กลิ่นน้ำคลำ
นายคูนดั้นด้นมาจากฉะเชิงเทรา

เขาตั้งใจมาเรียนวิชาปวช.ในเมืองหลวง แต่ก็มีเรื่องมีราวจนถูกไล่ออกกลางคัน จับพลัดจับผลูได้ไปทำอาชีพเป็นลูกมืออู่ซ่อมรถได้สิบกว่าปี พิษเศรษฐกิจก็ทำให้อู่ก็ปิดตัวลง เขาตระเวนหางานใหม่อยู่สักพัก จนเงินเก็บไม่เหลือ ภรรยาที่อยู่กินกันมาก็หอบกระเตงลูกชายหนีกลับต่างจังหวัดไป ตอนนั้นเองที่คูนเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าเขาเองไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอน



สำหรับเขาแล้วการเก็บของเก่าตามถังขยะขายก็ไม่ได้แย่นัก ในโลกทุกวันนี้ทุกคนดูรีบไปหมดจนไม่เห็นว่าของที่ถูกทิ้งบางชิ้นก็มีค่าพอจะต่อชีวิตคนอื่นได้ อย่างน้อยก็ข้าวห่อวันละสามมื้อ พอข้ามวันไปไม่ให้ตายได้ หรือถ้าบางวันโชคดีหน่อย เขาอาจจะเหลือเงินพอซื้อยาเส้นกับใบจากมาพันสูบนิดหน่อยพอให้หายอยาก และถ้ารวมกับเงินเหลือเก็บอีกสักนิด บางวันเขาอาจจะได้เหล้าขาวไว้เป็นเพื่อนใจสักขวด นั่นล่ะความสุขสุดยอดเลยของเขา



วันจันทร์ที่แสนจะอบอ้าว เขานั่งหลบใต้สะพานที่มีรถสัญจรไปมาทั้งวัน สายตาทอดเหม่อลอยไปยังน้ำคลำขยะที่สีเข้มสนิท แดดแบบนี้การออกไปคุ้ยหาสมบัติในกองขยะคงไม่ใช่เรื่องดีนัก เขาจึงตัดสินใจมวนยาเส้นที่เพิ่งซื้อมาสองสามวันที่แล้วเพื่อจุดสูบ และสังเกตได้ว่ามีเพื่อนร่วมโลกตัวเล็กจ้อยเดินมาดอมดมหาของกินอยู่ข้าง ๆ



นายคูนเทยาสูบคืนเข้าไปในซอง สอดมันเข้าไปเก็บในย่าม และเพ่งความสนใจมายังลูกสุนัขตัวจ้อย "แม่เอ็งไปไหนเสียล่ะ หืม"

เจ้าหมาไม่ตอบอะไรกลับ แต่กระดิกหางกระโดดโลดเต้นเหมือนคุ้นเคยกับคูนมานาน ขบเลียขาแขนเขาไปทั่ว

"ข้าไม่ได้อาบน้ำมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ ไอ้หนู ระวังเอ็งจะท้องเสียเอา" เขาอุ้มมันขึ้นมากอด คนไร้บ้านนึกถึงลูกชายของเขาขึ้นมา --- หน้าตาเขาจะเป็นอย่างไรบ้างนะ หล่อเหลาเหมือนข้าหรือเปล่า ป่านนี้คงจะสูงเท่าแม่แล้วกระมัง ถ้าข้ายังอยู่กับเอ็ง ข้าคงเอาลูกหมาตัวนี้กลับไปฝาก ข้าจะตั้งชื่อมันว่าไอ้มอม เอ็งคงจะชอบมันน่าดูเชียว --- เขานั่งหัวเราะอยู่กับพื้นดิน ด้วยรองเท้าแตะหูหนีบเก่าๆและเสื้อผ้าขาดวิ่น พร้อมด้วยน้ำตาที่รื้นไปทั่วทั้งใบหน้า



ปลายเดือนเมษา อากาศยังคงอบอ้าว แต่ฟ้าครึ้มเมฆราวกับจะมีฝนตกลงมา ไม่มีใครเห็นนายคูนคนเร่ร่อนมาร่วมสามเดือนแล้ว รวมถึงลูกสุนัขที่เขาคอยเอาอาหารมาให้ทุกวันด้วย บางคนว่าเขาเดินทางไปที่อื่น บางคนว่าเขาอาจจะพาลูกสุนัขไปด้วย บางคนว่าลูกหมาก็คงถูกเทศกิจจับไปเพราะโรคพิษสุนัขบ้า ส่วนเขาก็มีข่าวว่าเมาเหล้าขาวกระโดดให้รถชนเสียชีวิตที่ไหนสักที่ไม่ไกลจากที่นั่น ไม่มีใครรู้คำตอบแน่ชัดเสียทีเดียว แต่ทุกชีวิตก็ยังดำเนินต่อไปอย่างปกติที่สุด



ปกติเหมือนกับฝนที่กำลังปรอยอยู่ตอนนี้
ที่อีกประเดี๋ยวก็คงจะพัดผ่านไป

SHARE
Written in this book
LOST / REMEMBER
คน สัตว์ และสิ่งของที่เรียกว่าความสัมพันธ์
Writer
margot
witness
I'm not living, I'm just killing time

Comments