'พอใจ' ในความ 'พอดี'
17 ธันวา 60 ช่วงต้อนรับคริสต์มาส นั่นแหละ คือ ครั้งล่าสุดที่เจอกัน...
เธอให้สัญญาว่าจะกลับมาในช่วงกลางเดือนมีนาคม...
สามเดือนผ่านไป พอดิบพอดีเป๊ะ พร้อมๆกับการค่อยๆหายไปของใครบางคน จนเกือบจะลืมสัญญานั่นแล้ว 
จริงๆก็ไม่ได้คาดหวังอะไรจากลมเหล่านั้นมาพักใหญ่ๆแล้ว การหายไปมันทำให้ตระเตรียมตัว ความผิดหวังจากครั้งก่อนๆ ร้อยครั้ง พันครั้งคือบทเรียนชั้นดีที่คอยย้ำเตือนให้ลืมเลือน และระลึกอยู่เสมอว่า "ทุกอย่างมันถูกกำหนดไว้แล้ว"
อย่างไรก็ดี มีเหตุการณ์ตาลปัตรมากมายทำให้เราได้เจอกันก่อนเวลาอันสมควรสักเล็กน้อย ทั้งยังมีช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันสักหน่อย มากกว่าที่คาดการณ์ มากกว่าที่คิดไว้ 
เหตุนี้ถามว่าดีใจไหม ก็ดีนะ แต่ในความจริงมีสิ่งสะท้อนจากเหตุนี้ออกมาตั้งมากมาย 
เราเหนื่อย... เหนื่อยที่ต้องแมแนจทุกอย่างให้ลงล็อคที่วางไว้ เหนื่อยที่ต้องวิ่งไปตามคนนั้น คนนี้มากมาย และรับทุกอารมณ์ ความรู้สึกของทุกคนไว้ หรือต้องคอยแปรผันตามความพึงพอใจของใครหลายคน ทั้งเหนื่อย ทั้งท้อ และวุ่นวายใจ อยากจะร้องไห้ออกมาที่ตรงนั้น ร้องไห้ดังๆ แต่!! เราจำได้ในนาทีสุดท้าย คืนก่อนหน้านั้นเราไปร่วงวงสนทนาธรรมมา ซึ่งให้ทั้งข้อคิด สิ่งดีๆ กำลังใจต่างๆมากมาย กระทั่งเราเอามันมาใช้ในโลกความจริงวันนั้นนั่นเอง 
เราเลือกที่จะร้องขอต่อพระเจ้า ให้เราสามารถจัดการสิ่งต่างๆให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีและทันเวลา
และใช่!! มันสำเร็จ :) เพียงแค่อดทน และขอบคุณ
แน่นอนว่า "ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" เลยแม้แต่น้อย

แล้วการเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น พร้อมๆ กับความุว่นวาย ความยุ่งเหยิงของเรา มันทั้งอึดอัด ทั้งอัดอั้นในใจ อยากจะระบายออกไป แต่นั่นไม่ใช่การดีเลย ความสงบ นิ่ง และการเป็นผู้ฟังที่ดีทำให้เราค่อยๆนิ่ง และเย็นลงอย่างง่ายดาย ใช่!! นี่เราไม่ได้มีเวลามากมายนะ เราเคยบอกแล้วนี่ว่าจะทำทุกช่วงเวลาที่มีให้ดีที่สุด อืมมม การจะมาโกรธ จะงอนหรือบึ้งตึง ฉุนเฉียวใส่กันนั้นไม่ใช่การดีหรอก
เรารีบเคลียร์อารมณ์ และความรู้สึกของตัวเองภายในเวลาครึ่งชม. ปรับให้กลับเข้ามาสู่คนปกติเช่นเดิม กระทั่ง...แวบหนึ่งเราเห็นเขาน่ารักวะ!! นี่มันบ้าไปแล้ว บ้าไปแล้วแน่ๆ
เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันระยะหนึ่ง เป็นระยะที่ดึงได้นานเท่าไหร่ก็จะดึงไว้ แต่มันคงดึงได้เพียงเท่านั้น
หมดเวลาของเราแล้ว แต่ก็ดีใจนะ ดีใจมาก เท่านี้ก็ดีมากๆแล้ว...มั้ง
ใครว่ากันหละ ? เรายังงอแงเป็นเด็กห้าขวบเหมือนเคย จนรู้สึกว่ารำคาญตัวเองจังเลยวะ เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกินเนาะ เรายังไม่ทันได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวเลย กระทั่งถึงเวลาที่เขาต้องไปจริงๆ ตอนนั้นใจเสียเป็นยวดยิ่ง อยากจะเกาะไว้ไม่ให้ไป แต่ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบ เราจะใช้นิสัยเด็กๆแบบนั้นไม่ได้ เวลาหมดเร็วจังเลยหว่า ?? ทำไมนะ ทำไม ??
เห้ออออออ จะว่าไป นี่มันไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย เราเจอกับความผิดหวังมาเยอะกว่านี้เสียอีก เราเคยบอกว่า ดีเท่าไหร่แล้วที่ยังได้เจอกัน แม้บางครั้งจะเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็ตาม ถ้าย้อนกลับไปสักหน่อย เราคงจะระลึกได้ว่า ขณะที่เราทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ถึงไมล์ เราคอยตระเวนเทียวท่าอยู่หน้าบ้าน ทั้งคอยโทรหา เช็คไลน์ เช็คเฟส ห่างกันเพียงรถสวนทาง เขายังไม่เคยแวบออกมาสักวินาทีให้เราได้เจอเลย ไอ้สิ่งที่เป็นตอนปัจจุบันเนี่ย เราควรพอใจกับมันได้แล้ว อย่างน้อย ก็ไม่ได้หายไปไหน อยู่ในความพอดี ไม่เยอะจนเกินไป แต่ก็ไม่หายไปจนตามจับตัวไม่เจออีกแล้ว 
แต่อย่างว่าแหละ มนุษย์เรานั้นหาความพอดีได้เสียที่ไหนหละ ?? ได้เท่านี้ก็อยากได้มากขึ้นไปอีก ไม่รู้จักจบจักสิ้น เจอกันสองนาทีก็อยากเจอสักชั่วโมง มีเวลาอยู่ด้วยกันสักชั่วโมง ก็อยากอยู่ต่อเป็นวัน เป็นคืน ร่ำไป ก็เป็นเขาเองอีกนั่นแหละที่คอยสอนให้เรารู้จักหักห้ามใจ มีขอบเขต พอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ อยู่อย่างพอดี แต่สม่ำเสมอเท่านั้นเอง เพราะการปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างธรรมชาติ นอกจากจะทำให้จิตโล่ง สบาย ไม่วุ่นวาย ไม่ผิดหวังจากการคาดหวังนู้นนี่นั่นแล้ว มันมักจะมีเซอร์ไพรส์ให้เราอยู่บ่อยๆแบบไม่รู้ตัวเลยแหละ 
ครั้งนี้ก็เช่นกัน หลังจากงอแงหัวเสียไปสามวัน จากการพบกันแค่แวบหนึ่งแล้วไม่ได้เจออีก จนกระทั่งกลับมาทำงาน ใครจะคิดหละว่าเป็นเขานี่หละที่มาอยู่ช่วยงาน คอยรับ คอยส่งดึกดื่นมืดค่ำ จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่แสนเหนื่อยมาก งอแงไม่ได้เจอพ่อเจอแม่ งอแงงานรุมเร้า รัดตัว งอแงไปทุกสิ่งอย่างจนร้องไห้ตลอด นั่งรอเขามารับก็ยังร้องไห้ บ้าบอ แงๆ แต่ก็ขอบใจแหละ ถ้าเขาไม่มาเราคงนั่งร้องจนตีสองเวลาที่เขามาส่งข้าวเลยอ่ะ 
รอบนี้ เท่านี้ก็พอแล้วมั้งเนาะ ว่าแต่รอบหน้าจะได้เจอเมื่อไหร่อีกดี รอกลับบ้านแปบบบบ ^^

 
SHARE
Written in this book
Cartoon's DIARY
เรื่องเล่าของการ์ตูน ชายหนุ่มแสนป่วนพิลึก
Writer
ItimZ
Smile Maker :)
A chubby girl who live in Wonderland! ;) It's always TEA time.

Comments