I'm dating "ME"

Why do people dating with their crush?


Have you ever been dating before?Probably "YES" and probably "NOPE"

Sooo
Are we looking for someone to fulfill love in our hearts?

Well..
It doesn't matter that you've ever or never date people in your life.

The point is... 
DO YOU KNOW WHO YOU ARE?


ทำไมคนเราต้องออกเดทกันนะ?
แล้วคุณล่ะ คุณเคยออกเดทมั้ย

แน่นอนว่า อาจจะมีคำตอบทั้ง 
"เคย" และ "ไม่เคย"

เรากำลังตามหาใครซักคนมาเติมเต็มความรักในหัวใจเราอยู่รึเปล่านะ?


อืม, มันไม่สำคัญหรอกนะว่าจะเคยหรือไม่เคยเดทกับใครมาก่อนในชีวิต

ประเด็นมันอยู่ที่ว่า
เรารู้หรือยังว่าเราเป็นใคร

เราก็เป็นคนนึง
ที่เคยเดท เคยมีแฟน เคยมีคนคุย
แต่ยังไม่เคยรักใครในรูปแบบของแฟน จริงๆจังๆ

ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร
ทั้งๆที่ก็เคยมี 
แต่เมื่อเขาก้าวล้ำเส้นกั้น personal space ของเราเข้ามา เรากลับรู้สึกว่า ทำไมเธอต้องทำอะไรให้มันวุ่นวายด้วยล่ะ
เราเป็นแฟนกันนี่จำเป็นด้วยหรอที่ต้องไปป่าวประกาศด้วยหรอว่าเราเป็นแฟนกันแล้วนะ

ทุกอย่างควรค่อยเป็นค่อยไป 
คนอื่นๆควรรับรู้ว่าเราเป็น"แฟน"กัน ด้วยตัวของเขาเอง ไม่ใช่ผ่านการเปิดตัวราวกับเป็นคนดังอะไรอย่างนั้นอ่ะ มันไม่ใช่พ้อยท์

อดีตแฟนคนนึง 
ทีแรกก็เป็นเพื่อนกันนี่แหละ
เค้าดีกับเรามาก
เขาชอบเราเว่ย
มาบอกชอบ มาขอคบ 
เราก็แบบ สงสาร ลองคบกันดูก็ได้

เขาดีกับเรานะ ช่วยงาน ตามใจเราทุกอย่าง
แต่ ก็นั่นแหละ ทุกข้อดีย่อมมีข้อเสีย
เขาไปหึงหวงใส่เพื่อนสาวของเราอ่ะ
ว่าอย่าใกล้ชิดเรามาก เราเป็นแฟนเค้า เค้าหวง
เราก็บอกแฟนแล้วนะ ว่านั่นอ่ะ เพื่อนเรานะ ไม่ต้องห่วงต้องหวงหรอก เขาไม่ได้ชอบผู้หญิง
แต่ก็ไม่ฟัง แล้วแบบเริ่มทำตัวงี่เง่ามากขึ้น
เริ่มล้ำ personal space ของเรา
จนในที่สุด เราก็ขอเลิกกับเขา
ด้วยเหตุผลที่ว่าเราไม่ได้ชอบเขาตั้งแต่แรก แต่รู้สึกสงสาร และอยากให้โอกาสเราสองคนได้เรียนรู้กัน มันเดินทางมาจนถึงจุดที่ไม่ใช่ ไปกันต่อไม่ได้ ก็ขอบความสัมพันธ์เท่านี้ก็แล้วกัน

ต่อมาไม่นาน เราก็พบรักกับคนใหม่
คราวนี้เป็นรุ่นน้อง
เป็นคนที่แบบชอบแกล้ง เฮฮา เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขอ่ะ ว่างั้นเถอะ อยู่ด้วยละไม่เครียด

เราอยู่ชมรมเดียวกัน เลยเจอหน้ากันทุกวัน 
บวกกับเป็นน้องสายการเรียนเดียวกัน
เลยเจอกันบ่อยๆ 

เค้าเป็นคนเพื่อนเยอะ ติดเพื่อน 
เราเคยแบบไปงอนเค้าเว่ย ว่าทำไมไม่ไปกับเรา แล้วต้องไปกับเพื่อน
โคตรงี่เง่าเลย 555555
เราก็เงียยบ ไม่ตอบแชท ไม่รับสาย
จนเค้ามาบอกว่า
"ผมชอบพี่นะ"
เราไม่ได้หายงอนหรอก เล่นตัวอยู่ 
แต่ก็ยอมคุยด้วย คุยไปคุยมา
มันเริ่มก่อตัวเป็นความรู้สึกที่พิเศษ
ไม่เรียกว่ารักละกัน เพราะมันไม่ใช่
แล้วเราก็เป็นแฟนกัน
มันมีช่วงหนึ่งที่เราต้องไปเข้าค่ายติว
เกือบเดือนเลยแหละ
ปกติก็โทรคุยกัน แชทกัน
ค่ายมันค่อนข้างเคร่ง เวลาของเรากับเค้าเริ่มไม่ตรงกัน กว่าจะได้คุยทีก็ดึกเลย

ครั้งนึง
แฟนโทรมาหาเราตอนดึกๆแหละ
มันก็ช่วงเวลาส่วนตัวเนาะ  
แฟน ก็ต้องมีเรื่องส่วนตัวที่จะคุยกับแฟนสิ 
แบบในเมื่อมันเป็นเวลาส่วนตัว
มันก็ต้องมีแค่ "เรา" สองคนสิ

แต่เขาดันเลือกที่จะให้มีคนอื่น (เพื่อนของเราทั้งสอง) อยู่ในสายด้วย 
ใช่ มันก็ดีที่เพื่อนจะรับรู้ว่าเราอยู่ในความสัมพันธ์แบบไหน 
แต่...นั่นแหละ 

"เราให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัว"

แฟนเก่าไม่บอกเราซักคำว่าจะให้เพื่อนอยู่ในสายด้วยนะ เราก็เริ่มไม่โอเค ประกอบกับปัจจัยอื่นๆที่ทำให้เราห่างเหิน และเอาความรู้สึกออกห่างเขามากขึ้น ในที่สุด 
เราก็คนอิสระให้แก่กัน

แฟนเก่าคนนั้นมีแฟนใหม่
พวกเขาดูรักกันดีนะ 
เราก็มองดูอยู่ห่างๆ
เสียใจนะ ที่เราไม่ใช่คนที่มีความสุขไปพร้อมกับเขา
แต่ก็ดีใจนะ ที่เขาเจอคนที่พร้อมมีความสุขในแบบที่เขาต้องการ ดูเป็นคู่ที่น่ารักมากๆเลยแหละ

ต่อมา
เราก็มีแฟนใหม่

คนนี้น่ารักนะ 
เป็นผู้ชายแอบหุ่นหมีนิดๆ
รุ่นน้องอีกตามเคย
คนนี้น่ารักมาก เราเทใจให้เลย 5555
ส่วนนึงก็เพราะหน้าตาด้วยแหละ กิ้วว 

จริงๆก็ไม่หรอก เราดูเข้ากันได้มากกว่า เขาไม่เคยทำให้เรารู้สึกว่าเขาก้าวล้ำ personal space ของเราด้วยแหละ เลยรักมาก 

แต่ก็นั่นแหละ 
สุดท้ายความรักก็ต้องจบลง
เราสอบติดมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด
บวกกับเขาเบื่อเราแล้ว 
ก็เลยเลิกกัน
เหตุผลที่เลิกคือ
อยู่ห่างกันยังไงก็ต้องเลิกกันอยู่ดี

เธอ!!!!  เรายังอยู่ตรงนี้กับเธอรึเปล่าวะ จะรีบเลิกไปไหน !!
เออวะ เลิกก็เลิก !
คนหมดใจ รั้งให้ตายก็ไปอยู่ดี อ่ะนะ

นั่นแหละ แล้วเราก็เลิกกัน
ตอนนั้นเราโง่มากเว่ย
แบบโทรตื้อ โทรตาม
อยากให้เขากลับมา 
จะอยู่ในรูปแบบพี่-น้องก็ได้ 
แต่ขอแค่ให้ได้คุยกัน

สุดท้าย และท้ายสุด มันไม่เป็นผล 
เรายอมปล่อย เพราะรั้งจนสุดแรงแล้วจริงๆ
ทนเห็นตัวเองงี่เง่าต่อไปอีกไม่ได้แล้ว

ก็เขาไม่รักอ่ะ ให้ทำไง 


เราๆก็คงเคยเห็นความสัมพันธ์แบบ LDR กันบ้างแล้วเนาะ แบบพบรักออนไลน์ แล้วแฟนบินข้ามทวีปมาหา ฟินใช่มั้ยล่า

แต่โลกไม่ได้สวยงามแบบนั้นค่ะ

เราเคยลองเหมือนกัน
เคยแชทกับ US guy คนนึง
อายุพอๆกับเราเลย
หน้าตาดี ดีมาก 
ทีแรกก็แบบ เขาเฟครึเปล่าวะ ไรงี้ 
เลย googling ชื่อเขาดู 
เจอเว็บมหาวิทยาลัยเค้า ที่รูป นศ อยู่ด้วย
เลยโอเค คนจริงๆ ไม่เฟค ไม่ก๊อปรูปมาลวง
เรายอมนอนดึกเพื่อให้ได้คุยกับเค้า 

เราชอบอะไร คิดอะไรเหมือนๆกัน

คุยเป็นเดือนๆ 
บวกกับรอเค้าไปค่ายคริสเตียนอีกก็เกือบ3 เดือน

สุดท้ายก็โอเค จบกันเท่านี้นะ
เพราะเค้าให้เหตุผลที่งี่เง่าเกินไป

ว่าเราไม่ใช่คนศาสนาเค้า รักกันต่อไม่ได้
ที่จริงไม่มีอะไรหรอก เค้ามีคนใหม่
จบ แค่นั้น นั่นคือเหตุผลที่แท้จริง

เขาพังความเชื่อเรื่อง LDR (online dating) จนหมดสิ้น ขอบคุณที่มาทำให้หายงมงายนะที่รัก

อีกครั้ง
กับลูกครึ่งประเทศนึงในยุโรป
เจอกันผ่านทินเดอร์
ไปกินข้าวด้วยกันครั้งนึง

รูปร่างภายนอกนี่ลุดแบดบอยหน่อยๆนะ 
ก็จะตัวใหญ่หน่อยๆ ไหล่กว้างมั้ง 
หล่อมั้ย ก็โอเค ไม่ตรงสเปคเราเท่าไหร่

ตลกดี ทีแรกเราก็เข้าใจว่าเวลาจะคุยกับใคร
มันต้องคุยทีละคน อะไรแบบนี้
แต่ไม่เลย คนนี้เขามาพังความเข้าใจของเราอีกครั้ง (เอาอีกละ)

เราเชื่อมาโดยตลอดว่าเขาไม่มี facebook 
แต่แล้ว โชคย่อมไม่เข้าข้างคนโกหก
เราได้ facebook  ของเขามาจาก ผู้หญิงอีกคนที่เขาคุยด้วยในช่วงเวลาเดียวกับที่คุยกับเรา

คือคนนี้ตลกดีนะ
แบบว่าเป็นแค่คนคุยอ่ะ
แล้วมีสิทธิ์มาจุ้นจ้านอะไรกับชีวิตเราอ่ะ
ตอบช้าจังเลยนะ
ทำอะไรอยู่
เราไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้วนะ
อยากมีคนข้างๆ
บลาๆๆ
ไม่แม้กระทั่ง เราไม่อยากมีเพื่อนเพิ่ม

ยูวววว คัมมอนนน 

อะไรกันเธอ เราพึ่งเจอกันครั้งเดียวเองนะ แล้วเธอก็ไม่ให้โอกาสเราสองคนได้เบอกันอีกเลย แล้วจะมาคอมมิทผ่านคัวหนังสือเนี่ยนะ
มันไม่ใช่เรื่องโว้ยยย 

งี่เง่าขนาดนี้ก็ไป 

เธอไม่ได้แสดงให้เราเห็นเลยนะ 
ว่าเธอกล้ามากพอที่จะ take risk แล้วก้าวข้ามเข้ามาเรียนรู้ตัวตนขงเราอ่ะ

ไม่ผ่าน บ๊ายบาย

หลายคนคงคิดว่าถ้าอยากเจอผู้ชายดีซักคน
ก็ต้องไปเตอกันในที่ดีๆงี้ใช่ป่ะ
แบบต้องไม่ใช่ร้านเหล้าผับบาร์ไรงี้

อื้มม เราก็เคยคิดเว่ย 

เราเจอ guy คนนึง
มีกล้ามนิดๆ คือดูก็รู้ว่าเค้า works out อยู่บ้าง
ใส่แว่น ลุคเนิร์ดๆ ตัวสูงกว่าเรา ไม่ดู musculine จนเกินไป ผมสีน้ำตาลอ่อน หย็องนิดๆ ผิวออกจะเริ่มเหลืองแทน  (นึกถึงคนผิวขาวเหลืองที่เริ่มแทน) 
เราเล่นเกมสบตากันอยู่2-3 คืน
ปล.เจอกันที่ร้านอ่านหนังสือ24 ขั่วโมง
แล้วมีอยู่คืนนึงเค้าเข้ามาทักทาย

เธอเอ้ยยย! เราถึงกับหัวใจเต้นรัว เขินแบบจิกผ้าเลย แต่ไม่ได้แสดงออกให้เขาเห็นขนาดนั้นนะ

เราก็ได้รู้ว่าเธอเป็นวิศวะซอฟแวร์ สัญชาตินึงที่เคยปรากฎอยู่ใน game of thrones ที่เป็นกำแพงเมือง หรือเมืองอะไรซักอย่างนี่แหละ 

เขาเข้ามาในช่วงเวลาที่เราเฮิร์ทพอดี 

ทีแรก เราก็แค่หยอกๆ แหละ ไม่ได้คิดอะไรไปไกล
แต่ถ้าได้คุยต่อก็จะดีมากๆ

เราหลับไปหลังจากสายตาเหนื่อยล้ากับการอ่านหนังสือ ตื่นเช้าขึ้นมาพบว่าเขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วยิ้มให้เรา ไอ่ซัสสส เขินโว้ยยย 

เขาจะกลับแล้ว 
เราเลยถามชื่อ กับขอช่องทางติดต่อ
แน่นอนว่าได้มา

และแล้ว เราก็ได้เดทกัน จริงๆ
ผู้ชายเนิร์ดๆของเรา แท้จริงแล้วคือกับดัก
และแน่นอนว่าฉันก็ติดกับน่ะสิ

นางเป็น player 
ของแท้แน่นอน 
....









SHARE
Written in this book
I better love myself
Writer
UnoRagazza
keepslifelowkey
I'm strong on the surface,not all the way through. I've never been perfect but neither have you

Comments