อย่าให้ใครฆ่าวาฬของคุณ
อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้กับเรา 
วันนี้เราจะมาเล่าเรื่องราวของหนังสือเล่มนี้ให้ฟังนะ :)

หนังสือ : อย่าปล่อยให้ใครฆ่าวาฬของคุณ (A Thinker's Guide To Conquering The Ocean)
เขียนโดย : คุณวริศ หาญอุตสาหะ
สำนักพิมพ์ : we learn
แนวหนังสือ : ธุรกิจ
คำแนะนำ : สำหรับคนที่ชอบอ่านหนังสือแนวธุรกิจ เป็นบทความสั้นๆ มีรูปประกอบ ทำให้น่าสนใจ อ่านได้ไม่เบื่อ ลองไปอ่านดูนะคะ 

ทำไมคนจำนวนมากถึงยอมทิ้งความฝันของตัวเอง แล้วทำตามสิ่งที่คนอื่นบอกว่าดี? สิ่งใดที่คุณห้ามทำเด็ดขาดถ้าอยากประสบความสำเร็จแบบที่ไม่มีใครตามทัน? ถ้ามีเวลาแค่ 10 วัน คุณจะเอาชนะคนที่เหนือกว่าในทุก ๆ ด้านได้อย่างไร? 
หนังสือเล่มนี้มีคำตอบให้กับคุณ 
เนื้อหาในเล่มคุณจะได้พบกับ 36 วิธีคิดที่เรียบง่าย แต่ทรงพลังและใช้ได้ผลจริง ซึ่งช่วยให้คนธรรมดาและธุรกิจเล็ก ๆ พลิกกลับมาเป็นต่อแล้วประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังแข็งแกร่งขึ้นทุก ๆ วันจนยากที่จะมีใครโค่นลงได้ แล้วคุณจะพบว่าสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ "เก่งแค่ไหน" แต่อยู่ที่ "รู้อะไร" ต่างหาก เพียงนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ แล้วคนธรรมดาอย่างคุณก็จะเอาชนะได้แม้แต่กับคนที่ตัวใหญ่กว่าเป็น 10 เท่า!

จริงๆตอนแรกที่อ่านปกหลังของหนังสือเล่มนี้ก็รู้สึกอยากจับจองมาเป็นเจ้าของ แล้วในที่สุดก็ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ มันทำให้เราเปลี่ยนมุมมองความคิดในหลายๆด้าน และอยากค้นหาศักยภาพที่อยู่ในตัวเราออกมา ในแต่ละบทของหนังสือมักจะจบท้ายด้วยคำคมโดนใจที่ทำให้เรารู้สึกว้าว หรือ ฉึกเหมือนโดนมีดแทง เราขอสรุปสั้นๆในแต่ละบท ซึ่งเราชอบมาก หวังว่าถ้าใครได้อ่านแล้วอยากจะไปหาหนังสืออ่านแบบเราบ้างนะ :) 

1. คิดว่าตัวเองเป็นไม้ขีดไฟ ทุกคนสามารถสร้างความแตกต่าง และความทรงจำที่ดีให้กับลูกค้าได้ อะไรก็ได้ที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษ เป็นสิ่งที่เราทำมาจากใจจริงๆ เราจะเกิดมาเป็นอะไรก็ไม่สำคัญ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ต่างหากที่จะเป็นตัววัดค่าของเรา

2. ข้อจำกัดบางครั้งก็เป็นแรงผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างแท้จริง ไม่มีอะไรจำกัดเราได้ เท่ากับการไม่รู้ข้อจำกัดของตัวเอง

3. ถ้ามีดี จงอวดดี ความสามารถในการนำเสนอสำคัญอย่างยิ่งในสังคมที่เดินทางด้วยความเร็วสูงอย่างทุกวันนี้ การนำเสนองานที่ดี มีเทคนิค 6 ข้อคือ 1 สร้างภูเขาน้ำแข็ง พูดเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือให้เตรียมไว้เพื่อรอรับคำถาม 2 พูดแต่ความจริง 3 เริ่มต้นแบบระเบิดลง เรียกความสนใจของผู้ฟังตั้งแต่ 30 วินาทีแรก 4 ตอบคำถามว่าทำไม 5 ทุกอย่างคือบทสนทนา 6 ซ้อมซ้อมซ้อม

4. ตั้งคำถามแบบ 10x mindset ที่ว่าเราเจ๋งกว่าคู่แข่งไม่เพียงพอ แต่ต้องเป็น mindset ที่บอกว่าฉันต้องการจะเปลี่ยนแปลงโลก

5. บางทีกำไรไม่ได้แปลว่ากำไร ขาดทุนอาจไม่ได้แปลว่าขาดทุน ถ้าเรารู้ว่าขาดทุนไปเพื่ออะไร เรื่องนี้เราชอบมาก เขายกตัวอย่างห้างสรรพสินค้า Terminal 21 

6. กำแพงที่กักขังเราได้ดีที่สุด คือกำแพงที่เราสร้างขึ้นมาเอง อย่าให้ความล้มเหลวอยู่กับเราตลอดไป ไม่อย่างนั้นวันหนึ่งเราอาจตาย เพราะขาดกำลังใจที่จะไล่ตามความฝัน ไม่กล้าเดินผ่านกำแพงแห่งความล้มเหลวทั้งๆ ที่กำแพงนั้นไม่มีอยู่จริง
* อันนี้เราชอบสุดแล้วววว * 

7. การสร้างแบรนด์ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือคน สิ่งสำคัญคือสารที่สื่อออกไปต้อง ง่าย ชัดเจน และทรงพลัง

8. อย่าให้เสียงของใครดังกว่าเสียงในใจของเราเอง

9. พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทำให้กฎเกณฑ์ด้านการตลาดที่เคยยึดถือกันมานั้นเรียกได้ว่าไม่มีอีกต่อไป

10. กิจวัตรที่ดีเท่ากับผลลัพธ์ที่ดี มันคือการสัญญากับตัวเองว่าไม่ว่าชีวิตของเราช่วงนี้จะเป็นอย่างไร เราจะต้องบังคับตัวเองให้ทำเรื่องดีๆ 1 อย่าง

11. การสร้างนวัตกรรมไม่ได้จำกัดอยู่ในแต่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับสินค้าไฮเทคเท่านั้น ไม่ใช่แค่การสร้างสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีใครคิด นวัตกรรมสามารถเกิดขึ้นกับของเดิมได้ แค่ต้องหามุมมองใหม่ หรือลองเปลี่ยนโจทย์ดู

12. พูดอะไรไม่ได้สำคัญไปกว่าพูดอย่างไร ในโลกอันแสนจะหนวกหู วิธีการเล่า สำคัญพอๆ กับเรื่องที่เล่า

13. โลกนี้ยังมีอะไรให้ทําอีกเยอะ สำหรับคนที่คิดไม่เหมือนชาวบ้าน

14. ถ้าสารที่สื่อออกไปไม่หนักแน่นและไม่เสมอต้นเสมอปลาย ก็คงไม่มีใครจำได้

15. อย่าเดินตามคนที่ทำสำเร็จแล้ว ก่อนจะทำอะไรจงหาแรงบันดาลใจของตัวเองให้เจอ จะได้ไม่ติดกับดักของการทำธุรกิจแบบ me too

16. อ่านตัวเลขเป็น ก็เห็นโอกาสมากกว่าคนอื่น บวกลบคูณหารเป็นก็พอแล้ว

17. ทางเลือกที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด ก่อให้เกิดแรงส่ง การบอกต่อแบบปากต่อปาก ไม่มีการโฆษณาไหนบนโลกดีไปกว่าวิธีนี้อีกแล้ว

18. ยิ่งตอบสนองอย่างฉับไวมากเท่าไหร่ ความไว้วางใจก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น จงเป็นคนที่สั่งงานอะไรไปแล้วไม่ต้องให้ตาม รายงานผู้บังคับบัญชาก่อน ไม่ว่างานจะเสร็จหรือไม่

19. หาวาฬของตัวเองให้เจอ และวาฬตัวนั้นมีอายุกี่ปีแล้ว อย่ารอให้วาฬตัวนี้หมดลมไปก่อน

20. ถ้าชีวิตขมขื่นนัก ก็สร้างมันเป็นธุรกิจซะ

21. ไม่มีเงินเป็นเพียงข้ออ้าง ถ้ารู้ว่าเงินไม่เยอะ ให้รู้ไว้ว่าสมองเป็นอาวุธเพียงอย่างเดียวที่มี ใช้มันเยอะๆ มันไม่พังหรอก แต่ถ้าไม่ใช้ ที่จะพังแน่ๆ คือชีวิตของเรา

22. สร้างความยิ่งใหญ่ขึ้นมาจากความเรียบง่าย ความสำเร็จไม่เคยเป็นเรื่องบังเอิญ

23. วิธีการเป็นแม่ทัพในยามสงคราม มีความคิดที่เหมาะสม ประกาศสภาวะสงคราม รวบอำนาจการบริหารบางส่วน เพิ่มความละเอียดเป็น 2 เท่า ห้ามเจ็บห้ามกลัวห้ามหิวห้ามหนาวห้ามตาย

24. บางคนเริ่มต้นจากความไม่รู้และความไม่พร้อม แต่มีหัวใจและความอึดอยู่เต็มกำลัง ขอแค่แน่ใจว่ามาถูกทางก็เดินหน้าได้เลย อาจจะช้าหน่อยแต่ขอให้อึดและอย่าหยุดวิ่ง

25. สันดอนขุดง่ายสันดานขุดยาก เราต้องรักษาระดับพลังงานให้สูงอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ มีเงินมากมายแค่ไหน หรือมีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โตเพียงใด แต่อยู่ที่การปฏิบัติหน้าที่ได้ดีเพียงใดในยามที่ไม่มีใครคอยเฝ้ามองอยู่

26. การยอมเสียกำไรระยะสั้น เพื่อแลกกับการเติบโตระยะยาวนั้นให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเสมอ วิธีคิดคือสิ่งสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ

27. สร้างสมุดบันทึกบทเรียน เพื่อไม่ให้เราทำพลาดในเรื่องเดิมๆ อีก

28. ชีวิตก็เหมือนกับการเล่นหมากรุก คนที่คิดนำหน้าคู่ต่อสู้ยอมได้รับชัยชนะ การตัดสินใจที่ดีคือ รู้เขา รู้เรา และรู้แรงจูงใจ

29. social media สามารถโหมกระพือจนเปลวไฟเล็กๆ จากไม้ขีดกลายเป็นไฟป่าได้อย่างง่ายดาย และไม่ว่าความตั้งใจตั้งต้นจะเป็นอย่างไร เราต้องรับผิดชอบต่อสารสุดท้ายที่ถูกส่งออกไป เดี๋ยวนี้จะทำอะไรต้องคิดหน้าคิดหลังสัก 5 ตลบ การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เป็นสิ่งที่เราแสดงออกอยู่ตลอดเวลา ครั้งต่อไปจะบอกอะไรกับจิตใต้สำนึกก็ระวังให้ดี

30. เวลาคือทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุด แต่น่าแปลกใจที่หลายคนใช้มันอย่างไร้ค่า

31. ชีวิตคนเราสั้นเกินกว่าจะอยู่กับสิ่งที่เราไม่มี passion การมีชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งของลมหายใจ แต่ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่มีความสุขจนทำให้ลืมหายใจต่างหาก

32. การทำธุรกิจมีความเสี่ยง เราต้องไม่เสี่ยงแบบการเล่นสล็อตแมชชีน ถ้าจะเสี่ยงต้องเสี่ยงแบบการเล่นโป๊กเกอร์ มีการวางกลยุทธ์ที่ดี

33. หัวใจของความคิดสร้างสรรค์คือการคิดเชื่อมโยง

34. วิสัยของไอเดียที่ดีจะเวิร์คก็ต่อเมื่อมันเชื่อมโยงกับตัวตนของเราได้อย่างไร้รอยต่อ

35. เป็นคนช่างสังเกต มองให้เห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น

36. เรายอมรับใน status quo และเดินตามทางที่ถูกกำหนดไว้แล้วเหมือนคนส่วนใหญ่ หรือเราเป็นคนส่วนน้อยที่ช่างสังเกตและมองหาโอกาสที่จะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ต้องเลือกให้ถูก เพราะที่ว่างเหลือน้อยและเหลือน้อยลงทุกวัน

37. ผู้เขียนเชื่อว่าประเทศหรือเมืองที่มีคนภาคภูมิใจในความเป็นชาติมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีโอกาสเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นเท่านั้น ผมอยากเห็นประเทศไทยเป็นแบบนั้นบ้าง หวังว่าวันหนึ่งจะเห็นคนไทยภูมิใจกับความเป็นชาติไทย และให้ราคากับคนไทยด้วยกันเองไม่แพ้คนชาติไหน

พออ่านจบเล่มแล้วก็รู้สึกเหมือนมีพลังกลับมา มีหลายสิ่งที่เข้ามาในหัวให้เราได้ทำ ลองทำสิ่งใหม่ๆ มีคนเคยบอกว่า มีแต่คนโง่เท่านั้น ที่อยากได้อะไรที่แตกต่างไปจากเดิม แต่ยังทำอะไรเหมือนเดิมอยู่ ฉะนั้น ถ้าอยากได้อะไรใหม่ๆ ก็ใช้ชีวิตให้มันแตกต่างไปจากเดิมเนอะ 

ป.ล. อ่านอะไรจบแล้วก็ลองบันทีึกไว้บ้าง แต่บันทึกตอนที่อ่านจบเลยก็ดี จะได้เข้าใจความรู้สึกและความคิดของเราในตอนนั้นว่า คิดอะไร รู้สึกยังไง พอกลับมาดูอีกครั้งจะได้จำได้ :) 
(นอกจากบอกคนที่เข้ามาอ่านแล้ว ก็บอกตัวเองด้วย 555)
SHARE
Writer
Jaoprangnoyy
นัก(ฝึก)เขียน
จงทำตัวเป็นไม้ขีดไฟ :)

Comments