ความเจ็บปวดที่พูดไม่ได้

สิ่งที่ผมจะเล่าต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถเล่าให้ใครฟังได้เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิชาชีพครู
ในทุกๆปี จะมีการเลื่อนขั้นเงินเดือนครู (ขึ้นเงินเดือน) ซึ่งทุกๆเมษาจะมีครูที่ปฏิบัติงานดีได้ขั้นเงินเดือนเพิ่มขึ้น 4 ส่วนในขณะที่ครูปกติได้ 3 ส่วน

การที่ใครจะตัดสินว่าใครควรได้หรือไม่ควรได้นั้น ผอ โรงเรียนกับครูหัวหน้างานต่างๆจะต้องมาประชุมกันว่าใครสมควรที่จะได้ โรงเรียนผมเป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีนักเรียนตั้งแต่ละดับชั้น อนุบาล 1 ถึงม.3 เเบ่งเป็น 4 ระดับ ซึ่งโรงเรียนถูกบังคับว่าให้เลื่อนเงินเดือน ครูไม่เกิน 5 คน
ถ้าปีนี้มัธยมได้ 2 คน ปีหน้าก็จะเป็นชั้นอื่นได้ 2 คนบ้างสลับหมุนเวียนกันไป เพราะกระจายความดีความชอบ  ความจริงผมก็ไม่ได้รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรหรอก เพราะเงินน่ะผมมีอยู่เเล้วไม่เดือดร้อนอะไร แต่สุดท้ายผมก็เจ็บปวดเหมือนมนุษย์คนอื่นก็เพราะมีหัวใจ คนแบบนี้หรอว่ะที่สมควรได้รับการเลื่อนเงินเดือนมากกว่าคนอื่น

ผลการพิจารณาออกมา ครูรา ครูหมู ครูไข่ หัวหน้า และครูปุน ได้รับสิทธิพิเศษนี้ 
หัวหน้าและครูปุนสำหรับผมควรได้รับผมไม่ติดใจอะไรยินดีด้วยซ้ำ แต่คนอื่นผมเกิดความรู้สึกว่าทำไมโลกนี้แม่งไม่ยุติธรรม ผมอยากให้พี่นีที่สอนป.1ได้รับมันมากกว่าเพราะรู้ดีกว่ามันเหนื่อยแค่ไหน ทำไมผมถึงเจ็บใจ

ครู รา
คือครูที่เกษียณในปีนี้ เมื่ออายุราชการจะหมดลงจึงได้เลื่อนเงินเดือนไปฟรีๆโดยไม่ต้องมีผลงานอะไรให้เพราะไม่มีโอกาสจะให้อีกแล้ว สิ่งที่ครูราทำนั้นไม่สมควรที่จะได้เลย
 สอนแค่ 12 ชั่วโมง/สัปดาห์ โยนภาระงานให้รุ่นน้องต้องแบกสอน 22 - 23 ชั่วโมงเป็น 2 เท่าของตัวเอง ไม่เป็นครูประจำชั้น หนีกลับบ้านตลอดงานวันสำคัญของโรงเรียนก็แอบกลับ วันสุนทรภู่กีฬาสีไม่มีให้เห็น วันปกติให้สามีมารับแอบเดินกลับออกหลังโรงเรียน บ่ายสองโมงเป็นต้นไปจะไม่เห็นหน้าทำแบบนี้เป็นประจำ

ครู หมู
คือคนที่สอนห้องติดกันกับผม ปล่อยเด็กไม่สอนหนังสือเเต่มีผลงานแข่งเด็กชนะระดับภาค 
บ่ายสองเช่นเดียวกับครูราแม้ไม่กล้ากลับบ้านเพราะยังใหม่ แต่ก็จะไม่สอน เด็กมัธยมจะวิ่งเล่นเสียงดังผมต้องลงไปเตือนบ่อยๆเพราะห้องผมสอนตลอดมันกระทบ มีอยู่ครั้งหนึ่งทิ้งเด็กไว้ให้เด็กเปิดดูยูปในห้องเด็กก็เปิดเครื่องเสียงลั่นโรงเรียนห้องอื่นสอนไม่ได้ โดยทีี่ครูไม่มาเหลียวแล
ให้เด็กมาช่วยงานโรงเรียน ใช้เสร็จเด็กผู้หญิงก็ปล่อยเขาเดินกลับบ้านเพราะเขาไม่มีรถตัวครูได้ผลประโยชน์ได้งานแต่เด็กเอาชีวิตมาเสี่ยง ไม่ได้อะไรเลย 

ครู ไข่ 
เป็นครูที่ด่าเด็กด่าพ่อแม่ของเด็กต่างๆนาๆกลางตลาดราวกับเขาไม่ใช่คน ขู่จะไล่เด็กออกทั้งๆ
ที่เด็กมีปัญหาตัวเองก็เป็นครูการศึกษาพิเศษแทนที่จะเข้าใจเด็กกลับรังเกียจ แม่เด็กต้องมาร้องไห้กับผมเพราะโดนครูด่าและผมก็เป็นอดีตครูประจำชั้นต้องคอยรับฟังจนสุดท้ายเขาไม่คุยกับครูไข่อีกเลยเรียกว่าไม่เผาผีกัน แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะลูกต้องอยู่กับเขา ให้เหตุผลว่าได้เลื่อนขั้นเงินเดือนเพราะจะย้ายโรงเรียนควรได้เป็นขวัญกำลังใจ

แล้วคนอยู่ละ ? 

 

  
นอกจากเจ็บปวดจากความไม่ยุติธรรมยังเจ็บปวดกับคำพูดของคนใกล้ตัวอีก
หัวหน้าชั้นผมเรียกผมไปทานข้าวด้วย แกบอกวันนี้จะเลี้ยงข้าวผมตอนแรกผมปฏิเสธที่จะไม่ไป
แต่ผมรู้อยู่เเล้วว่าวันนี้มีการประชุมแกคงอยากเล่าอะไรให้ผมฟัง ผมกับหัวหน้าเป็นคนที่สนิทกันมากมีอะไรแกจะเล่าให้ผมฟังตลอด ผมรับได้คำแนะนำในการใช้ชีวิตดีดีหลายอย่างจากแก

ระหว่างที่นั่งรถไปนั้นแกเล่าว่าผลการเลื่อนขั้นเงินเดือนออกมา มีครูมัธยมได้เลื่อนไป 2 คน
ช่วงชั้นอื่นได้ ชั้นละคน 1 คน ทั้งๆที่ปีที่เเล้วครูมัธยมก็ได้ไปแล้ว 2 คน ทำไมยังได้ต่อ ซึ่งควรจะให้ชั้นอื่นบ้าง แกจึงเล่าให้ฟังว่าทัดทานไม่ได้แกเป็นตัวแทนแค่คนเดียวในขณะที่คนอื่นส่งตัวแทนไปมากกว่า  แกก็ควรจะเล่าไปแค่นั้นและจบแค่นั้น ไม่ควรหันปลายดาบมาหาผม

"พี่อยากให้แกได้"
"ผมรู้อยู่แล้วแหละว่าผมไม่ได้หรอกไม่คิดอะไร"
" ต้องคิดสิมันเป็นขวัญกำลังใจของเรา"
"แล้วพี่จะให้ผมยังไง ช่วงชั้นเราละใครได้ไป "
" พี่เอง "
" ดีเเล้วครับ ผมก็อยากให้พี่ได้ "
" ไม่ใช่สิพี่สมควรได้ จะได้ปีเว้นปีก็ยังน้อยไปด้วยซ้ำเพราะมีงานไหนบ้างที่ขาดพี่ได้ "
หัวหน้าผมทำงานดีจริงนั้นแหละผมยอมรับ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเลยที่แกได้เลื่อนขั้นและยินดีด้วยซ้ำ แกคงอยากให้ผมเข้าใจจริงๆว่าแกสมควรได้ แกคงกลัวไม่เข้าใจจึงพูดต่อไปว่า

" ควรที่สมควรได้ช่วงชั้นเราควรจะมี 2 คน คือพี่แล้วก็ครูเราอีกคนถ้าไม่ใช่เพราะเขาแย่งเอาไป
อีกคนพี่คิดว่าเป็นครูนี" (ผมก็อยากให้พี่นีได้) ส่วนอีกคนก็คือแก 
แต่แกก็ไม่มีผลงานอะไร
 คำพูดนั้นเจ็บลึก

แค่สอนหนังสือเฉยๆใครก็สอน สอนดีมันก็เป็นหน้าที่ของครูอยู่แล้วที่ต้องทำ
ไม่มีงานนอก หรืองานอื่นที่เป็นชื่อเสียงหรือเป็นหน้าตาของโรงเรียน
พี่พูดซะเลยไม่กลัวแกโกรธ ว่าแกยังไม่มีผลงานอะไรพอที่จะได้รับการเลื่อนขั้น 
 ผมเข้าใจว่าหัวหน้าต้องการทำให้มันชัดว่า ทำไมแกสมควรได้รับ ซึ่งผมก็ยินดีและไม่โต้แย้งแต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมแกต้องพูดเพื่อให้ผมหมดคุณค่ากับตัวเองขนาดนี้ แกบอกว่าไม่กลัวผมโกรธ
ผมโกรธนะ ในตอนนั้รตอนนั้นแต่ข่มมันไว้ การเป็นครูที่สอนเด็กให้ได้ดี ตั้งใจสอนนี้มันไม่นับเป็นคุณงามความดีหรือหน้าที่ของครูเลยหรืออย่างไร ทำไมถึงพูดเหมือนกับว่างานสอนเป็นเรื่องสำรองไม่สำคัญ ตอนแรกผมก็ไม่คิดหรอกเรื่องเลื่อนขั้นแต่เมื่อพูดให้คิดผมก็คิดแล้ว

แม้จะสนิทกัน แม้จะไม่เป็นความตั้งใจ แต่คำพูดนั้นก็ได้ทุบทำลายความรู้สึกของผม
ราวกับค้อนที่ห่อผ้ามา ไม่ว่าภายนอกจะดูไร้เจตนาอย่างไรแต่ความเจ็บปวดก็เป็นของจริงแกไม่ควรพูดกับผมอย่างนี้ ในความจริงอีกด้านแกจะรู้มั้ยว่า 
ผมคือครูเพียงคนเดียวในโรงเรียนที่ไปเยี่ยมบ้านนักเรียนทุกหลัง คือครูที่ขับมอเตอร์ไซต์ไปตามถึงบ้านในวันที่นักเรียนไม่มาเรียน คือคนที่สอนพิเศษให้เด็กฟรีๆโดยไม่หวังอะไร
ผมสัมฤิทธิ์การสอบระดับชาติผมก็เป็นตัวหลักในการติวจนผลการสอบดีขึ้นมา 3 ปีติด
 แค่นี้เรียกว่าผลงานได้ไหม 

สิ่งที่แกบอกว่า แกไปทำงานข้างนอกให้กับโรงเรียนเป็นหน้าเป็นตาเเล้วรู้ไหมว่าในวันที่แกไม่อยู่ใครเป็นคนสอนเเทน ใครเป็นคนเหนื่อยเป็นสองเท่าเพื่อให้แกได้ทำหน้าที่ตรงนั้น ใครคือคนที่แบกรับเพื่อให้แกได้ไป ต่างคนต่างเหนื่อยแหละแต่ทำไมต้องทำให้คนที่เหนื่อยอีกคนดูไร้ค่า
 
หากจะยืนยันว่าหน้าตาของโรงเรียน ผมเองก็เป็นคนที่ส่งเด็กไปแข่งคิดเลขเร็วที่ได้ 1 ระดับกลุ่มสามปีซ้อนแบบนี้มันพอจะเป็นผลงานได้ไหม

ช่วงเวลาที่สอนป.1ไม่มีใครอยากสอนผมครูผู้ชายแท้ๆก็ต้องรับหน้าที่เป็นครูประจำชั้นสอน
 ในระยะตลอดเวลาการทำงาน 4 ปีของผมเคยลาครั้งเดียวเพื่อไปรับปริญญา นอกนั้นไม่เคยลาหรือขาดงาน แม้จะเจ็บป่วยติดเชื้อในโพรงจมูก ผมก็ไม่เคยไปหาหมอจนสุดท้ายต้องเข้ารับการผ่าตัดเล็ก ผมเก็บอาหารป่วยเพือไปพบหมอในวันหยุด

ป่วยแค่ไหนผมก็จะต้องไปโรงเรียน ผมเคยต้องเข้าพบจิตแพทย์เพราะความเครียดสะสม จากการทำงานหมอนัดกับผมว่าอีก 2 อาทิตย์เราเจอกัน ผมต้องเลื่อนนัดหมอข้ามปีเพียงเพื่อไม่อยากลางานแม้แต่วันเดียว ผมจะไปหาหมอได้ก็ต่อเมื่อมันเป็นวันเปิดเทอมเท่านั้น ถ้าผมต้องไปในเวลางานผมจะสอนชดเชยให้ครูคนอื่นแทน โดยที่ไม่เคยทิ้งชั่วโมงของตัวเอง  มีใครในโรงเรียนรู้บ้างว่าผมต้องแอบออกไป เพื่อช๊อตไฟฟ้ารักษาอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ คำตอบคือไม่มีใครรู้ว่าผมทุ่มเทเท่าไหร่ หัวหน้าไม่รู้หรอกว่าผมเสียสละมากมายแค่ไหนกว่าจะเป็นผมในวันนี้ 

ถ้าผมขาดงานไปใครจะสอนนักเรียน อยู่โรงเรียนกลับหลังนักเรียนตลอดไม่มีแอบกลับ
วันใดที่นักเรียนไม่มีรถกลับบ้าน ผมจะจับเด็กยัดใส่มอเตอร์ไซต์ไปส่งในขณะที่ครูที่มีรถยนต์
ยังไม่ทำด้วยซ้ำ แล้วผมจะทำไปเพื่ออะไรขั้นเงินเดือนอะไรผมไม่อยากได้รับมันหรอก ผมแค่อยากได้ยินว่ายังมีใครที่เห็นค่าของผม เห็นว่าสิ่งที่ผมทำมันคือการกระทำที่ดีไม่ใช่แบบนี้


ทั้งหมดที่กล่าวมานี้มันพอที่จะเป็นหน้าที่ครูโดยสมบูรณ์ได้ไหม ตอนแรกผมไม่คิดแต่เมื่ออยากให้คิดผมก็จะคิด   ผมเจ็บปวดจากความไม่ยุติธรรมของคน ยังจะมาเจ็บปวดจากคำพูดของพวกเดียวกันอีก แม้จะไม่ตั้งใจแต่ความเจ็บก็เป็นของจริง ผมสนิทกับแกพอที่จะพูดว่าผมไม่พอใจนะที่หัวหน้าพูดอย่างนี้ ผมโกรธนะที่ว่าผมไม่มีผลงานอะไร มีดีแค่สอนหนังสือ
ผมหมดศรัทธาในวิชาชีพ คนเห็นแก่ตัวคนไม่เสียสละได้ดีกว่า แต่ผมมีกฏของผมคือ
ห้ามให้ใครรู้ว่าเราคิดอะไร
 
ผมต้องกล้ำกลืนคำพูดนั้นไว้ไม่พูดออกไป แม้ว่าจะโกรธมากก็ตาม  ถ้าบอกว่างานสอนไม่สำคัญแล้วเราจะสอนหนังสือไปทำไม

แต่ทุกอย่างก็พูดออกมาไม่ได้ ผมพูดอะไรไม่ได้รวมทั้งพาดพิงถึง คนที่ได้เลื่อนขั้นด้วยว่าเขาแย่ขนาดไหน บางอย่างพูดไปก็สร้างศัตรูให้ตัวเอง กลายเป็นขายน้องฟ้องนาย ชีวิตทำงานจริงๆแม่งเหี้ยคนไม่สมควรกับได้ผลประโยชน์กับได้รับ

สักวันผมคงจากที่นี่ไปโดยไม่มีอะไรติดมือผมตอบหัวหน้ากลับไปสั้น
  ทุกอย่างต้องพับเก็บไว้ในใจแต่มันจะไม่มีวันลบลืม 



 
SHARE
Writer
Devaknov
Mutant
ใครบางคนอาจเดินทางมาแสนไกล เพียงเพื่อพบว่าปลายทางไม่มีใครเหลืออยู่

Comments

Windpluto
1 year ago
บางครั้งคำพูดจากคนบางคนอาจเป็นแรงพลักดันที่ดีสำหรับเราก็ได้ค่ะ สู้นะคะ วิชาชีพนี้เหนื่อย(กับคน) มากกว่างานเสียด้วยซ้ำ แต่เราก็ต้องสู้ต้แในเส้นทางที่เราเดินมา
Reply
willbe_fine
1 year ago
ขอบคุณที่ทำเพื่ออนาคตของชาต
ิขนาดนี้นะครับครู

คนดีไม่มีวันตาย สักวันครูจะได้รับในสิ่งที่ควรได้รับครับ :"))
Reply
rosebear
1 year ago
ในฐานะที่หนูกำลังเรียนครูอยู่
อ่านแล้วจะร้องไห้เลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ✌
Reply
chocolato
1 year ago
เป็นกำลังใจให้คุณครูนะคะ ตอนนี้หนูก็เรียนครูอยู่ ค่อนข้างจะเบื่อเหมือนกันมื่อได้ยินเรื่องราวทำนองนี้ แต่ไม่รู้ทำไมไม่เคยหมดศรัทธาในวิชาชีพครูเลย
Reply
MyFeeling
4 months ago
แต่ก่อนก็เคยทำแบบนั้นเหมือนกันนะคะ ทำงานจนไม่สนใจงานส่วนตัว ไม่สนใจสุขภาพ แต่งานก็ไม่ใช่ทั้งหมดในชีวิตเรา สุขภาพของเราเองก็สำคัญ ถ้าสุขภาพเราไม่ดี มันก็ทำให้เราทำงานนั้นได้ไม่นานพอ จริงอยู่ว่าวงการครูมันไม่สวยงามเหมือนอย่างที่เราเคยวาดฝัน พี่เองก็เคยมีวันที่ท้อ และเหนื่อยกับสิ่งที่พบเจอ จนบางทีก็อยากทำอาชีพอื่นไปเลย แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะชอบอะไรได้อีก นอกจากสอนหนังสือจึงยังเลือกที่จะเป็นครูต่อมาจนถึงทุกวันนี้ แต่คงโชคดีกว่าเราหน่อยที่โรงเรียนที่อยู่มันโรงเรียนเล็ก มีกฎเกณฑ์ตายตัวว่าเราเลื่อน 2 ขั้น แบบหมุนเวียนกัน และงานส่วนใหญ่ครูทำงานช่วยกันหมด มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่คน จึงไม่เคยเกิดปัญหาเมื่อถึงเวลาเลื่อนขั้นเงินเดือน
Reply