เด็กชายใต้หลังคาบ้าน -#I เราคือใคร (Who am I)
เด็กชายใต้หลังคาบ้าน
(A Boy Under the Roof)
#I
เราคือใคร
(Who am I)

ชายชุดขาวสวมหน้ากากอนามัยคนนี้เป็นใคร คนแรกที่เราลืมตาขึ้นมาควรจะเป็นผู้หญิงไม่ใช่หรือ คุณแม่ของผมหายไปไหน แย่แล้วหายใจไม่ออกเลย ร้องไห้ดีกว่า
" แง แง ... แง "
" โอเค ร้องไห้แล้ว คุณแม่ครับ ผู้ชายครับ "
ชายชุดขาวสวมหน้ากากอนามัย อุ้มเด็กน้อยทารกในมือยื่นให้ผู้หญิงบนเตียง เธออ้าแขนรับด้วยความอบอุ่น ใบหน้าเหงิื่อไหลไคลย้อยไปทั่วทั้งตัว แต่แววตากลับดูเหมือนเธอจะปลื้มปิติยิ่งกว่าอะไรใด ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เพียงเห็นหน้าเด็กน้อยในอุ้มแขนไม่กี่นาที เธอก็ร้องไห้ออกมาอย่างไม่ต้องสงสัย เรื่องไหนในโลกนี้ จะทำให้เธอมีความสุขได้มากและเร็วกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

เธอค่อย ๆ ลูบหัวเด็กทารกที่กำลังร้องไห้ตัวแดงในอ้อมอกเบา ๆ ไม่ต่างจากเธอที่กำลังร้องไห้เหมือนกัน นี้คือภาพจำ ภาพแห่งความสุข ภาพแรกของเธอและลูกน้อย แต่เป็นภาพแห่งความสุขที่ไม่รู้เท่าไหร่เหมือนกันของคุณหมอ

...

" โตขึ้นผมจะเป็นหมอทำคลอด "
" นั่นคิดดีแล้วหรือลูก "
" คิดดีแล้วครับคุณแม่ "
" ทำไมลูกถึงอยากเป็นหมอทำคลอดล่ะ "
" ก็ในหนังสือบรรยายความรู้สึกเอาไว้ก็จริง แต่ผมก็ไม่รู้สึกอยู่ดี ผมคิดว่า ถ้าผมเองได้เป็นหมอทำคลอด ผมก็จะได้รู้สึกจริง ๆ ว่าความสุขที่เขาว่านั้นเป็นยังไง "
" ถามแม่ก็ได้นี่ลูก ว่าแม่รู้สึกยังไง "
" แล้วคุณแม่รู้สึกยังไงหรือครับ "
" ตอนคลอดลูกออกมาน่ะหรือ "
" ใช่ครับ "
" มีความสุขจ๊ะ "
" เห็นไหม ผมก็ยังไม่รู้สึกอยู่ดี "
แม่เดินถือขวดนมและคอนเฟลกธัญพืช มาเติมให้ลูกชาย ก่อนจะลูบหัวไปมาเบา ๆ แล้วยิ้มพลาง
" รีบกินเถอะ เดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสายหรอก "
" ครับผม "
เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ ก่อนจะจ้ำเอาคอนเฟลกธัญพืชและนมในถ้วยเข้าปาก เพราะรถโรงเรียนมารออยู่หน้าบ้านแล้ว เด็กชายน้อยรีบคว้าเป้สีเหลือง หมวกสีแดง แล้ววิ่งออกไป
" ไปก่อนนะครับคุณแม่ "
" ตั้งใจเรียนนะ ลิตเติ้ลปริ้นซ์ ของแม่ "
" แม่ครับ ผมชื่อ โจนาธาน เจมส์ ต่างหาก "
แม่ส่งยิ้มหวานให้อีกหนึ่งที เด็กชายโบกมือลาก่อนจะวิ่งออกจากบ้านไป
ชายชุดสูทดำเดินลงบันไดมา เขากำลังผูกไทและวัดวางให้เข้าที่ เขาเดินเข้ามาในห้องครัว กอดผู้หญิงก่อนจะหอมแก้ม แล้วนั่งลงรออาหาร เขาหยิบหนังสือพิมพ์ที่วางบนโต๊ะขึ้นมาอ่าน พร้อมจิบกาแฟดำไปด้วย
" เจโรมี่ ไปโรงเรียนแล้วหรือ "
" เมื่อสักครู่นี้เองค่ะ "
" ลงมาไม่ทันสักที "
" ใช่ไหมค่ะ อีกหน่อยลูกคงลืมพ่อตัวเองแล้วแน่ ๆ "
ภรรยาหันหน้ามามองสามี เลิกตาขึ้น สบตากัน ก่อนจะหันไปคนไข่ในกระทะต่อ


เจโรมี่สวมหมวกสีแดงนั่งข้างหน้าต่าง รถบัสโรงเรียนเคลื่อนตัวผ่านหมู่บ้าน ผู้คน ถนน และเสาไฟสัญญาณไม่รู้กี่ต้น ก่อนจะเคลื่อนตัวผ่านป่าเขาสองข้างทาง ขึ้นเนินเล็ก ๆ สองลูก เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กสีเหลืองอ่อน กับปากกาหมึกซึมสีน้ำเงิน เปิดสมุดหน้าต่อไปผ่านหน้าที่เคยเขียนไว้แล้ว เด็กชายน้อยมองออกไปนอกหน้าต่างสักครู่ ก่อนจะหันก้มลงมาเขียน

- - -
วันจันทร์ ที่สามของเดือนใบไม้เปลี่ยนสี

(เด็กชายน้อยเขียนลงในสมุดบันทึก ข้างบนด้านซ้ายของสมุด)
เราเป็นใคร ผมเฝ้าถามตัวเองตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา คุณแม่ซื้อหนังสือหัดอ่านของเด็กเกรด 4 มาให้ แต่สงสัยคงลืมไปแล้วว่าเราน่ะ เพิ่งจะขึ้นเกรด 5 แล้ว แต่จริง ๆ รู้สึกว่าความรู้เราเองก็คงไม่ต่างอะไรไปจาก เด็กเกรด 8 แล้วแน่ ๆ หนังสือชื่อว่า "ความรู้สึกของผู้คน (Feelings of the people)" เล่าเรื่องของความรู้สึกของผู้คนในอาชีพต่าง ๆ เขาเขียนว่า คนเป็นครูมักจะรู้สึกยินดีเมื่อลูกศิษย์เรียนจบ และรู้สึกเสียใจเมื่อลูกศิษย์เกเร คนเป็นนักวาดมักจะรู้สึกยินดีเมื่อได้วาด และรู้สึกเสียใจเมื่อสีหมด คนเป็นนักร้องมักจะรู้สึกยินดีเมื่อได้ยินเสียงปรบมือ และจะรู้สึกเสียใจเมื่อไม่มีเสียง และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่นักเขียนบรรยายถึง แต่นักเรียนอย่างผมล่ะ จะรู้สึกยินดีเมื่ออะไร สอบได้คะแนนดีหรือ หรือมีพ่อแม่ที่รัก มีเพื่อนที่ดีอย่างมิเกล ซิดนี่ย์ และเสียใจเมื่อไม่ได้สิ่งที่คาดหวัง หรือแท้ที่จริงแล้ว นักเรียนอย่างผมมักจะมีความรู้สึกยินดีเมื่อเติบโตไปทำอาชีพต่าง ๆ แล้วรู้สึกยินดีตามอาชีพนั้น ๆ 
แท้จริงแล้วคนเราเกิดมาเพื่อที่จะมีเติบโตและมีความรู้สึกยินดีต่าง ๆ นา ๆ ในแบบฉบับที่คนเขาเขียนเอาไว้ และรู้สึกเสียใจในแบบฉบับที่คนเขาเขียนเอาไว้เหมือนกัน หรือเราจะรู้สึกยินดีในแบบของเรา ที่เรารู้สึกไม่ได้หรือ เราเป็นใครกันแน่ เราเกิดมาเพื่อที่จะรู้สึกแบบนี้จริง ๆ หรือ แล้วถ้าเราเป็นครู มีความรู้สึกยินดีแบบคุณครู หรือถ้าเราเป็นคุณหมอ มีความสุขแบบคุณหมอ แล้วเรายังจะเป็นเราอีกหรือไม่ เหมือนผมที่อยากเป็นหมอทำคลอดเพราะอยากรู้สึกถึงความสุขที่ได้เห็นชีวิตแรกเกิดของคน แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามถ้าผมเป็นหมอทำคลอดแล้ว ผมยังจะเป็นผมอยู่อีกหรือไม่ ผมยังจะเป็น โจนาธาน เจมส์ อยู่หรือไม่
-
" ทำอะไรอยู่หรอ "
" อ๊ะ เปล่า ๆ "
เด็กชายน้อยรีบปิดสมุดบันทึกที่กำลังเขียนอยู่ เพราะเด็กหญิงสาวตัวเล็กแก้มแดง มานั่งอยู่ข้าง ๆ เขา เด็กชายน้อยเขินอาย หน้าแดงกร่ำ ค่อย ๆ เขยิบชิดหน้าต่าง
" ก็เห็นอยู่ว่าเขียนบันทึก ทำไมต้องบอกว่าเปล่าด้วย "
" ก็เปล่านี่ "
" เจโรมี่ ทำไมนายต้องโกหกด้วย "
" ฉันเปล่านะมิเกล อีกอย่างฉันชื่อ โจนาธาน เจมส์ ต่างหาก "
" เปลี่ยนเมื่อไหร่ล่ะ "
" เมื่อวานนี้ "
" แล้วสรุปนายเขียนอะไร "
" ฉันเขียนสูตรอาหาร "
" หวังว่าคงจะอร่อยนะ "
รถบัสโรงเรียนค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณโรงเรียนที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ ภายในโรงเรียนมีสี่อาคารหลักที่ใช้เรียน และอีกสองอาคารไว้ทำกิจกรรม มีสระว่ายน้ำเล็ก ๆ และด้านข้างเป็นโรงอาหาร โรงเรียนวิทยาเขตนี้มีถึงแค่เกรดหก ส่วนวิทยาเขตอื่นจะแยกเป็น middle school และอีกวิทยาเขตหนึ่งเป็น high school โรงเรียนชุมชนแห่งนี้ เรียกได้ว่าครบวงจร การใช้ชีวิตอยู่ในรัฐเล็ก ๆ แห่งนี้ ก็ถือว่าการศึกษาดีพอสมควร


เด็กชายน้อยกระเป๋าเป้เหลือง หมวกสีแดง เดินเข้าบ้านผ่านห้องนั่งเล่น ขึ้นชั้นสอง ผ่านขึ้นไปห้องใต้หลังคา เขาวางกระเป๋าเป้ลง นอนฟุบกับเตียง
ชายร่างใหญ่เคาะประตูสามครั้ง ก่อนจะเข้าห้องใต้หลังคามา
" ทำอะไรอยู่ ลิตเติ้ลปริ้นซ์ ของพ่อ "
" คิดอะไรเรื่อยเปื่อยครับพ่อ "
" ที่ว่าเรื่อยเปื่อย นั้นอะไรล่ะ "
" เราเป็นใครกันครับพ่อ "
" หืม ทำไมล่ะ "
" ก็ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นอะไร แล้วจะใช้ชีวิตยังไง "
" ขนาดนั้นเชียวหรือลูก "
" พ่อไม่เครียดหรือครับ ที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร "
" ถ้าถามพ่อ ลูกก็เป็นลูกของพ่อกับแม่ไง "
" ไม่ใช่อย่างงั้นครับ "
" หรือลูกไม่ใช่ลูกของพ่อกับแม่ล่ะ "
" ก็ใช่ครับผม แต่ถ้าผมไม่รู้ว่าอนาคตผมเป็นใคร แล้วผมจะไม่รู้สึกยินดีครับ "
" อนาคตลูกก็เป็นลูกของพ่อกับแม่อยู่ดี แต่ตอนนี้ลูกก็ยังเป็นเด็กอีกด้วย เป็นนักเรียน เป็นนักเขียนอีกด้วย แต่ถึงแม้ลูกจะเป็นอะไรก็ตาม ลูกไม่จำเป็นต้องมีความสุขหรือยินดีกับอะไรก็ตามเฉพาะในสิ่ง ๆ นั้น เพราะลูกมีสิทธิที่จะมีความสุขหรือยินดีกับในทุกสิ่ง ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไรก็ตาม ลูกก็มีความสุขกับการได้วาดรูป ได้เขียน ได้ร้องเพลง ได้เสียงปรบมือ ไม่จำเป็นว่าลูกเป็นอะไรหรอก แต่จำเป็นที่ว่าลูกรู้สึกยังไงมากกว่า "
" ถ้าผมไม่รู้ว่าผมเป็นอะไร ผมจะมีความรู้สึกได้ยังไงครับ "
" ลูกแค่ปล่อยมันไป ถ้างั้นตอนนี้ลูกเป็นลูกของพ่อกับแม่ ลูกก็แค่รู้สึกรักพ่อกับแม่ก็พอ "
แสงแดดสาดส่องเล็ดลอดเข้าหน้าต่างห้องใต้หลังคา เด็กชายน้อยอมยิ้มบนเตียง ก่อนพ่อจะลุกออกห้องไป เขารีบหยิบสมุดบันทึกสีเหลืองอ่อนออกมาเขียนเรื่องราวในวันนี้ลงไป


STORY : SRiDiEW
ILLUSTRATION : SRiDiEW
03 . 19 . 2018

SHARE
Written in this book
A Boy Under The Roof
เด็กชายน้อยขี้สงสัย เกินวัยทางความคิด เขาลุ่มหลงอยู่ในจินตนาการและการก้าวข้ามวัยเจริญเติบโต
Writer
SRiDiEW
Thinker - Writer
Siparuwich Timothy Spencerr Tophiphatthanamongkhon (S.H.dhepp)

Comments

Ririnrainy
2 years ago
เด็กขี้สงสัยจริงๆค่ะ 555
Reply