงประมาณ 2-3 ตอนแรก  เพราะนี่คือส่วนที่ถูกข้ามไปทั้งหมดจริง ๆ  (แต่แนะนำว่าดูให้จบทั้งภาคไปเลยดีกว่า เพราะจะเข้าใจภาพรวมมากขึ้น)
แสะไม่รู้คนอื่นจะคิดเหมือนเรารึเปล่า...แต่ด้วยเวลาราว ๆ 120 นาทีที่หนังฉายมานี่มันช่างช้าเหลือใจ  การดำเนินเรื่องช้ามากจนถึงขั้นมีซีนที่เป็นฉากโล่ง ๆ ตัวละครยืนนิ่งไร้คำพูดคำจาอยู่หลายครั้ง  แต่จะว่ามันถูกยืดมันก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ...เพราะเนื้อหาส่วนแรกนี้มันคือช่วงต้นของสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ที่มันไม่มีประเด็นอะไรให้พูดถึงมากนักอยู่แล้ว  การนำเอามาเล่าให้เราซึมซับบรรยากาศและความรู้สึกของตัวละครในโมเมนต์ที่เงียบงันเหล่านี้มันก็ช่วยให้เราอินไปได้พอตัว  ก็...นั่นแหละ มันก็ดูแหม่ง ๆ สำหรับเราน่ะนะ  แต่ไม่หักคะแนนส่วนนี้หรอกเพราะมันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ  เนื้อหามันมีเท่านี้แล้วเอามาเล่าให้ได้ 120 นาทีก็ถือว่าเก่งแล้ว

ด้านงานภาพ
ถ้าว่ากันตามตรงขึ้นชื่อว่าเป็นฝีมือของสตูดิโอ ufotable ก็แทบจะเชื่อขนมกินได้เลยว่าภาพจะออกมาอลังการแบบที่คุณไม่ได้สัมผัสจากอนิเมะเรื่องไหนเลย  แต่ในที่นี้ก็จะขอแยกการวิเคราะห์เป็นสามส่วนนะครับ คือ  ฉากต่าง ๆ  CG  และมุมกล้อง
ในส่วนของฉากต่าง ๆ นั้นทำออกมาสื่ออารมณ์ได้ดีเยี่ยม  คุณจะได้สัมผัสถึงสภาพจิตใจของตัวละครได้ลึกขึ้นจากบางจังหวะที่ตัวหนังนำเสนอ  ยิ่งในช่วงแรกที่มีการทิ้งตัวละครให้อยู่ในฉากโล่ง ๆ คนเดียวแล้วยืนเงียบก็จะทำให้เราได้อินไปด้วย  และแน่นอนว่าฉากบู๊ของหนังเรื่องนี้ก็ยังคงอลังการมากจริง ๆ   โอเค...ถึงมันจะน้อยเพราะศัตรูหลักเน้นการสู้แบบลอบเร้นและความวินาศสันตะโรของ Fate/stay night มันไม่ได้อยู่ในช่วงแรก ๆ ของเรื่อง  แต่ก็ถือว่าดูดี เป็นอาหารตาชั้นเลิศสำหรับใครที่อยากเสพฉากสวยมากด้วยรายละเอียด
แต่สำหรับเรามันยังรู้สึกว่าดูขาด ๆ เกิน ๆ ไปสักหน่อย  เพราะอย่างที่บอกตอนแรกว่าฉากเงียบ ๆ มันมีเยอะจนทำให้เนื้อเรื่องช้าลงไปพอตัว  แถมหนำซ้ำฉากสู้กันของเหล่ามาสเตอร์วีรชนยังทำพิษอีก  คือมันสนุกระทึกใจและทรงพลังมากสมกับสตูดิโอที่สร้าง มีจังหวะ Slow motion ที่ทำให้ดูเท่  แต่มันกลับใช้การ Slow motion อย่างพร่ำเพรื่อจนผิดสังเกตเพื่อยืดซีนต่อสู้ให้นานเกินจำเป็น (ถ้าคุณคิดว่า The Matrix ใช้เปลือง  อัตราส่วนซีนต่อสู้ของหนังเรื่องนี้ก็แทบจะพอ ๆ กันเลย แต่กรณี The Matrix มันยังดูดี) ซึ่งขัดกับจังหวะต่อสู้ที่ค่อนข้างจะ Hi-speed พอสมควร  ที่จริง Slow motion มันทำให้หลายจังหวะดูดีมาก  แต่ในเคสนี้มันเยอะเกินไป
มีคนเคยบอกเราว่าในฉบับ Visual Novel การบรรยายฉากต่อสู้มันมีแค่ 3-4 หน้าเท่านั้น  การทำให้มันยังสู้ได้นานขนาดนี้ก็ดีแล้ว...แต่สำหรับเรามันไม่ใช่แฮะ  ในฐานะที่เราเขียนนิยายเหมือนกันขอบอกเลยว่าฉากต่อสู้ในเนื้อเรื่องต่าง ๆ มันเป็นส่วนประกอบที่สามารถตัดต่อเพิ่มเติมเสริมแต่งให้คิวบู๊มากขึ้นน้อยลงได้โดยแทบจะไม่ส่งผลกระทบกับเรื่อง (เว้นช่วงผลลัพธ์จากการสู้)  ถ้าการบรรยายฉากสู้ในนิยายมันน้อยไป (และผู้บริหารมีงบกับบุคลากรเพียงพอ) คุณสามารถเพิ่มเติมการออกคิวบู๊ลงไปให้เวลาในการเล่ามันพอดีได้  ซึ่งฉากของหนังเรื่องนี้มันกลับเลือกที่จะยืดด้วย Slow motion จนน่ารำคาญมากกว่าที่จะดูเท่ซะอย่างนั้น
ในส่วนของ CG เป็นเอกลักษณ์ของอนิเมะจากสตูดิโอนี้อยู่แล้ว  มี CG สวยงามอลังการ  องศาการใช้กับภาพตัวละครในฉากที่ค่อนข้างเร็วและมีรายละเอียดเยอะก็ไหลลื่นต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียวกัน  เอาจริง ๆ มันแทบจะไม่มีที่ให้ติเลยนอกซะจากว่าคนดูจะเห็นกันชัด ๆ เลยว่าบางฉากนี่มัน 3DCG เต็ม ๆ ไม่ใช่แบบ Cell shade ที่ดัดแปลงภาพให้ดูคล้ายวาดด้วยมือ  ซึ่งประเด็นนี้ใครชอบก็จะชอบแบบหัวปักหัวปำ  แต่ถ้าใครเกลียดก็จะเกลียดงานภาพแบบนี้ไปเลย
ในส่วนของมุมกล้อง นี่ก็เป็นสิ่งที่ ufotable ไม่เคยทำให้ผิดหวัง  ทุกภาพที่ถ่ายทอดจากมุมกล้องมันสวยและพอดีกับการเล่าเรื่องมาก องค์ประกอบศิลป์ในแต่ละซีนก็ทำได้ดูดีแถมบางจังหวะก็แอบมีนัยสำคัญแฝง (แม้บางจังหวะมันแทบจะดูออกเลยว่าเขาใช้เทคนิดจัดวางภาพแบบไหน)  ส่วนฉากต่อสู้ที่แม้จะ Slo-mo Fever เกินไปแต่มุมกล้องของมันก็ช่วยให้ดูดีจนไม่อยากจะละสายตา  เสียดายที่เนื้อหาส่วนนี้ของไตรภาคมันยังไม่มีอะไรเยอะเลยทำให้เราไม่ค่อยจะเห็นมุมกล้องแปลกตาเท่าไหร่  แต่มีมั้ย...มี  และเจ๋งด้วย
โดยรวมด้านงานภาพ ก็ถือว่าไม่ทำให้คุณผิดหวังยิ่งกว่าเรโซ--  มันสวย มันดี มันอลังการ มันดูแล้วอิ่มเอม  แต่เพราะการพยายามยืดเนื้อหาให้ยาวมันเลยทำให้จังหวะของเรื่องช้าไป  มุมกล้องเป็นพระเอกขี่ม้าขาวที่แท้จริงของงานภาพเลย

ด้านมิติตัวละคร
อันที่จริงมันเป็นเนื้อหาที่มาจาก Visual Novel ที่มีอายุนานกว่าสิบปี และมีส่วนคล้ายกับเกมจีบสาวอยู่บ้าง (แต่ส่วนตัวเราว่ามันไม่คล้ายนะ...มันใช่เลยแหละ)  มันเลยทำให้มิติตัวละครของ Fate/stay night จะมีอะไรทะแม่ง ๆ อยู่  แต่กรณีของ Heaven's Feel จะมีการแสดงออกเรื่องมิติตัวละครได้เยอะที่สุด  ทำให้เราผูกพันและเข้าถึงตัวละครได้มากกว่ารูทอื่น ๆ ที่จะเน้นหนักไปกับตัวละครเด่น
และผลจากการที่ Fate มีอนิเมะมาหลายครั้ง  มันทำให้เราจำเป็นต้องศึกษาล่วงหน้าให้รู้ภูมิหลังตัวละครสำคัญจากรูทก่อน ๆ  เพราะอนิเมะเรื่องนี้จะไม่มีการไปโฟกัสตัวละครที่มีบทเด่นเหล่านั้นอีกแล้ว  จัดว่าเป็นข้อเสียที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย  แถมอนิเมะนี้เป็นหนังไตรภาคก็ยิ่งทำให้มิติและปริศนาของตัวละครจะยังถูกแสดงออกมาไม่หมดเพราะต้องเอาไปเล่าในไตรภาคต่อไป  (เอาจริง ๆ ตอนแรกว่าจะข้ามส่วนนี้ไปด้วยซ้ำ  แต่เพื่อให้มันยุติธรรมก็เลยต้องขอพูดถึงไว้เพื่อให้มาตรฐานยังคงเดิมไม่เอนเอียง)  แต่ในส่วนของตัวซากุระนี่ถือว่าเธอกลายเป็นนางเอกที่แท้จริงซะที  เพราะหนังโรงภาคนี้ได้ทำให้เราเห็นว่าเธอมีบางอย่างที่แอบซ่อนอยู่ในใจ  เราจะได้เห็นพัฒนาการจากอดีตจนถึงปัจจุบันว่าเธอมีท่าทีเปลี่ยนไปมาก  ซึ่งทำให้ตัวละครนี้ดูมีมิติมากกว่าตัวอื่นอย่างเห็นได้ชัดเพื่อชดเชยกับภาคก่อนที่เป็นแค่ตัวประกอบโดยสมบูรณ์
ถ้ามองในแง่มิติตัวละครโดยรวมอาจจะยังไม่เจาะลึกเท่าไหร่  แต่ถ้ามองในแง่มิติตัวละครที่ไม่เคยถูกเล่าจริงจังมาก่อนก็เรียกได้ว่าทำได้ดีมากแล้วในหนังไตรแภคชุดแรก  ก็ต้องรอกันต่อไปว่าตอนถัด ๆ ไปจะมีอะไรให้เราติดตามกันต่อ

ด้านความสมเหตุสมผล
ถ้ามองจากการเล่าเรื่องที่ถูกขยายความมากขึ้น จะพบว่าเหตุผลในความผูกพันของซากุระได้ถูกอธิบายไว้อย่างแข็งแกร่งมาก  คุณจะไม่คาใจเลยว่าทำไมเธอถึงชื่นชอบชิโร่มากมายขนาดนั้นแต่ก็ยังไม่เคยได้แสดงออกเต็มที่  และการต่อสู้ในภาคนี้ที่ถูกโฟกัสมาที่ตระกูลมาโต้เป็นหลักก็จะทำให้เราพอเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ในเบื้องต้นได้ดีในระดับหนึ่ง  แม้กรณีชิโร่ที่เข้ามาเป็นมาสเตอร์แบบงง ๆ  แต่ตัวละครมาสเตอร์คนอื่นโดยส่วนใหญ่ก็จะถูกแบกรับเอาไว้ด้วยภาระหน้าที่ของตระกูลหรือจากเหตุการณ์ในอดีตเป็นหลักซึ่งมันถูกเล่าชัดขึ้นมากกับตัวละครที่ไม่เคยมีการพูดถึงจริงจังมาในภาคก่อน ๆ
แต่ถ้ามองความสมเหตุสมผลของพล็อตทั้งหมดทั้งมวล ต้องบอกว่ามันจะมีอะไรแหม่ง ๆ มาตั้งแต่ช่วงเป็น Visual Novel อยู่แล้ว  และเพราะอนิเมะชุดนี้ต้องการเล่าออกมาโดยไม่เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบเนื้อหาก็เลยทำให้ต้องคงลักษณะความแหม่ง ๆ ที่ว่าตามเดิม เช่นเรื่องของมาสเตอร์กับวีรชนที่สู้กันไม่จริงจังเหมือนเอาวัยรุ่นมาตีกันฉาบฉวย (ซึ่งถ้าใครอยากดูแบบจริงจังไฟท์ติ้งแนะนำให้ไปดู Fate/Zero เลยครับ  อันนั้นสุดยอด)  การสู้กันในเมืองที่ส่งเสียงอึกทึกครึกโครมแต่ไม่มีชาวบ้านจากซอกซอยไหนพบเห็นเลย (ซึ่งความจริงมันเป็นไปได้หรอก นอกจากแถไปว่ามีการใช้อาคมเวทกลบเสียง)  ฯลฯ  เพราะงั้นในแง่ความแหม่ง ๆ ที่ซ่อนอยู่เหล่านี้ต้องเรียกว่ามันคงความคลาสสิคเอาไว้มากกว่าที่จะมองว่ามันคือความประมาทผิดพลาดจากการเล่า  นั่นแหละ...เก่าแต่เก๋า  ก็มันถูกเขียนเรื่องไว้สิบกว่าปีแล้วนี่
และข้อได้เปรียบของอนิเมะนี้คือการที่มันหยิบเอารูทที่ไม่เคยถูกสร้างเป็นอนิเมะมาทำเป็นหนังโรง  ทำให้มันจะเป็นตัวเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับอนิเมะชุด Fate และอุดช่องโหว่ในส่วนพื้นหลังที่ยังไม่เคยถูกเล่าจนเต็ม  เรียกว่าอนิเมะซีรีส์ Fate ทำหน้าที่เหมือนจิ๊กซอว์ของกันและกันทั้งซีรีส์มากกว่า  หากขาดภาคใดภาคหนึ่งไปคุณก็จะไม่เข้าใจเนื้อเรื่องอย่างแท้จริง

ความรู้สึกส่วนตัว (ไม่นับรวมในการพิจารณาคะแนน)
จริง ๆ เราเองก็พอจะรู้เนื้อเรื่อง Heaven's Feel แบบคร่าว ๆ มาก่อนจากการตามอ่านบทสรุปของเกมที่มีคนแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทย  มันเลยทำให้เราพอจะได้เปรียบอยู่บ้างขณะที่รับชมว่าเนื้อเรื่องมันจะดำเนินไปแบบไหน  แต่หลายช็อตมันก็ไม่ได้ตรงกับภาพในจินตนาการที่เคยเห็นจากรวม CG ในเกมเลย  แต่มันก็สมเหตุสมผลและอลังการมากอยู่ดี
เอาตรง ๆ อาจจะดูเพ้อไปหน่อยนะ  แต่เรารู้สึกว่าหนังโรงภาคนี้วาดฉากของซากุระออกมาได้สวยงามทุกจังหวะจริง ๆ  งามจนไม่อยากเชื่อว่าในเรื่องจะไม่มีใครสนใจมาจีบรุ่นน้องที่แสนดีคนนี้เลยเหรอ (แต่ก็ดีแล้วล่ะ) พอเธอปรากฏตัวออกมาทีไรก็ทำให้เรายิ้มแล้วยิ้มอีกทุกครั้ง
และมีแฟนเซอร์วิสในเรื่องพอหอมปากหอมคอแค่ 2-3 ครั้ง  ไม่เยอะจนเละเทะเหมือนอนิเมะในยุคสมัยนี้ที่เซอร์วิสจนเสียของเสียคุณค่า
แถมโดยส่วนตัวเราเป็นคนที่ชอบแนว Action อยู่แล้ว  ทำให้ Heaven's Feel I. presage flower ก็ยังตอบโจทย์ได้ดี...แต่ก็ยังไม่เต็มที่เท่า Fate/Zero ที่มีบทสู้กันจริงจังกว่าทุกภาค และรูท Unlimited Blade works ที่มีคิวบู๊อลังการเยอะกว่าหลายขุม
ความรู้สึกหลังออกจากโรงภาพยนตร์มามันทำให้เราอิ่มเอมมากจริง ๆ  เพราะเนื้อเรื่องในส่วนนี้ทำให้เราที่รักซากุระอยู่แล้วก็ยิ่งรักมากขึ้นไปอีก  สิ่งที่เราเฝ้ารอมานานในที่สุดก็ได้ยลกับตาตัวเองในวันนี้  และมันทำให้เราอยากดูเนื้อเรื่องตอนต่อไปมากขึ้นกว่าเดิม  เราอยากเห็นว่าซากุระจะได้สมหวังในความต้องการของตัวเองเมื่อไหร่  แววตาของเธอจะปราศจากความเศร้าที่แฝงอยู่ไปตอนไหน  เราอยากเห็นเนื้อเรื่องช่วงถัดไปว่าเมื่อไหร่เธอจะยิ้มได้อย่างมีความสุขจริง ๆ อีกครั้ง
และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือเพลง Hana no Uta (บทเพลงของดอกไม้) ซึ่งเพลงปิดของเรื่องนี้ที่ขับร้องโดย Aimer  มันอาจจะไม่ทำให้เราขนลุกได้เท่า Last Stardust จากรูท Unlimited Blade Works เพราะดันเอามาเปิดเป็น Ending ตอนขึ้นเครดิตหนัง (ขณะที่ Last Stardust มันถูกเปิดในฉากต่อสู้ที่มันสะใจและลงตัวมาก) แต่มันก็เหมาะสมกับเนื้อหาของรูทนี้  ทำนองและคำแปลของเพลงมันดูเศร้า เจ็บปวด และโหยหาความรักความเมตตา(?)  มันสื่อถึงความรู้สึกของนางเอกผมสลวยสีม่วงคนนี้ได้ดีจนไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้อย่างไร



เรียกได้ว่าสมการรอคอยสำหรับใครก็ตามที่เป็นแฟนตัวยงของซีรีส์ Fate และมีซากุระเป็นไวฟุ
รับรองว่าการตีตั๋วมาดูในโรงภาพยนตร์ไม่ว่ารอบพิเศษราคา 650 ที่แถมตั๋วปลอกดาบกับดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์และเสื้อยืดหนึ่งตัว หรือรอบธรรมดาในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้คุณจะไม่ผิดหวังเลย
แต่ถ้าคุณเป็นบุคคลธรรมดาที่มีอันจะกินคนหนึ่งแล้วสนใจจะลองดูหนังเรื่องนี้...หยุดก่อนบัดเดี๋ยวนี้  ไปหาซื้อแผ่นบลูเรย์หรือสมัครบริการสตรีมมิ่งรายเดือนเพื่อดูซีรีส์ Fate/stay night รูทก่อน ๆ เพื่อเป็นการปูพื้นฐานดีกว่า  ถ้าดูแล้วชอบคุณก็จะได้ดูหนังโรงอย่างมีความสุข  แต่ถ้าคุณไม่ชอบละก็...หาอย่างอื่นดูเถอะนะ  เรื่องนี้มันเฉพาะทางจริง ๆ

ถ้าให้สรุปในบรรทัดเดียวก็คือ...

ได้เป็นนางเอกของรุ่นพี่แล้วนะ...ซากุระ  ไม่ผิดหวังจริง ๆ ที่ได้ดูรูทของเธอ
 
ด้านพล็อตและเนื้อเรื่อง = 8 / 10
ด้านงานภาพ = 7.5 / 10
ด้านมิติตัวละคร = 6 / 10
ด้านความสมเหตุสมผล = 7 / 10

คะแนนโดยรวม = 7.2 / 10

ปล. ซากุระเป็นสิ่งมีชีวิตที่นุ่มนิ่ม (ในหลายความหมาย)
SHARE
Written in this book
Fcuking Review - รีวิวโคตร ๆ
รีวิวทุกสิ่งอย่าง แบบไม่สนแหดสนตี๋ใด ๆ   ใครอวยใครแช่งเราไม่สน
Writer
ctlunatica
Writer, Digital Illustrator
Just a newbie about writing & digital painting. :v

Comments