หากไม่มีเธออยู่ ฉันจะอยู่ได้อย่างไร
ตอนนี้ฉันกำลังคิดอะไรอยู่นะ ทำไมถึงคิดวนเวียนแต่เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องดีเลย หากไม่มีเธออยู่ ในความคิดคำนึงของฉันมันหมายถึงวันที่ "เธอมีความจำเป็นต้องหายไปจากโลกใบนี้" มันแทนความหมายว่าเธอตายนั่นเอง เราสองคนมักจะใช้ประโยคนี้แทนเพราะคำว่าตายมันโหดร้ายเกินไปสำหรับความรู้สึก

ตลอดชีวิตฉันคิดเสมอว่าฉันเป็นคนรักใครสักคนยากจังเลย ฉันเคยตกหลุมรักคนนั้นคนนี้ทีตั้งแต่เรียนมัธยม ปลื้มพี่คนนั้น ชอบเพื่อนคนนี้ ประทับใจคนโน้นตามฮอร์โมนที่พลุ้งพล่าน แต่เปล่าเลยนั่นไม่ใช่ความรัก มันคืออารมณ์ชั่ววูบที่เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่ฉันกำลังรู้สึกกับเธอ 

ย้อนไปถึงวันแรก ๆ ที่เราเพิ่งรู้จักกัน เธอเป็นรุ่นน้องที่เพิ่งเข้ามาทำงานในบริษัทที่ฉันทำอยู่ ช่วงนั้นชีวิตฉันอยู่ภายใต้กำแพงเย็นชา ฉันมองเพื่อนร่วมงานเป็นเพื่อนร่วมโลกที่ต้องมาอยู่ในที่เดียวกัน ถึงฉันจะดูเฟรนลี่เข้ากับทุกคนได้ง่ายและดูใจดีกับทุกคนเป็นมนุษย์น้ำแข็งที่ใจเย็นกว่าใครทุกคนในที่ทำงาน แต่ฉันก็ไม่ได้ให้ความสนิทกับใครเป็นพิเศษ คนที่ฉันไว้วางใจมากที่สุดคือแฟน ฉันมีแฟนแล้วที่ฉันคบมาหลายปีแต่ไม่รู้สิ ฉันคบกับเขาเพียงเพราะเขาเป็นคนดีและรักฉัน แต่ฉันรู้อยู่แก่ใจว่าฉันไม่ได้รักเขาเพราะฉันไม่เคยคิดไกลถึงขั้นแต่งงานหรือสร้างครอบครัวกับใครเลย ฉันขอเลิกเขานับครั้งไม่ถ้วนแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือน้ำตาและคำอ้อนวอน จนวันหนึ่งฉันได้นั่งแลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อนร่วมงานที่สนิทใจที่สุด เขาถามกลับมาประโยคหนึ่งว่า 
คุณรักหรือสงสารเขา ผู้ชายน่ะนะไม่มีใครหรอกที่อยากอยู่กับผู้หญิงที่ไม่ได้รักเขาเลย ยิ่งความสงสารเขายิ่งไม่อยากได้
ฉันเลยกลับมาทบทวนเรื่องของตัวเองอย่างจริงจังอีกครั้งและมีคำตอบที่คิดว่าสักวันฉันน่าจะให้เขาได้และเขาจะเข้าใจมันเสียที 

และในวันที่รุ่นน้องอย่างเธอค่อย ๆ เข้ามาในชีวิตฉันพอดี เธอเป็นคนอารมณ์ขันที่ชอบแซวคนโน้นทีคนนี้ที และเธอรู้ว่าฉันเส้นตื้นมากแค่ไหนเธอมักจะเดินมาแหย่ให้ฉันหัวเราะและเมื่อไหร่ที่ฉันหัวเราะฉันจะหยุดไม่ได้เหมือนคนบ้าจี้ หัวเราะจนหายใจหายคอไม่ทัน และได้เห็นรอยยิ้มพอใจของเธอ เธอเข้ามาในฐานะน้องคนหนึ่งเพราะเธอก็มีแฟนอยู่แล้ว เราสองคนไม่เคยคิดอะไรมากกว่าเพื่อนร่วมงานกัน จนเวลาผ่านไปเธอเลิกกับแฟนที่เธอแทบไม่เคยให้ใครได้เห็นรูปแฟนเธอเลยจนพวกเรากลุ่มที่ต้องทำงานและกินข้าวด้วยกันสงสัยว่าแฟนเธอมีตัวตนจริงไหม เธอโดนเพื่อนที่สนิทกันคนหนึ่งคอยซ้ำเติมทุกวันเพราะเธอปากไม่ดีไปกัดจิกเขาก่อนตลอด จนฉันในฐานะพี่ต้องคอยปรามและบอกเธอว่า "ถ้ามีปัญหาอะไรปรึกษาได้นะ" เปล่าเธอไม่ได้โทรมาปรึกษาทันทีทันใด ต่างคนต่างทำงานกันไป จนวันที่เราสนิทกันมากขึ้นเธอได้โทรมาหาฉันและเริ่มคุยเรื่องส่วนตัวมากขึ้น เรื่องที่เธอสรรหามาคุยก็เป็นเรื่องทั่วไปที่เธออยากคุย เหมือนเธออยากคุยเธอก็คุยฉันได้แต่รับฟังเรื่องอะไรที่บางครั้งไร้สาระนะแต่ฉันเป็นผู้ฟังที่ดีเสมอฉันไม่เคยขัดเธอ ฉันแค่คิดว่าช่วย ๆ กันไป 

ช่วงนั้นเป็นช่วงเดียวกันกับที่ฉันต้องการบอกเลิกแฟนที่คบอยู่พอดี...และวันที่ฉันตัดสินใจเด็ดขาดว่าฉันจะเลิกกับเขาก็เกิดขึ้น หลายคนรอบตัวไม่เข้าใจแน่นอนรวมถึงตัวเขาเองด้วย...ฉันไม่กล้าพูดตรง ๆ ว่าฉันไม่ได้รักเขาเลยแต่ฉันคบเขาเพราะเขาเป็นคนดีและเพราะ "สงสาร" ใช่ฉันสงสารคนที่ดีกับฉันมาตลอดหลายปีแต่ฉันรู้ดีแก่ใจว่าฉันไม่ได้รักเขา ฉันทบทวนความรู้สึกของตัวเองมาตลอดและฉันก็ได้คำตอบแล้วว่า ฉันมองไม่เห็นอนาคตที่ฉันจะใช้ชีวิตคู่กับเขาได้เลย การบอกเลิกเพื่อให้เขาไปเจอคนที่ดีกว่ามันน่าจะดีกว่าที่เขาจะมาจมปลักมอบความรักให้ผู้หญิงที่ไม่ได้รักเขา...ฉันบอกเขาว่า "เราควรห่างกันสักพัก" ตอนแรกเขาเหมือนไม่เข้าใจแต่เขาก็ตามใจฉัน จนวันเวลาล่วงเลยเป็นเดือนเขาเริ่มรู้ว่าฉันไม่เหมือนเดิม ฉันเฉยชา ฉันไม่ออกมาเจอเขาฉันอยากให้เขาตัดใจได้เสียทีหลังจากพยายามบอกเลิกเขามาหลายครั้งแล้ว เขาเริ่มฟูมฟายและร้องไห้อีกแล้ว ฉันก็เป็นร้องไห้สิ...ทำร้ายจิตใจคนที่รักฉันมาตลอดมันเจ็บปวดย่ิงกว่า แต่การมัดเขาไว้กับคำว่าสงสารมันน่าสมเพชมากกว่า...หลายเดือนเข้าเขาก็เพียรพยายามโทรมาหาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนประวิงเวลาให้ตัวเอง ฉันรับบ้างไม่รับบ้างแต่เลือกที่จะไม่รับฉันกลัวใจอ่อนกลับไปหาเขาอีกเพราะไอ้คำว่า "สงสาร" นี่แหละ

และแล้วเธอผู้ชายที่ผ่านอาการอกหักมาได้อย่างราบรื่น เธอเริ่มเข้มแข็งขึ้นแต่ฉันเริ่มอ่อนแอลง มันคงเป็นความเคว้งที่ต้องกลับมาทำอะไรคนเดียว เธอเป็นเพื่อนคนเดียวที่คอยโทรมาหาฉันเรื่อย ๆ เราสองคนคงความเป็นเพื่อนกันต่อไปอีกหลายเดือน จนฉันเริ่มไม่แน่ใจตัวเองว่าฉันรู้สึกอย่างไรกับเธอกันแน่ ทำไมทุกครั้งที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน ฉันมีความสุขแบบที่ไม่เคยรู้สึกกับแฟนเก่า ทำไมฉันเริ่มมองเห็นภาพว่าเธอกำลังอุ้มลูกของเรา บ้าไปแล้วเราไม่ได้คบกันสักหน่อย ฉันกำลังสับสนใช่ไหมเฝ้าถามตัวเองแต่ก็ไม่ได้คำตอบ และวันหนึ่งวันที่เธอโทรมาชวนออกไปดูหนัง ฉันตั้งใจไปครั้งสุดท้ายและหลังจากนั้นก็จะหายไปจากชีวิตเธอตลอดไป ฉันสับสนกับตัวเองว่าตัวเองกำลังคิดอะไรกับเธอ แน่นอนเธอไม่มีทางรู้ว่านี่คือครั้งสุดท้ายที่ฉันจะออกไปไหนมาไหนกับเธอ พอหนังจบปกติต่างคนต่างต้องแยกย้ายกันกลับ เธอบอกว่าจะไปส่งฉันที่บ้านเพราะวันนั้นเป็นหยุดสิ้นเดือนฝนตกหนักพอดี ฉันมีรถแต่ยังขับรถไม่เป็นและบ้านฉันก็อยู่ไกลจากเมืองพอสมควร ระหว่างทางเราคุยกันปกติ รถติดเป็นระยะ ๆ ช่วงหนึ่งที่เธอหันมองฉันและเธอพูดขึ้นมาว่า "เรามาลองคบกันดูไหม?" ฉันได้แต่นิ่งงันไปเพราะนึกว่าเธอไม่ได้คิดอะไรกับฉันนอกจากคำว่าพี่น้อง ฉันพยักหน้าเขิน ๆ และตื่นตกใจพอสมควร เธอดึงฉันเข้าไปกอดแน่นฉันได้แต่หลับตาปี๋ ฉันรู้ตัวว่ากำลังเขิน

นับจากวันนั้นเราตกลงคบเป็นแฟนกัน เพื่อนร่วมงานต่างแปลกใจว่าเราไปแอบคบกันตอนไหน แท้จริงฉันไม่เคยแชร์เรื่องส่วนตัวหรือความในใจให้เพื่อนที่ทำงานรู้อะไรเกี่ยวกับตัวฉันเลย ฉันไม่เคยบอกใครว่าเลิกกับแฟนเก่าแล้วเพราะอะไร? หลายคนได้แต่คิดไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าที่เราคบกันเพราะความใกล้ชิด..รักแท้แพ้ใกล้ชิด.. บ้างก็ว่าเธอไปแย่งฉันมาจากแฟนเก่า ฉันไม่เคยปริปากบอกเพราะไม่มีใครถามฉันตรง ๆ สักคน ถ้าใครถามฉันเล่าให้ฟังตรง ๆ เลยว่าต่อให้ไม่มีเธอฉันก็คงเลิกกับแฟนเก่าอยู่ดี เพราะฉะนั้นเธอไม่ใช่คนที่แย่งฉันจากใคร

เราคบกันไม่กี่เดือนเธอก็ต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ เราต้องห่างไกลกันทั้งที่เพิ่งศึกษาใจคอกันไม่นาน บางคนหวังดีก็บอกไม่กลัวเหรออยู่ไกลกันแบบนี้ ฉันยิ้ม ๆ แล้วบอกว่าไม่กลัวหรอก ถ้าเราไม่ใช่คู่กันต่อให้อยู่ใกล้กันยังไงก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอยู่ดี ฉันเชื่อว่าระยะทางจะวัดใจทั้งเธอและฉันได้พิสูจน์ว่าเราจะรักกันได้ไหม...ตอนนั้นเธออยู่ไกลก็จริงแต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนเราอยู่ใกล้กันตลอด เธอเป็นคนติดแฟน ติดบ้านเรียนเสร็จในแต่ละวันเธอรีบกลับบ้านมาคุยกับฉัน โทรหาครอบครัวทำแบบนี้จนเป็นกิจวัตรจนวันที่เธอเรียนจบก็รีบกลับบ้านทันที

ตลอดเวลาที่คบกันเธอไม่เคยมีพฤติกรรมอะไรเหลวไหล สม่ำเสมออย่างไรก็เป็นอย่างนนั้น ความรักของเราสองคนไม่ได้ราบเรียบบางครั้งก็เจออุปสรรคบ้าง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความคิดที่ไม่ตรงกันมากกว่าแต่เราก็พยายามจูนเข้าหากันปรับตัวกันทุกวัน จากวันที่คบกันจนถึงเวลาที่เราต่างคิดว่าถึงเวลาที่เราจะใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน...เราแต่งงานกันในวันครบรอบ 6 ปี ก่อนแต่งงานฉันร้องไห้อยู่สองวัน เจ้าสาวที่กลัวฝน ฉันกลัวชีวิตแต่งงานเกิดมาไม่เคยคิดจะแต่งงานกับใคร ฉันกลัวจะรักใครไม่เป็น กลัวเบื่อ กลัวจะทำให้ชีวิตคู่ของเราจบ สารพัดความคิดที่ตีกันอยู่ในหัว...แต่ฉันก็ตอบตัวเองได้ว่า "ถ้าไม่ใช่เธอฉันก็คงไม่คิดจะแต่งงานกับใครอีกแล้วในชีวิตนี้" 

ชีวิตคู่ก็ไม่แย่เหมือนที่คิดจินตนาการไว้นี่นา เธอยังสม่ำเสมอและเป็นคนเดิมเหมือนที่เคยเป็นมาตลอด จนวันหนึ่งที่เราจะมีสมาชิกใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเธอกับฉัน เธอดีใจจนน้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาอย่างไม่อายใครในวันที่ไปตรวจเจอหัวใจดวงน้อยเต้นตุบ ๆ อยู่ในท้องเล็ก ๆ ของฉัน ตอนแรกฉันไม่อยากมีลูกฉันเป็นแม่ใครไม่ได้หรอกแต่วันที่ฉันเปลี่ยนความคิดก็เป็นเพราะเธอนี่แหละเธอบอกฉันว่า 
ถ้าวันใดวันหนึ่งเราคนใดคนหนึ่งมีความจำเป็นต้องหายไปจากโลกใบนี้ อีกคนที่เหลือจะอยู่อย่างไร ถ้าเรามีตัวแทนความรักของเราสองคนก็คงดีเนอะ
เธอไม่เคยบังคับฉันไม่เคยรบเร้าให้ฉันทำหน้าที่แม่ แต่เพราะประโยคนี้เองทำให้ฉันตัดสินใจจะมีลูก การเป็นแม่ใครสักคนไม่ง่าย ฉันมีภาวะแทรกซ้อนขึ้น "ท้องแข็ง" อาการที่มดลูกบีบตัวก่อนกำหนดหมายถึงเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด มันเป็นช่วงที่เราสองคนอ่อนแอ ปกติฉันเข้มแข็งกว่าเธอแต่ครั้งนี้ฉันอ่อนแอเหลือเกินฉันเข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลเพื่อประคองเด็กน้อยให้ปลอดภัยอยู่ในท้องให้นานที่สุด มันคงเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุดของเราสองคน เราคิดไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าถ้าเกิดอะไรที่ไม่คาดคิดขึ้นมา ถ้าหากฉัน....มีความจำเป็นจะต้องหายไป ไม่ว่าจะสาเหตุจากการตกเลือดในการผ่าตัดหรืออะไรก็ตาม โดยเฉพาะเนื้องอกในท้องที่มีอยู่ก่อนหน้านั้นก็ดันมาเจริญเติบโตตามขนาดท้องของฉัน ประจวบเหมาะกับมีร่างทรงที่เป็นญาติสนิททักมาว่าก้อนเนื้อนี้ไม่ดีต่อฉัน ฉันต้องรีบรักษาไม่งั้นจะเป็นอันตรายมาก เขาคงไม่กล้าบอกตรง ๆ ว่าฉันอาจตายได้ 

เพียงแค่ได้ยินแบบนั้นเธอก็ร้องไห้โฮต่อหน้าฉัน เธอบอกอย่าเพิ่งรีบจากไปเธออยู่ไม่ได้ถ้าไ่ม่มีฉัน เราสองคนกอดคอกันร้องไห้ เพราะเราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...วันที่ฉันอาการเริ่มดีขึ้นจากการพักฟื้นและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากเธอ เธอประคบประหงมดูแลใส่ใจฉันทุกอย่าง เธอเหนื่อยฉันได้แต่นอนมองเธอทำนู่นทำนี่ให้ทั้งที่ไม่เคยต้องทำอะไรเยอะขนาดนี้ งานไหนที่ไม่ด่วนเธอเลื่อนออกไปหมดเพื่อฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกว่า ฉันตัดสินใจไม่ผิดที่แต่งงานกับเธอไม่ใช่เธอเป็นคนดี แต่ฉันรู้แล้วว่าฉันรักเธอมากไม่ต่างที่เธอรักฉัน อยากบอกเธอว่าไม่เพียงแค่เธอที่อยู่ไม่ได้หากฉันมีความจำเป็นต้องหายไป แต่เป็นฉันด้วยเช่นกันที่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ 

ทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทุกอย่างยังเหมือนเดิม เรายังอยู่ด้วยกันแต่ฉันเพียงแต่คิดไปตามประสาคนที่มีช่วงเวลา sensitive มากกว่าคนอื่น หากอะไรจะเกิดขึ้น ฉันขอให้มันเกิดกับฉันแทนฉันเห็นแก่ตัว เพราะฉันมั่นใจว่าอันตรายที่จะเกิดขึ้นหากมันเกิดกับเธอวันใดก็ตาม มันคงพรากหัวใจฉันไปเหมือนกัน หัวใจดวงเล็กดวงนี้คงแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดีอีกต่อไปแน่นอน...
...แล้วฉันจะอยู่ได้อย่างไร หากไม่มีเธอ... 
SHARE
Writer
KCstory
Writer
นักฝัน ที่อยากแบ่งปันมุมมองชีวิตผ่านตัวหนังสือให้คนที่ไม่รู้จักอ่าน

Comments

AmmyMemory
7 months ago
ซึ้งมาก
Reply