SURRENDER และความสัมพันธ์ของหมูขุนกับคนงานพม่า
คืนหนึ่งที่เราส่งคลิปเรื่องสั้น "SURRENDER" จากเพจนาซ่าก็พาเธอกลับมาไม่ได้ ไปให้เขา
กับอีกวันที่เราสารภาพว่า "รู้สึก" กับเขา แม้จะไม่รู้ว่าไอ้ความรู้สึกที่ว่ามันคืออะไร...

เขาเองก็รับรู้ และยังยืนยันคำเดิม ที่เรารู้กันมาตั้งแต่วันแรกๆที่คุยกัน
เขาตอบตามตรง ว่าเขาเองก็มีคนคุย แบบเรานี่แหละ... อีกหลายคน
เราเองก็บอกเขาตามตรงเหมือนว่า ว่าตอนแรกก็คิดจะจีบ
แต่มาคิดๆ ดูแล้ว ไม่ดีกว่า...

เรารู้ว่าเขาคงไม่หยุดที่ใครง่ายๆ
เขาก็แค่เหงา เราก็แค่เหงา คนเหงาสองคนที่มาเจอกันในแอพของคนเหงา
ต่างกันตรงที่ทุกวันนี้เขายังคงใช้แอพนี้แก้เหงาไปเรื่อยๆ รู้จัก พูดคุยไปเรื่อยๆ
ในขณะที่เราลบมันทิ้งไปนานแล้ว เพราะรู้สึกว่าเสียเวลาเปล่าที่จะคุยแบบไร้จุดหมาย
ทุกคนที่เข้ามา ก็แค่พูดคุย ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

มีเขาคนเดียวที่เป็นข้อยกเว้น...

เขาเป็นคนพามาเรามาต่อในไลน์
เรามันก็คนไม่มีความรักมาเจ็ดปีเต็ม เจอแบบนี้เข้าไปก็เข้าใจว่าเขาจะจริงจัง
ที่ไหนได้...
มารู้ทีหลังว่ามันก็เหมือนกับการย้ายหมูอนุบาลไปลงเล้าขุนนั่นแหละ
และเราก็เป็นแค่หมูหนึ่งในหลายๆ ตัวในฟาร์มของเขา
ที่พอย้ายมาอยู่เล้าขุน เลี้ยงดูให้อาหารจนโตได้น้ำหนัก
และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เขาก็แค่ส่งเราไปโรงฆ่า
กล่องแชทในไลน์ก็เหมือนคอกขนาดพอดีตัว
และในไลน์ของเขาก็คงเหมือนทางเดินกลางโรงเรือนที่สามารถเดินผ่านได้ทุกคอก
แต่ละวันเขาก็มีหน้าที่เหมือนคนงานพม่า ที่คอยแวะมาให้อาหารเป็นเวลา

มันไม่มีหรอก ความผูกพันของคนงานพม่ากับหมูตัวใดตัวหนึ่งในเล้า
สุดท้ายแล้ววันหนึ่ง เขาก็ส่งเราไปโรงฆ่าอยู่ดี

เราคงเป็นหมูที่พยายามจะแหกคอกด้วยการบอกรักคนงานพม่า
แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ...
การที่เราได้รู้จักกัน มันก็แค่ความสัมพันธ์
ไม่ใช่ความผูกพัน...

หลังจากนั้น หนึ่งวันเต็มที่เราส่งสติ๊กเกอร์ให้กันโดยไม่พูดจา
เราส่งรูปเด็กผู้หญิงนักบินอวกาศไปให้
มันหมายความว่า เราจะไปแล้วนะ... สู่จักรวาลอันกว้างใหญ่ที่ไม่มีคุณ
เขาส่งรูปแมวคาบกล่องของขวัญตอบกลับมา
ที่จริงเราควรจะไปได้แล้ว
แต่ก็ไม่อยากทำให้เขารู้สึกผิด
เลยส่งสติ๊กเกอร์ Don't worry, be happy กลับไป
อ่าฮะ... เขาตอบกลับมาสั้นๆ แล้ววันนั้นก็จบลง

ใช่!
มันควรจะจบตั้งแต่วันนั้น
ถ้าหากว่าวันรุ่งขึ้น ขณะที่เราย้อนอ่านแชทเก่าๆอยู่ เขาไม่ส่งข้อความมาอีก
"ถ้าไม่คิดจะคุยกันแล้ว งั้นเราไปนะ"

ก็ไปสิ!
ควรจบกันไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว มาอ้อยอีกทำไม
คนคุยคุณก็มีตั้งมากมาย ถ้าไม่รู้สึกกับเรา ก็ไม่ต้องมาอ้อยเราได้ไหม!
อันนี้คิดในใจ...

แต่...
มันคงจะดี ถ้าในตอนนั้นเราแค่อ่านไม่ตอบ หรือไม่ก็แค่ไม่ต้องสนใจ
มันคงจะดี ถ้าเราไม่ตอบกลับไป แกล้งเปลี่ยนเรื่องเฉไฉว่างานยุ่ง
มันคงจะดี ถ้าเขาไม่จับได้ ว่าเรายังต้องการเขา...

มันเป็นความต้องการที่บางครั้งเราก็รู้สึกเกลียดและไม่เข้าใจตัวเอง
ทั้งที่ควรจะจบไปตั้งแต่เมื่อวาน ทั้งที่เราควรจะเข้มแข็งให้มากกว่านี้

สุดท้ายเราก็ถูกต้อนกลับเข้าคอกเหมือนเดิม
ทุกอย่างวนกลับเข้าสู่วัฏจักรเดิม และก็เป็นเขาเหมือนเดิมที่เป็นคนคุมเกม
เรากลับไปอยู่ที่เดิม ด้วยความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม
ความสัมพันธ์นับจากนี้มันไม่มีความหวังเจืออยู่อีกแล้ว
เราก็แค่มีกันไปวันๆ...
เพราะรู้สึกว่า อย่างน้อยมันก็ดีกว่าการต้องอยู่คนเดียวไปวันๆ
แต่ความคาดหวังในความสัมพันธ์ครั้งนี้มันหมดไปตั้งแต่คืนที่เราส่งคลิปSURRENDERให้เขาแล้ว

ถือซะว่าเป็นกรรมก็แล้วกัน เราเชื่อว่าคนเราที่ได้มารู้จักกันนั่นเพราะเคยทำกรรมร่วมกัน
จะมากจะน้อยก็ไม่อาจรู้ แต่ที่แน่ๆ เราก็คงต้องใช้กรรมกันต่อไป
ถ้าจะวัดกรรมที่เหลืออยู่ ก็คงวัดได้จากปริมาณข้อความที่เขาตอบกลับมาในแต่ละวันล่ะมั้ง
งั้นก็ใกล้แล้วล่ะ...

รอแค่ให้ถึงวันที่เราใช้กรรมจนหมด แล้วก็แค่จากกันไป
ก็เท่านั้นเอง



SHARE
Written in this book
You who came from Tinder

Comments