จะคอยรับไว้ไม่ให้เธอร่วงหล่น
เรากำลังรอคอยการมาถึงของผัดมาม่าที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง มันไม่เชิงเป็นร้านเหล้าหรอก เป็นร้านขายของชำ ใครๆต่างก็เรียกร้านนี้ว่าร้าน เจ๊นงค์ ตามชื่อเจ้าของร้าน ร้านนี้ขายเหล้าและเบียร์ มีโต๊ะม้าหินอ่อนสี่ห้าโต๊ะ ที่สำคัญร้านนี้มีเด็กเชียร์เบียร์ด้วย เธอใส่ชุดสีขาวมีโลโก้เบียร์ยี่ห้อหนึ่ง ผมมองดูเธอยกเบียร์วุ้นเย็นๆมาเสิร์ฟ เธอเทเบียร์ใส่แก้วอย่างชำนาญ ฟองเบียร์ค่อยๆไหลลงสู่แก้ว ไม่นานน้ำสีทองก็เต็มพื้นที่ปริมาตรของแก้ว ผมยกซดแล้วหันมาฟังเธอเล่าเรื่อง

เธอบอกว่าถ้ามาหาดใหญ่แล้วไม่ได้มากินผัดมาม่าที่ร้านเจ๊นงค์ ก็เหมือนมาไม่ถึงหาดใหญ่

ผมเลยถามเธอกลับไปว่า “จริงหรือ แค่ผัดมาม่าจานนึงเป็นเครื่องรับประกันว่าเราจะมาถึงที่นี่จริงๆ”

“เดี๋ยวก็รู้” เธอตอบ พร้อมจุดบุหรี่มาร์ลโบโร่เขียวซองโปรดที่เธอชอบสูบ ก้นกรองบุหรี่เลอะลิปสติกสีแดงเลือดนกที่เธอทา เธออัดควันเข้าปอด ก่อนจะหายใจออกอย่างผ่อนคลาย ควันบุหรี่ลอยเอื่อยๆไปตามสายลมและจางหายไปในผืนฟ้าสีดำในยามค่ำคืน

“กูเลิกกับไอ้ตั้มแล้วว่ะ แม่งกูจับได้ว่ามันมีกิ๊ก” เธอบอกเสร็จยกเบียร์วุ้นขึ้นดื่ม บุหรี่ยังคาอยู่ระหว่างร่องนิ้ว

“เราก็เป็นเพื่อนกันมานานแล้ว มีอะไรเล่าให้ฟังได้เสมอนะเว้ย” ผมบอกเมื่อเห็นสีหน้าไม่สบายใจของเธอ

เธออัดบุหรี่เข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วเล่าต่อ “ ทำไมต้องเป็นกูว่ะ กูเคยคิดว่าจะคบกันนานกว่านี้เสียอีก กูเคยคิดว่ามันจะมั่นคง กูเคยคิดว่าทุกเช้าตื่นมาจะมีเสียงมันโทรปลุก ก่อนนอนจะมีเสียงมันบอกฝันดี แล้วนี่อะไร กูตื่นมาก็ว่างเปล่า ก่อนนอนก็น้ำตาเต็มหมอน ทำไมความรักถึงได้ทำร้ายกูแบบนี้”

“เราว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรไปเพราะความรักหรอก ที่เธอเป็นมันเป็นเพราะอย่างอื่น”

“มึงอย่ามาทำพูดคำคมเท่ๆหน่อยเลย กูรู้นะว่ามึงจำมาจากพวกหนังสือเรื่องสั้นที่มึงชอบอ่าน”

“อ้าว แล้วเราชอบอ่านหนังสือมันผิดตรงไหน?”

“ไม่ผิดหรอก แต่คืนนี้มึงต้องรับฟังกูทุกเรื่อง เข้าใจมั้ย”

ผมพยักหน้า ก่อนที่เธอจะเริ่มต้นเล่าต่อ

“ไอตั้มมันเป็นรุ่นพี่กู กูเจอมันตอนรับน้องนี่แหละ ตอนแรกกูจับสายรหัสได้เพื่อนมัน แล้วไปๆมาๆก็ไอตั้มนี่แหละมาบอกกูว่าเป็นสายรหัสกูเฉย แรกๆกูก็ไม่ค่อยชอบมันหรอก มันก็หล่อแหละมึง แต่ไม่เท่าไหร่ มันขี้เก๊กมากกว่า กูเลยไม่ชอบ แต่มันก็แวะมาหากูทุกวัน ซื้อขนม ซื้อน้ำ ชวนกูไปกินชาบู ชวนกูไปร้านเหล้า มันบอกอยากทำหน้าที่พี่รหัสที่ดี แรกๆกูก็ใจแข็งนั่นแหละ จนวันหนึ่งกูก็ใจอ่อน

วันนั้นเป็นวันวาเลนไทน์ คนอื่นๆเขาให้ดอกกุหลาบกันใช่มั้ย ไอ้เหี้ยตั้มแม่งซื้อต้นไม้ให้กูเลยเว้ย ต้นกุหลาบสีแดงสดในกระถางดินเผา มันเอามาให้กูหลังเลิกเรียน แล้วคุกเข่าขอเป็นแฟนด้วย มึงคิดดู คนมองเต็มโรงอาหารเลย กูอายก็อาย ขำก็ขำ กระถางแม่งหนักชิบหาย สุดท้ายกูก็เลยใจอ่อนและตกลงเป็นแฟนกับมัน"
 
“แล้วช่วงที่คบกันเป็นยังไง มันดีมั้ย?”

“มันดีมากเลยมึง กูมีความสุขมาก มีความสุขทุกช่วงเวลา ไอตั้มเห็นหน้าโง่ๆแบบนั้นนะ มันเก่งตั้งหลายอย่าง เป็นนักบาสของมหาลัย เล่นกีตาร์ก็เป็น และที่สำคัญนะ ทำอาหารอร่อยเหี้ยๆ มันบอกกูว่าเป็นลูกเชฟ ไม่รู้เชฟจริงหรือเปล่า สงสัยเชฟบ๊ะ ฮ่าๆ

นี่กูจะบอกให้ว่ามันทำแกงกะหรี่อร่อยมาก ไม่ว่าจะแกงกะหรี่เนื้อ หรือ หมูทอด มันเป็นอาหารที่มันทำให้กูกินทุกเย็นวันศุกร์เลย เพราะกูจะไปค้างห้องมัน กูเคยบ่นมันว่าเบื่อแกงกะหรี่ แต่พอกูเลิกกับมันแล้ว กูกินแกงกะหรี่ที่ร้านไหนไม่เคยอร่อยเลยว่ะ”

“มึงเลยลากกูมาร้านเจ๊นงค์ เพื่อมากินผัดมาม่า”

“เออสิ ถ้าไม่ลากมึงมากูก็ไม่รู้จะไปหาใครแล้ว

“เนี่ยกูเคยมาร้านนี้กับมันบ่อยๆด้วย นั่งโต๊ะที่มึงนั่งเนี่ยแหละ สั่งเหล้าแล้วก็ผัดมาม่า บางวันเพื่อนไอตั้มก็มานั่งด้วย แม่งคุยกันแต่เรื่องบาสเก็ตบอล คุยกันอยู่นั่นแหละ พอมันเมาก็กูเนี่ยแหละเป็นคนขับรถไปส่งมันที่หอ สงสัยมันคงนึกว่ากูเป็นแค่คนขับรถ”

“แล้วทำไมเธอถึงชอบดื่มเหล้า เราชอบดื่มเบียร์มากกว่า เหล้ามันขมจะตาย

“เหล้าเนี่ยนะขม กูว่ารสชาติมันก็ปานกลางนะ มึงพลาดของดีแล้วล่ะเพื่อน”

“ก็รสปานกลางของเธอ เท่ากับรสขมของฉัน”

“พูดจาเป็นนักกวีเลยนะมึง โมสาร์ท หรือ บีโธเฟ่น ล่ะรอบนี้”

“นั่นมันนักดนตรี ไม่ใช่นักเขียน”

“เออๆ ช่างมันเถอะ ว่าแต่มึงมีแฟนกับเค้าบ้างยัง ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมากูเห็นมึงไม่เคยจีบใครเลย”

คำถามของเธอทำให้ผมกระอักกระอ่วน ยกเบียร์วุ้นซดแก้เขิน ก่อนจะตอบเธอส่งๆไปว่า

“กูขี้อายนี่หว่า คนอย่างกูใครจะมาชอบ”

“กูว่ามึงก็น่ารักดีนะ” เธอบอกผมพร้อมสบตา ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาลั่นทั้งร้าน

“ความรักแม่ง” เธอสบถพร้อมกับเขี่ยบุหรี่ในที่เขี่ยบุหรี่ ก้นกรองบุหรี่กองเต็ม เถ้าบุหรี่พูนอยู่ในนั้น ตั้งแต่เข้ามาในร้านผมก็ไม่ได้นับเหมือนกันว่าเธอสูบบุหรี่ไปกี่ตัวแล้ว

“มึงเลิกสูบบุหรี่แล้วไม่ใช่เหรอ แล้วกลับมาสูบอีกทำไม”

“ก็ไอตั้มแฟนกูมันสูบบุหรี่ เวลากูจูบกับมันก็ได้ลิ้มรสนิโคตินอยู่เรื่อยๆ จนพอเลิกกับมันแล้ว กูอยากสัมผัสนิโคตินที่ริมฝีปากมันอีก กูเลยกลับมาสูบบุหรี่”

“งั้นกูขอบุหรี่ที่มึงสูบอยู่หน่อยสิ”

เธอเลิกคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะยื่นบุหรี่ที่กำลังมอดไหม้มาให้ผม

ผมอัดบุหรี่เข้าปอดอย่างช้าๆ และสำลักควันอย่างรุนแรง หน้าแดงเรื่อพร้อมกับกระแอมกระไอ

“มึงไม่สูบบุหรี่ไม่ใช่เหรอ แล้วมึงสูบทำไม” 

“เราแค่อยากสัมผัสนิโคตินที่ริมฝีปากเธอบ้าง คงไม่ว่ากันนะ” 
 ผมตอบแล้วหลบตา หน้าแดงก่ำ
ผัดมาม่ายกมาเสิร์ฟ เธอเอามือเท้าคาง มองผมแล้วยิ้ม

“แดกมาม่ากันเถอะ เดี๋ยวมึงมาไม่ถึงหาดใหญ่นะ”

ผมนั่งกินมาม่ากับเธอ มันเป็นผัดมาม่าที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา

บุหรี่ที่เธอซื้อมาหมดซองแล้ว และเราก็สัมผัสริมฝีปากกันในหอพักของเธอแทน

นิโคตินยังคงเจือจางในริมฝีปาก กลิ่นไหม้ยังเจือจางในลมหายใจ

ต้นกุหลาบที่แฟนเก่าเธอซื้อให้เหี่ยวเฉา ในกระถางเต็มไปด้วยก้นกรองบุหรี่ที่ปักไว้บนดิน

“พรุ่งนี้กูจะเลิกบุหรี่” เธอบอกในขณะนอนซุกอยู่ในอ้อมแขนของผม.

SHARE
Writer
Pratchawitdax
Reader&Writer
Writing Express

Comments

Sukuman
1 year ago
Wow
Reply
Pilai
1 year ago
Hmmm
Reply