จดหมายเปิดผนึก ถึงผู้มีความฝันแม้ในยามไม่หลับตา

ถึง คุณที่อยู่ตรงนั้น

หวังว่าคุณจะได้รับจดหมายฉบับนี้นะ
ถึงเราจะไม่เคยรู้จักกันก็ตาม

เมื่อก่อนน่ะ ก็จะมีคนเขียนจดหมายในขวดแก้ว แล้วเอาไปลอยในทะเลใช่ไหมล่ะ
ฉันคิดว่ามันเป็นอะไรที่ดูมหัศจรรย์ออก การที่ถ้อยคำเล็กๆลอยข้ามทะเลไปหาคนอีกคนหนึ่งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร อยู่ไกลออกไปไม่รู้ตั้งกี่พันขอบฟ้า ยังไงก็เถอะ นี่คือเรื่องราวเล็กๆเรื่องหนึ่งที่ฉันอยากจะเล่าให้ใครสักคนฟัง ดังนั้น ฉันตัดสินใจแล้วล่ะ ว่าจะส่งเรื่องราวนั้นไปให้คุณ ผู้อยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งของทะเลอิเล็กทรอนิกส์แห่งนี้ ถึงจะไม่รู้ว่าคุณเป็นใครก็ตามที


เด็กสวมแว่น
ประกวดเขียนเรื่องสั้น - ป.4

ผมยังจำวันนั้นได้ติดตา มันเป็นวันที่แม่ของผมมารับที่โรงเรียน พร้อมกับยื่นหนังสือนิตยสารให้ แล้วบอกว่า "เค้าพิมพ์เรื่องสั้นของลูกแล้วนะ" รางวัลของการประกวดครั้งนั้นเป็นหนังสือเล่มเล็กๆเกี่ยวกับวิธีการเอาตัวรอดเวลาหุ่นยนต์บุกโลก ผมอ่านมันตั้งแต่ต้นจนจบแทบจะนับครั้งไม่ถ้วน

"ไม่แน่นะ ในอนาคตเราอาจมีนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ที่ใช้คำนำหน้าว่า เด็กชาย ก็ได้" บรรณาธิการนิตยสารเขียนตอบกลับมา ผมภูมิใจมากเลยล่ะ แล้วก็คิดว่าวันหนึ่งจะต้องทำให้มันเป็นจริงให้ได้


เด็กสวมหมวก
โรงพยาบาลสัตว์เล็ก จุฬาฯ - ป.5


"ขอให้เป็นสัตวแพทย์ที่ดีให้ได้นะ" พี่ที่โรงพยาบาลอวยพรพร้อมเซ็นหนังสือให้ วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่ฉันจะมาฝึกงานที่นี่ จริงๆมันก็ไม่ใช่การฝึกงานอย่างเป็นทางการหรอก เพียงแค่พ่อของฉันอยากให้ฉันได้มาสัมผัสบรรยากาศจริงๆ ก็เลยพาฉันมาฝากไว้ที่โรงพยาบาลสัตว์ งานของฉันไม่ใช่อะไรใหญ่มาก ปกติก็จะเป็นการให้อาหารหรือดูแลสัตว์ที่กำลังป่วย แต่ฉันก็กังวลอยู่นิดหน่อย เพราะมีเต่าอยู่ตัวหนึ่งที่ไม่ยอมกินอาหารเลย ต้องป้อนให้ด้วยหลอดฉีดยาทุกวัน แล้วก็ปลาทองตัวนั้นที่เพิ่งผ่าตัดถุงใต้ตาไป เมื่อไหร่จะหายดีนะ ฉันต้องคิดถึงมันมากแน่ๆเลย

-----

ในสมัยที่อินเตอร์เน็ตยังไม่ใหญ่มากนัก ฉันมีเว็บที่ชอบไปบ่อยๆคือเว็บเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาสวยงาม ในตอนนั้นฉันมีปลาที่เลี้ยงอยู่ตัวหนึ่ง เป็นปลาที่นำเข้ามาจากแอฟริกา ในไทยแทบจะไม่มีข้อมูลอะไรเลย มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฉันลงทุนซื้อตำราเลี้ยงปลาภาษาอังกฤษเล่มหนาๆมา แล้วก็ขอร้องแกมบังคับให้คุณพ่อแปลให้ฟังทุกคืนก่อนนอน

เวลาผ่านไป ปลาของฉันก็โตขึ้นจนต้องซื้อตู้ใหม่ ฉันย้อนกลับไปอ่านในหนังสือแล้วก็พบว่า ตอนนี้ปลาของฉันโตพอที่จะวางไข่ได้แล้วล่ะ ฉันก็เลยลองไปโพสถามในเว็บดู ว่าเคยมีใครที่เพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ได้แล้วบ้าง แล้วต้องทำยังไง

"คุณจะมาหาทางรวยกับปลาอย่างเดียวไม่ได้หรอกครับ" คือคำตอบที่ฉันได้รับ

ทำไมกันนะ ฉันก็แค่อยากเลี้ยงปลาให้มันมีลูกบ้าง อยากเห็นลูกปลาตัวเล็กๆค่อยๆโตขึ้น ผิดมากนักรึไง ทำไมจะต้องมาคิดว่ามันเป็นเรื่องธุรกิจด้วย วันนั้นฉันได้เสียศรัทธาในโลกของผู้ใหญ่ไป และตัดสินใจว่าเมื่อโตขึ้นไปจะไม่มีทางเป็นผู้ใหญ่เป็นอันขาด
(ถ้าทำได้ก็ดีสิ 55555)


เด็กสวมแว่น
คาบแนะแนว - ม.1


"โตขึ้นเธออยากเป็นอะไร"
"เป็นคนปลูกต้นไม้ฮะ"

เสียงหัวเราะของคนเป็นครูดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงเยาะเย้ยของเด็กทั้งห้อง
"เธอเรียนสายวิทย์นะ เธอจะไปเป็นชาวนาไม่ได้" ครูแนะแนวตอบกลับมา ตามด้วยเสียงเฮฮาของคนในชั้นเรียน ตอนนั้นผมอยากจะบอกอาจารย์ว่าผมชอบแคคตัส ชอบเฟิร์น ชอบต้นไม้แปลกๆ ผมชอบธรรมชาติมาตั้งแต่เด็ก และนี่แหละเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมเลือกเรียนสายวิทย์

แต่ผมได้เรียนรู้แล้วว่า บางครั้งความเงียบก็เป็นสิ่งเดียวที่ควรจะพูด


เด็กสวมหมวก
หลังเวทีแสดง ค่ายภาษาอังกฤษ - ม.1


หนึ่งเดือนก่อนหน้านั้น ฉันรับหน้าที่เขียนบทละครที่จะเอามาแสดงในค่ายภาษาอังกฤษ มันเป็นเนื้อเรื่องของ "80 วันรอบโลก" เวอร์ชั่นดัดแปลงเป็นแฟนตาซีแหละ แบบว่ามีแม่มด ราชินี โจรสลัด อะไรทำนองนั้น ฉันชอบภาษาอังกฤษมาตั้งแต่สมัยประถมแล้ว ก็เลยรู้สึกสนุกมากๆที่ได้เขียนอะไรแบบนี้ ถึงภาษาจะไม่เอาไหนเลยก็เถอะ

ตอนแรกฉันตั้งใจว่าจะแสดงเป็นตัวเอก เพราะคิดว่าถ้าตัวเองแสดงจะต้องจำบทได้แน่ๆ แต่ยังไงก็เถอะ มีคนๆหนึ่งในชั้นที่อยากได้บทตัวเอกมากกว่า เค้าตามมาต่อว่าฉันทุกวันว่า "แกก็แค่อยากเป็นตัวเอกเพราะอยากเด่นแหละว่ะ" สุดท้ายฉันก็ยอมยกบทตัวเอกให้เค้าไป

หนึ่งวันก่อนการแสดงจริง ฉันเริ่มรู้สึกกังวลมากขึ้น เพราะไม่มีใครช่วยทำฉากหรือซ้อมการแสดงเลย  มีแค่ชุดกับอุปกรณ์ประกอบนิดหน่อยที่ฉันกับเพื่อนต้องไปหามา แล้วก็มาม่าหนึ่งถ้วยที่เอาไว้ใช้แสดงฉากกินอาหาร ในตอนนั้นฉันค่อนข้างกลัว แต่ก็เชื่อมั่นว่าถ้าการแสดงออกมาดี ทุกอย่างจะต้องเป็นไปได้อย่างที่วางแผนไว้

-----

วันนั้นเป็นวันที่เฟลที่สุดในชีวิต โดนรุ่นพี่ ม.2 โห่ไล่ทั้งๆที่ยังแสดงไม่จบ บางคนก็ตะโกนว่า "เมื่อไหร่จะจบวะ กูง่วง" จนในที่สุดฉันก็บอกทุกคนว่าเลิกแสดงเถอะ แล้วก็ให้ทุกคนเดินออกจากเวทีไปเฉยๆทั้งที่เรื่องยังไม่จบ สุดท้ายแล้วมีเพียงแค่ฉันที่แอบมาร้องไห้อยู่หลังเวทีคนเดียว

หลังจากวันนั้น
ฉันไม่เคยได้เขียนบทละครอีกเลย


เด็กสวมแว่น
ชิงช้าริมทะเล ค่ายภาษาอังกฤษ - ม.2

"เขียนอะไรอยู่เหรอ"
"นิยายฮะ"
"ไหน ขอครูดูหน่อยได้มั้ย"
//ยื่นหนังสือให้
"โห ดีนะ ภาษาเหมือนนิยายแปลเลย ถ้าเขียนจบเมื่อไหร่แล้วบอกครูด้วย"

ครูคงไม่รู้หรอกว่า ที่ผมออกมานั่งเขียนอยู่คนเดียวริมทะเลแบบนี้เพราะไม่มีใครจะคุยด้วย มันก็แค่นั้นแหละ ผมก็แค่อยากจะเดินทางไปในที่ไกลๆสักแห่ง ในโลกที่จินตนาการเป็นจริงยิ่งกว่าความจริง ที่ๆคนหนึ่งคนมีสิทธิ์จะเป็นอะไรก็ได้ โลกที่ความฝันของเด็กตัวเล็กๆก็เป็นจริงได้

โลกแบบนั้นอาจจะมีเพียงแค่ในความฝัน
แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็ไม่อยากจะตื่นขึ้นมาอีกเลย
สุดท้ายแล้วผมก็เขียนนิยายเล่มนั้นไม่จบ ให้ตายสิ


เด็กสวมหมวก
วันพรีเซนต์งานศิลปะ - ม.3


มันเป็นคาบเรียนก่อนเที่ยงที่ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจมาก
หลังจากพูดแนะนำตัว (ชื่อ ชั้น เลขที่ เรื่องทั่วไปนั่นแหละ) และอธิบายสั้นๆถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน (กระดาษ 100 ปอนด์ ดินสอ ปากกาตัดเส้น บลาๆๆ) เพื่อนสนิทโบกมือให้ฉันรีบกลับมานั่งที่โต๊ะได้แล้ว

ฉันเป็นคนพูดน้อย และปกติจะสบายใจกับการได้ออกไปจากสายตาของผู้คนให้เร็วที่สุด แต่วันนั้นฉันกลับมีความรู้สึกบางอย่าง
ฉันอยากเล่าความจริง
เล่าทุกอย่างที่อยู่ในใจฉันออกมาให้ทุกคนได้รับรู้
และฉันรู้ว่าจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตหากไม่ได้เล่ามัน

ฉันอธิบายความหมายในภาพวาดของตนเอง
อธิบายถ้อยคำที่ซ่อนอยู่ในแต่ละเส้นสาย ทุกระยะห่างระหว่างสีขาวดำ
ความคิดอ่าน ความรู้สึกที่มีต่อโลกใบนี้ ตัวตนของฉันถูกเปิดเผยออกมาจนหมด อย่างที่ไม่เคยได้มีใครเห็นมาก่อน

ผลก็คือ...
นอกจากเพื่อนสองคนแล้ว
ไม่มีใครฟังสิ่งที่ฉันพูดเลย
แม้แต่อาจารย์

ฉันเดินกลับไปยังที่นั่งพร้อมกับถอนหายใจ
สายตามองไปรอบๆห้อง เด็กคนอื่นในชั้นยังคงจับกลุ่มพูดคุยกันถึงเรื่องอะไรทั่วๆไปนั่นแหละ ไม่มีใครสังเกตด้วยซ้ำ ว่าทำไมวันนี้เด็กเงียบๆอย่างฉันถึงได้ออกไปพูดอะไรตั้งมากมายอยู่หน้าชั้น

ช่างมันเถอะ


เด็กสวมแว่น
คาบภาษาอังกฤษ - ม.4


"นี่ครูให้เขียนไดอารี่ เธอจะเขียนนิยายส่งจริงๆเหรอ"
"เอ่อ... ครับ ถ้าครูไม่ชอบเดี๋ยวผมไปเขียนเรื่องจริงๆให้ใหม่ก็ได้"
"ไม่ต้องหรอก นี่ก็สนุกดี เดี๋ยวอาทิตย์หน้าอย่าลืมเขียนตอนสองมาด้วยนะ โอเคมั้ย"

-----

"ไอ้นี่แม่ง มันเขียนนิยายหวานแหววว่ะ"
"โคตรขำอะ หน้าไม่ให้เล้ย"
"กูได้ข่าวว่ามันเขียนไปจีบสาวเว้ย" (สาระน่ารู้: คำว่า ได้ข่าวว่า ปกติมักจะตามมาด้วยคำโกหกที่คนพูดสร้างขึ้น)
"จริงดิ ใครวะ"
"___ไง แม่งมาขอให้ใส่ตัวเองลงไปในนิยายมันด้วยนะเว้ย"
"เชี่ยยยย หมั่นไส้ว่ะ กูว่าฉีกหนังสือมันทิ้งดีกว่า"
...

หลังจากโดนพวกเด็กเกเรในห้องรุมแกล้ง
แล้วก็แย่งนิยายที่เขียนไป
ผมเดินกลับบ้านคนเดียว
ไม่ได้รู้สึกอะไร
เหนื่อยเกินกว่าจะรู้สึกอะไร


เด็กสวมแว่น
บทสนทนาทางโทรศัพท์ - ม.5


"คือผมอยากสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ******
เพราะกำลังทำโครงงานวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ"

เจ้าของพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ปลายสายตอบกลับมาว่า "ผมกำลังเขียนหนังสือเกี่ยวกับหัวข้อนั้นอยู่ ก็เลยไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ครับ เพราะเป็นความลับทางการค้า ถ้าอยากรู้ไว้ไปอ่านตอนที่หนังสือออกนะครับ" หลังจากนั้น สายโทรศัพท์ก็ถูกตัดไปโดยไม่รอฟังคำตอบ

ผมปิดหน้าจอโทรศัพท์ มองออกไปยังท้องฟ้านอกหน้าต่างด้วยท่าทางเป๋อเหลอ ราวกับคาดหวังว่าก้อนเมฆที่ล่องลอยอยู่เบื้องบนจะมีคำตอบต่อคำถามที่ค้างคาใจ ว่าพิพิธภัณฑ์ต้องให้ความรู้กับประชาชนไม่ใช่เหรอวะ?

หลายปีต่อมา ผมเห็นหนังสือของเจ้าของพิพิธภัณฑ์คนนั้นวางแผงอยู่ในร้านใกล้มหาลัย ความคิดมากมายวิ่งผ่านไปในหัว ก่อนที่จะตัดสินใจเดินจากไป โดยปล่อยให้ "ความลับทางการค้า" เล่มนั้นวางอยู่บนชั้นตามเดิม


เด็กสวมหมวก
เตรียมตัวสอบเข้า - ม.6


หลังจากค้นพบว่าตัวเองแพ้ยาบางชนิด รวมถึงมีอาการซึมเศร้า แล้วก็ปัญหาส่วนตัวอื่นๆ ฉันก็เลยเลิกล้มความคิดที่จะเป็นสัตวแพทย์ไป ตอนนี้ฉันหันมาจริงจังกับการเขียนและการวาดรูปอีกครั้ง แต่ฉันก็ยังไม่กล้าเขียนบทละครอยู่ดีนั่นนั่นแหละ ความทรงจำในอดีตยังตามมาหลอกหลอนอยู่ตลอด สีหน้าของรุ่นพี่ อาการเฉยเมยของครูที่ปล่อยให้เรื่องพวกนั้นเกิดขึ้น เด็กคนอื่นในชั้นเรียนที่แบนฉันออกจากกลุ่ม หาว่าเป็นตัวประหลาด

-----

ฉันสอบติดคณะศิลปกรรมของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่เมื่อเปิดเทอมแรก ทั้งการรับน้องที่ทำให้ฉันตั้งคำถามหลายๆข้อเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และปัญหาทางการศึกษาบางอย่างก็ทำให้ต้องตัดสินใจดรอปออกมา สองปีผ่านไป ฉันทำงานเล็กๆน้อยๆ รวมถึงวาดภาพประกอบให้นิยายของพี่ที่สนิทด้วยคนหนึ่ง เป็นงานชิ้นแรกที่ฉันรู้สึกว่ามีความหมายกับตัวเองมากๆ

ฉันกลับไปเรียนเพียงแค่วิชานอกของคณะอื่นๆที่สนใจ
ไม่ได้รู้จักใครมากนัก ไม่ได้มีใครอยากรู้จักฉันมากนัก
ผู้คนผ่านมาแล้วก็ผ่านไป


2561
หน้าคอม ตอนนี้แหละ

ขี้เกียจเขียนแยกเป็นสองคนแล้ว จริงๆมันคือเรื่องของเราเองแหละ 5555 แต่เพราะรู้สึกว่าตัวเองมีหลายอารมณ์ ดูเหมือนเป็นคนละบุคลิกกัน ก็เลยลองเขียนแยกเป็นสองคนดู ตอนแรกกะจะเขียนให้ทั้งสองคนมาเจอกันตอนจบ แต่เริ่มหลุดเกินความจริงไปจะไม่ดี 555 เอาเป็นว่าเดี๋ยวเล่าต่อเลยก็แล้วกันนะ XD

-----

ในที่สุดฉันก็ลาออกจากมหาวิทยาลัย
ใบลาออกเขียนง่ายกว่าใบสมัครเข้าเรียนตั้งไม่รู้กี่เท่า
แต่ว่าการยอมแพ้ไม่ได้หมายความว่าเราแพ้เสมอไปนี่นา
ฉันรู้สึกนะ ว่าตัวเองกำลังก้าวไปสู่อนาคตใหม่
ก้าวไปหาความฝันที่กำลังรอคอยอยู่
เดือนที่แล้วฉันเพิ่งจะวาดการ์ตูนจบไปหนึ่งเรื่อง
ส่วนตอนนี้ก็กำลังเขียนนิยายประหลาดๆเรื่องหนึ่ง
แต่มันมีเนื้อหาซับซ้อนพอสมควรเลยแหละ ทั้งเรื่องของสังคม ความเชื่อ แล้วก็ตัวตนของมนุษย์ มีหลายครั้งที่ฉันกลัวว่าเขียนไปก็จะไม่มีใครชอบ ไม่มีคนอ่าน
แต่อย่างน้อยฉันก็คนนึงล่ะ ที่ชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ

ฉันยังปลูกต้นไม้ เลี้ยงปลา เล่นดนตรีอยู่เหมือนเดิมนะ
ยังคงมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำสิ่งเหล่านี้
ชีวิตนี้คงจะขาดความฝันในวัยเด็กไม่ได้จริงๆ

หนังสือที่ฉันวาดภาพประกอบไปเมื่อปีที่แล้ว ได้รางวัลชมเชยหนังสือดีเด่นประจำปี ฉันกำลังจะไปรับพระราชทานรางวัลในวันที่ 29 นี้แล้วล่ะ รู้สึกตื่นเต้นมากๆเลย ทั้งดีใจแล้วก็งงแบบแปลกๆที่พาตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ ส่วนการ์ตูนที่ฉันเขียนก็กำลังจะได้วางแผงในงานหนังสือด้วยล่ะ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่จะได้ทำอะไรแบบนี้

อยากขอบคุณทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวฉัน แล้วก็คอยรับฟังกันมาตลอด
ขอบคุณทุกคนที่คอยอยู่ข้างๆกัน
ขอบคุณทุกคนที่ผ่านมาและไม่ผ่านไป

-----

นี่คือเรื่องราวของฉันเอง
อยากให้มันเป็นเหมือนจดหมายเปิดผนึก
ถึงผู้มีความฝันแม้ในยามไม่หลับตา
ผู้ที่ยังคงก้าวเดินต่อไปในโลกใบนี้
ถึงทุกคนที่มีหรือเคยมีจุดหมาย ไม่ว่าจะห่างไกลเพียงใด

ฉันไม่รู้หรอก ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร
แต่ในโลกที่ผู้คนกำลังไล่ตามอนาคตอย่างไม่จบสิ้นนี้
ฉันได้ทำให้หนึ่งความฝันของตนเองเป็นจริงขึ้นมาแล้วในปัจจุบัน
แน่นอนว่ายังมีอะไรอีกมากมายรอคอยอยู่
ทั้งดีแล้วก็ไม่ดีนั่นแหละ

บางครั้ง กระแสน้ำในทะเลกว้าง
อาจพัดพาเราออกจากจุดหมายที่คาดหวัง
ท้องฟ้าอาจถูกบดบังด้วยเมฆหมอก
จนไม่อาจหาทิศทางด้วยดวงดาว
บางเวลา สิ่งเดียวที่เราทำได้คือรอให้พายุใหญ่ผ่านไป
และไม่ลืมว่าทำไมการเดินทางนี้จึงยังมีความหมายสำหรับเรา

มาพยายามไปด้วยกันนะ
ฉันเป็นกำลังใจให้ทุกๆคน :)


Fluctuat nec mergitur
เกลียวคลื่นอาจสาดซัดให้หวั่นไหว
แต่ไม่เคยกลืนหายใต้ท้องทะเล





SHARE
Writer
Noetta
Stranger in the Night
★ โจรสลัดแห่งหมู่เกาะนับพัน ★ www.facebook.com/ytnos

Comments

Dancerintherain
1 year ago
T T
Reply
Noetta
1 year ago
T^T
imalien____
1 year ago
สู้ๆนะะะะ✌🏻✌🏻
Reply
Noetta
1 year ago
ขอบคุณนะะ
Dekkodmee
1 year ago
หนูเป็นกำลังใจให้พี่นะคะ จู้ๆ ค่ะ •3• (ปล. พี่เขียนดีมากๆเลยค่าาา)
Reply
Dekkodmee
1 year ago
หนูเป็นกำลังใจให้พี่นะคะ จู้ๆ ค่ะ •3• (ปล. พี่เขียนดีมากๆเลยน้า อยากให้พี่เขียนเรื่องที่ฟรุ๊งฟริ๊งจังเลย 💖 คงจะสนุกมากแน่ๆ )
Reply
Noetta
1 year ago
ขอบคุณมากๆเลยนะ 😊
anathema
1 year ago
ผู้เขียนดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะ เรายังคงเป็นกำลังใจให้เสมอ หวังว่าจะได้ไปนั่งจิบเบียร์ เคล้าเสียงเพลง Jazz ที่ไหนสักที่บนโลกบิดเบี้ยวนี้
Reply
Noetta
1 year ago
ขอบคุณมากเลยยย (ตอนนี้อากาศร้อน ขอจิบน้ำแตงโมก่อน 55555)
anathema
1 year ago
ขอโทษด้วย หายไปนานไม่ได้ตอบเลย