คุณค่าของงาน...และการมีเกียรติ
ความฝันกับความจริง มักสวนทางกัน
ความฝันที่เคยตั้งใจหมายมั่นไว้แต่วัยเด็ก จะมีสักกี่คนที่เติบโตมาแล้วได้เป็นอย่างที่ฝันไว้จริงๆ ถ้าเราถามคนรอบตัว เราจะพบว่าคนทำงานส่วนใหญ่ มักจะได้งานอย่างที่เคยฝันเอาไว้ บางคนตอนเด็กอยากเป็นตำรวจ โตขึ้นมาขายอาหารตามสั่ง บางคนตอนเด็กอยากเป็นผู้กำกับหนัง แต่ตอนนี้เป็นพนักงานธนาคาร 

แล้วเราจะมีความสุขกับงานที่ทำได้อย่างไร ในเมื่องานที่ทำดันไม่ใช่งานที่เรารักและใฝ่ฝันถึง รายได้ก็ไม่เพียงพอ พอจะออกไปหางานใหม่ก็ยังไม่มีโอกาสเข้ามา

อุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนทำงานไม่มีความสุขกับงานที่ทำอยู่ คือการให้คุณค่าของงานที่ทำอยู่กับเงินเดือน โอกาส และหน้าตาทางสังคม

งานทุกงานในโลกนี้ล้วนมีค่า ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองเห็นค่าของงานนั้นหรือเปล่า
 
ทุกอาชีพนั้นมีเกียรติเป็นของตัวเอง แต่ไม่ใช่ให้หลอกตัวเองว่างานที่ทำอยู่นั้นดีเหลือเกิน จริงอยู่ว่างานที่ทำนั้นอาจยังไม่ใช่งานที่อยากทำ แต่ถ้าในวันนี้ยังทำงานนี้อยู่ หนทางเดียวที่เราจะมีความสุขกับงานที่ทำคือ ฝึกมองเห็นคุณค่าของงาน และทุกๆ งานมีคุณค่าในตัวเอง

คนเรามีสิทธิให้ชีวิตไปข้างหน้า แต่อย่าดูถูกตัวเองในปัจจุบันที่เป็นอยู่
 
หลายคนหลงไปกับคำว่า “มีเกียรติ” ไปใช้แทนการมีหน้าตาในสังคมหรือรายได้ แต่จริงๆ แล้วไม่ว่าอาชีพอะไรก็ตาม ล้วนมีเกียรติด้วยกันทั้งสิ้น แต่ต้องยอมรับว่าแต่ละอาชีพ มีความแตกต่างกันที่เงินเดือน โอกาสในการเข้าถึงสิ่งต่างๆ หรือสถานภาพทางสังคม

แต่ไม่ได้หมายความว่าอาชีพหนึ่งจะมีเกียรติกว่าอาชีพหนึ่ง เพราะความมีเกียรติไม่ได้ขึ้นกับรายได้หรืออาชีพ แต่มาจากการที่คนๆ นั้นปฏิบัติงานได้ดีมีประสิทธิภาพ ทำตัวน่าเคารพชื่นชม และให้เกียรติผู้อื่นหรือเปล่า

คนหนึ่งที่มีตำแหน่งสูงในองค์กร แต่มักพูดจาเหยียดหยาม ดูถูกลูกน้องให้อับอาย และทำทุกอย่างยกเว้นงาน กับอีกคนหนึ่งที่ตำแหน่งต่ำกว่าที่ขยันทำงาน รับผิดชอบต่อหน้าที่ และมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมงาน ใครสมควรได้รับเกียรติมากกว่ากัน

จงอย่าปล่อยให้ความคิดไหวตามค่านิยมผิดๆ อายในเรื่องที่ไม่ควรอาย เพราะบางคนหน้าบางกับตำแหน่งงานที่มีรายได้น้อย แต่กลับไม่อายหากได้เป็นตำแหน่งผู้บริหารที่คดโกง 
SHARE
Writer
TAKUYA1091
Writer and Designer
...Welcome to Introspection Area...

Comments