สึนามิ...มุมแห่งความสุข
เพลงเอลวิสจาก Youtube ไหลหลั่งออกมาจากลำโพงคอมพิวเตอร์ตั้งโตีะมาเป็นเพลงที่สามแล้ว
เสียงเบสเนิบๆ  ดุ่ม... ดุ่ม... ดุ่ม... จากเพลง Are you lonesome tonight เพิ่งจบไป

Can't Help Falling in Love

เธอหายไปแล้ว ใช่...ผมน่าจะทำเธอหลายหายไประหว่างทาง

หลายปีก่อน...ผมเอง ที่นั่งจมอยู่กับกองเงา เศษธุลีของความหวัง ความตั้งใจ...
กำแพงที่มองไม่เห็น ครอบวิญญาณของผมไว้ ความเป็นตัวตนของผมราวกับจะสลายไป...
ใครอาจจะเรียกมันว่าโลกส่วนตัว แต่สำหรับผม ผมอาจเป็นเพียงแค่พลังงานเจือจางก้อนนึง ที่พยายามใช้ชีวิตราวกับมนุษย์โลกทั่วไป...

บางครั้ง...ในยามค่ำคืนที่ผู้คนต่างหลับไหล พลังงานกลับยังคงวิ่งวนพันกันไปมาอยู่ภายใน
จวบจนพลังงานคลื่นสุดท้ายจะสามารถต่อสู่กับความอ่อนเพลียได้

รุ่งขึ้นของแต่ละวัน...ที่การลืมตาเป็นไปอย่างยากลำบาก ไม่แน่ใจว่าสถานะที่เป็นอยู่...

คือหลับหรือตื่น

โลกจริงอันไม่พึงประสงค์ ถูกย้ายไปอยู่ในโลกของโซเชียล ที่แทบไม่มีคนรู้จัก ไม่มีชื่อ ไม่มีแม้แต่ใบหน้าตัวเอง...

เอาเหอะ...ถึงขนาดนี้ ก็ยังมีคนตามจ้องจับผิด

ทั้งคนแปลกหน้า ไม่แปลกหน้า หลายคน...ที่พยายามก้าวผ่านกำแพงเข้ามา...

                                  จนแล้วจนรอด...ก็ไม่มีใครข้ามผ่านมาได้

จนเศษแตกหักของชีวิต สองชิ้น....

ถูกโลกเหวี่ยงมาพบกัน

เราต่างอยู่ในมุมเล็กๆ บนพื้นแผ่นดินเดียวกัน แต่ช่างห่างไกลกันพอสมควร...
เราไม่เคยหยอดคำหวานใส่กัน...

                รอยต่อของจุดเริ่มต้นมีเพียงคำว่ามิตรภาพบนซากปรักหักพังเท่านั้น

เราไม่มีอะไรติดกัน...แม้แต่การสื่อสาร...ก็มีเพียงช่วงสั้นๆ ของแต่ละวัน...
ผ่านตัวหนังสือ...ตรงไปตรงมา...
ให้คำปรึกษาในเรื่องตามประสบการณ์ของแต่ละฝ่ายพอจะให้ได้...

                                              เวลาผ่านไปปีกว่า...

เราต่างคิดว่า...ถึงเวลา ที่เราควรจะพบกัน


สวัสดีเพื่อนใหม่ที่มีตัวตนคนแรก...

เธอเดินทางมาไกล ไกลมาก ระยะทาง 15x ปีแสงเมื่อเทียบกับระยะทางที่ฉันเดินทางไป
เรานัดกันที่แห่งหนึ่ง...ผู้คนมากมาย...
ไม่เป็นการยากที่ฉันจะมองหาเธอ ฉันคิดว่าอย่างนั้น... เพราะผมเห็นรูปเธอมากมาย...
แต่เธอสิ... เห็นรูปผมเพียงครั้งเดียว...

ฉันเดินอย่างล่องลอยไปยังจุดนัด ไม่ได้มีอะไรในหัวสักเท่าไหร่...
ใกล้จุดนัดหมาย ผมเงยหน้าขึ้น...

พบกับโลกอีกใบ ที่มีรอยยิ้มและสายตาสดใส

ผมไม่ได้เตรียมใจนัก คงเหมือนหมางงที่เดินออกมาจากปี๊ปที่ครอบไว้...
ผมสตั๊นท์ไปชั่วขณะ จนเกือบไม่ได้ยินเธอเรียกชื่อผม...

เราไปนั่งคุยกันในห้องคอนโดเล็กๆ ของเธอ
สะอาดสอ้าน สวยงาม ...
มีโซฟาที่เรานั่งคนละมุมดูทีวีเพลินๆ เล่นหมากฮอสแข่งกันบนมือถือ...
จนเปลี่ยนไปฟังเพลง...

เพลงคาราบาว...

.....มันช่างเข้ากับบรรยากาศ

เราลงความเห็นกันว่า จะไปเดินตลาดนัดที่ไม่ไกลนักแล้วหาอะไรทานที่นั่น
ไปแท็กซี่ดีกว่า ที่จอดรถ หายากสุดๆ สมัยนี้...

แต่คงมีเวลาอีกนาน เพราะกว่าจะไปก็ควรจะหัวค่ำหน่อย
ผมฟังเพลงจนเริ่มง่วงนอน เธอบอกให้ผมนอนไปก่อน เดี๋ยวค่อยตื่นไปก็ได้

ราวกับเป็นบ้านของผม...
ผมไม่เกรงใจ คว้าหมอนนอนเหยียดปลายเท้าที่โซฟาตัวนุ่ม
เธอคงจะแอบขำอยู่ในใจล่ะสิ....ช่างเหอะ...ไม่ทันละล่ะ ฮ่าๆๆๆ
ผมเริ่มหลับตานอนฟังเพลงคาราบาวภายใต้บียากาศสลัวๆ เย็นๆ
รู้วึกตัวอีกทีก็ตอนที่ถูกจับเอว....

เปล่านะ...ไม่มีอะไร... อย่าคิดอะไรเกินไปสิ...
เธอแค่เอาหมอนมารองต้นขา และจัดท่านอนให้ผมรู้วึกสบายขึ้น
เธอบอกว่านอนท่านี้แล้วจะสบายกว่า ไม่รู้สิ ลองก็ลอง
.....

สงสัยจะจริง ผมหลับไปเลย

ตื่นอีกที ก็จวนจะได้เวลาไปตลาดนัดละล่ะ....

แท็กซี่พาเราไปส่งตลาดนัดตรงปากทาง เพราะรถติดมาก
เราเดินเข้าไป ผ่านร้านสารพัดมากมาย...

บางครั้ง เราก็กุมมือกัน

เดินดูอะไรสารพัด ทานอาหาร แวะถ่ายรูป... แน่ล่ะ เธอเป็นคนชอบถ่ายรูปมากๆ


เที่ยงคืนแล้ว...นางซินต้องถอดร้องเท้าแก้วแล้ววิ่งกลับละล่ะ.... ปล่าวววว..

แล้วผมก็ไม่ตามเก็บรองเท้าให้เด็ดขาด ถ้าเธอจะถอดไว้

                                                         หรือไม่

เธอก็ต้องถอดทั้งสองข้างทิ้งไว้ เผื่อผมจะได้เก็บเอาไปขายได้


แต่เป็นเราสองคนที่ขึ้นแท็กซี่กลับ อันที่จริง มันก็ยังไม่เที่ยงคืนด้วย...
แต่ผมก็เดินจนเมื่อยล้าไปหมดแล้วล่ะ

ที่เบาะหลัง....
"อยู่เป็นเพื่อนเค้าได้มั้ยย..พรุ่งนี้ค่อยกลับ...นะๆๆๆ"
เธอพูดพลางเอียงหัวมาซบไหล่

โอ้...เหมือน 14 อีกครั้ง

"ไม่ได้อ่ะ พรุ่งนี้มีธุระ" ผมตอบไปแบบไม่ตรงใจเอาเสียเลย
คำถาม...คำตอบ... วนอยู่เช่นนั้นหลายรอบ

นางอ้อนสุดฤทธิ์..เป็นแมวรึไงหืมมมม

ในที่สุด...ผมก็แพ้ทาง....  "ผมใจง่ายชะมัด"...
คืนนั้น...ผมหลับที่ฝั่งขวาของเตียง เป็นมุมที่เห็นดวงดาวสวยงามที่สุด...
สวยงาม...จนไม่รู้ว่าผมเผลอหลับไปตอนไหน
รู้แต่ว่า มีคนห่มผ้าห่มให้

เป็นคืนที่ผมหลับสนิทที่สุด ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา...
                                                         และ

เช้าอีกวัน...ก็เป็นเช้าที่ผมตื่นสายกว่าปกติทีเดียว

ผมลืมตาขึ้นมา ก็เห็นเธอในสภาพเตรียมตัวเรียบร้อยหมดแล้ว พร้อมกับแซนวิชที่เธอเตรียมไว้ให้
"นอนหลับสนิทเลยนะจ๊ะเธอ" เธอแซว...อายนะเว้ย...

หลังอาหารมื้อเที่ยง...ใต้บรรยากาศที่แดดเปรี้ยง...
นกนางนวลบินไปมา...
แต่ไม่มีพี่เบิร์ดเหมือนในเพลง
เรากลับมาแยกทางกันที่หน้าคอนโดของเธอ
เธอคงกลับไฟลท์หัวค่ำ...

ฉันลืมไปเลย ว่าเธอมาแล้วกลับโดยไม่ใช้รถส่วนตัวยังไง...แม่หญิงแกร่ง...


SHARE
Writer
LonelyShadow
ชีวิตกู ชีวิต
ชีวิตกู ชีวิต ใครๆ มันคงคล้ายกันบ้างแหละ เครียด สาระ บ้าบอ อินดี้ อินเหี้ย อินห่า

Comments