สนธยารำพึง
ณ เวลานี้ตะวันทอดเเสงสีส้มเย็นตาไปตามท้องฟ้า เป็นเครื่องเเสดงเพลาว่ามันจะลับแสงในไม่ช้า ทุ่งนาจากสีเขียวก็เริ่มอมสีส้ม ยอดข้าวก็ถูกเเรงลมพัดคล้ายคลื่นน้ำดูละอ่อนช้อย

กลางทุ่งนานั้นมีต้นไทรเเก่ต้นหนึ่ง มีชิงช้าที่เชือกเเขวนไว้กับกิ่งไม้ต้นไทรนั้น มีเด็กสาวน้อยนั่งอยู่ เธอนั่งก้มหน้าอยู่โดยมีผมสีดำยาวสลวยปิดหน้าท่าตาชองเธอไว้อยู่ แต่มันก็ซ่อนได้ไว้มิหมด นัยน์ตาของเธอเป็นสีเเดงชุ่มน้ำ มือทั้งสองข้างจับเชือกที่ขึงชิงช้านี้ไว้ ขาของเธอยาวพอที่จะให้เท้าของเธอวางลงบนพื้นดินได้ และตั้งแต่ตายาวไปจนถึงคางของเธอเต็มไปด้วยคราบน้ำตาเป็นเส้นยาว สีหน้าของเธอแสดงได้อย่างชัดแจ้งชัดเจนแล้วว่าเธอกำลังจมดิ่งอยู่ในความทุกข์

เธอนั่งนิ่งอยู่บนชิงช้านั้น...ไร้อารมณ์...ไร้ชีวา...เหมือนดั่งตายทั้งเป็น...ดั่งความโศกเศร้าความเหงาง่อยและความฟุ้งซ่านได้เข้าครอบงำจิตใจของเธอแล้วพาเธอดำดิ่งสู่ห้วงลึกของความอาลัยอาวอน...โถ่ เด็กสาวน้อยผู้น่าสงสาร...

หารู้ไม่ว่า มีเด็กหนุ่มน้อยคนหนึ่ง ได้แอบมองที่อยู่จากที่แสนไกล...ไกลแสนไกล...จากเมืองใหญ่เมืองมหานคร เด็กหนุ่มคนนั้นรู้สึกได้ถึงความเศร้า...ความโศก...ความอาลัยอาวอน...ความทุกข์... ไร้อารมณ์...ไร้ชีวา...ความเจ็บปวดของใครบ้างคน มันลอยมาจากที่แสนไกลจากตัวเขา มันสร้างความคะนึงระลึกนึกถึงจนเกิดความสะเทือนหฤทัยของเด็กหนุ่มน้อยได้ในทันทีทันใด

บนตึกสูงระฟ้า ในท่ามกลางความวุ่นวายของมหานคร ท่ามกลางความรีบเร่งของผู้คน ด้วยความคะนึงคิดถึงและความห่างไกล ผ่านลมที่พัดพายผ่านระเบียงที่เด็กหนุ่มน้อยนั้นยืนคิดคะนึงระลึกนึกถึงอยู่ มันได้สร้าง "คำมั่นสัญญา" ในใจเด็กหนุ่มน้อยด้วยความหวังและความศรัทธาว่า...

"ฉันจะกลับไปหาเธอ ฉันจะกลับไปคืนอารมณ์ให้เธอ ฉันจะกลับไปคืนชีวิตชีวาให้แก่เธอ ฉันจะสร้างความสุขให้แด่เธอ ฉันจะไม่ทำให้เธอเศร้าโศก ฉันจะไม่ให้เธออมอยู่ในความทุกข์ เธอจะได้ไม่ต้องอาลัยอาวอน ไม่ต้องเจ็บปวดทรมาน...ฉันจะกลับไป!!!...กลับที่ชิงชาใต้ต้นไทรกลางทุ่งนานั้น ฉันจะต้องกลับไปหาเธอให้ได้!!!”

“ฉันสัญญา!!!"

น้ำโศกไหลออกมาจากตาของเด็กหนุ่มน้อย...เขาพูดออกมาด้วยแรงหวังแรงศรัทธาจากความคะนึงคิดถึงและด้วยดวงหฤทัยที่เหงาง่อยนั้น...แต่เสียงของเขาก็มิอาจดังก้องไปทั่วมหานครแห่งนี้และไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงของเขา เพราะผู้คนที่รีบเร่งและวุ่นวายคงไม่มีใครฟังความคำพูดของเด็กหนุ่มน้อยที่รำพันรำพึงหาใคร ณ ที่ไกลแสนไกลหรอก...มันเสียเวลาอันเป็นเงินทองของพวกเขา

เว้นแต่ ณ ที่ไกลแสนไกลจากตัวเขานั้น เสียงรำพึงรำพันความคะนึงระลึกนึกถึงนั้น กลับถูกได้ยินโดยเด็กสาวน้อยผู้น่าสงสารคนนั้น เด็กสาวน้อยเงยหน้าขึ้นมาจากความความเศร้าโศกและความเจ็บปวดในทันใด แล้วมองไปยังขอบฟ้าของนภาอันไกลโพ้น...ก่อนพูดขึ้นด้วยดวงฤทัยที่คราวนี้ดำดิ่งอยู่ในความหวังและความศรัทธาว่า 
 
"เธอรู้ไหม...ฉันเหงา...ฉันเจ็บปวดทรมาน...ฉันโศกเศร้า...ฉันอาลัยอาวอนจนจะตายอยู่แล้ว!!!...”

...เหมือนท่าเธอจะร้องไห้อีกครั้ง...

“...มันนานเหลือเกินที่ฉันต้องทรมานกับความรู้สึกนี้...”

...แล้วเด็กสาวน้อยก็ยิ้มภายใต้คราบน้ำตาที่แห้งขอด...

“...มาเร็วๆ ล่ะ...”

...เธอกลั้นน้ำตาเอาไว้...ก่อนจะพูดประโยคสุดท้าย...

“...และฉันขอร้องนะ...อย่าผิดสัญญาล่ะ...ยัยบ้า"

ก่อนน้ำตาจะแตกริ้นไหลเป็นทางออกมาทับรอยน้ำตาเดิม...แต่การร่ำร้องไหคราวนี้ไม่ใช่เพราะความเหงาและความเจ็บปวด...แต่เป็นเพราะความหวังและความศรัทธาต่างห่าง... 
 
...และยิ้มของเด็กสาวน้อยนั้นมันทำให้เด็กหนุ่มน้อยยิ้มท่ามกลางน้ำตาที่หลั่งไหลออกมาไปด้วย...ดวงใจของทั้งคู่ได้บอกผ่านกันและกันว่าทั้งคู่กำลังโอบกอดปลอบใจกันด้วยความคะนึงระลึกคิดถึงและความห่วงใย...แม้ความเป็นจริงทั้งคู่จะห่างไกลแสนไกลกัน...(ดั่งดวงใจโกหกไม่สนความเป็นจริงทำตามแต่ความรู้สึกของมันเอง)...ก็ตาม... 

-----------------------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีครับ กระผม ณ มหานครสีฟ้า ขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ เรื่องนี้อาจจจะใช้ภาษาประหลาดพิกลไปหน่อย แต่ก็ถือเป็นความตั้งใจของกระผมแหละครับที่ต้องการจะใช้ภาษาแบบนี้ ต้องขออภัยท่านนักอ่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับ อาจจะต้องใช้ความคิดในการตีความซักนิดแต่ก็ไม่ยากเสียเท่าไรเพราะผมได้เขียนแบบตรงๆ ไม่ได้อ้อนค้อมซ่อนความใดทันสิ้น...
 
ณ มหานครสีฟ้า นามปากกาอาจฟังดูแปลกเพราะกระผมต้องการใช้อะไรที่เป็นไทย กระผมเลยได้นามปากกาอันแปลกนี้ จาก การใช้ "ณ" แปลว่า "ที่" และตัวอักษรตัวแรกของชื่อจริงกระผม "มหานคร" เพราะ กระผมอยู่ในมหานคร และ "สีฟ้า" เพราะ กระผมชอบสีฟ้า

เรื่อง "สนธยารำพึง" นี้เกิดจากกระผมนำเรื่องสั้นที่ข้าพเจ้าได้เขียนไว้ในสมุดภาษาไทยมาเรียบเรียงและต่อเติมใหม่ให้มีรสชาติน่าอ่านขึ้น ท่านนักอ่านทั้งหลายสามารถวิจารณ์วิพากย์เรื่องสั้นนี้ได้ตามสบายจิตสบายใจ กระผมจะรับฟังคำวิจารณ์ของท่านแล้วนำไปปรับปรุงในภายภาคหน้า ขอขอบคุณสำหรับคำวิพากย์วิจารณ์ไว้ล่วงหน้า และ กระผมมีแผนว่าจะทำภาคต่อของเรื่องสั้นเรื่องนี้อีกสองตอน และ จะนำมารวมกันไว้ทั้งสามเรื่อง ในภายภาคอีกที่หนึ่ง ทั้งนี้อาจมีการแปลงเปลี่ยนอาจกระผมได้ในอนาคต กระผมจะนำมาแจ้งให้ทราบในภายหน้า ขอบคุณครับ

กระผมขอขอบคุณนักอ่านทุกๆ ท่านที่เข้ามาอ่าน ณ ที่นี้ด้วยครับ

ขอบคุณครับ ;s

ป.ล. จริงๆ แค่นี้กระผมก็ใช้ภาษาประหลาดพิกลแล้วครับ 555
SHARE
Writer
At_Thebluecity
(Want to be) writer
I just wanna to tell you a story... กระผมแค่อยากเล่าเรื่องให้คุณฟัง...

Comments