เหตุผลที่ยังอยู่ และฉันที่ไม่อยากให้คุณหายไป
วันนี้ดูฝื...นะ
"เดี๋ยว อะไรฝืดๆนะ?" ฉันที่หูตึงหน่อยๆ เมื่ออยู่ท่ามกลางเสียงอึงอล ทำให้ได้ยินอะไรไม่ชัดไปเลย

"ดูฝืนๆน่ะ" 
คุณพูด แล้วก็เลื่อยไม้ต่อไป

หลังจากการประชุมเมื่อครู่ผ่านพ้น 
ฉัน - ในฐานะประธานชมรม - รู้สึกเหนื่อยล้า พยายามไม่คิดอะไรกับบรรยากาศร้อนแรงเมื่อครู่
จึงยังคงสงสัยว่าคุณหมายถึงอะไร 
ตอนนั้นฉันดูเฟค? ดูไม่จริงใจเหรอ? 

"ฉันชักสีหน้าในที่ประชุมเหรอ?"

ไม่

ถ้างั้น ปกติฉันเป็นยังไงล่ะ?

พอโบ้ยไป คุณก็ตอบไม่ได้เช่นกัน
บอกได้แค่ว่าสังเกตจากแววตา

?

ขี้โม้ 55555

"แต่แววตามันฟ้องจริงๆนะ" 
คุณยังคงยืนยันจริงจัง ไร้ซึ่งอารมณ์ขบขันจนฉันค้างยิ้มแห้งไว้เช่นนั้น

กิจกรรมชมรมที่เราเจออยู่ ....งานที่ใครๆก็เกี่ยงไม่ใคร่จะทำ
คนรุ่นเดียวกันก็กะแวะมาให้ความช่วยเหลือแต่เพียงแค่ครั้งคราว
.... แล้วก็แทบจะไม่มาจริงๆ
การรับมือกับความคาดหวังและแรงกดดันจากพี่ๆที่ทำมาก่อนว่ามันต้องดีแบบนี้แบบนั้น
.... บริบทบางอย่างที่ต่าง เราที่ต่าง ก็พยายามจะชี้แจง 
แต่หลายครั้งสิ่งที่ได้รับกลับมาคือ แกแค่ยังพยายามไม่พอ ,, แกมันใช้ไม่ได้ ,, ไปตามเพื่อนมาสิ
.... หวังว่าคงไม่ใช่ฉันคนเดียว ที่คิดว่าทำไมทางนั้นพูดง่ายจัง
การลากเด็กรุ่นใหม่ๆเข้ามา เท่าที่รู้จัก พวกเขาก็มักเป็นเด็กที่ติดกิจกรรมอื่นอยู่ก่อนแล้ว

เราที่ไม่ใช่สายบังคับหรือลวดลายอะไร
พอคนบอกติดธุระ ไม่ว่าง ไปสอนพิเศษ มีเรียน มีนัดทำงาน 
...เราก็ไม่ตื๊อต่อ ก็ปล่อยไป 

นอกจากนั้นก็โดนเหวี่ยงใส่เยอะมาก สารพัดจะเฟล แต่ก็งดตอบโต้เพราะไม่ใช่วิสัยเรา
พี่น่ะไม่ค่อยเหวี่ยงหรอก แต่โดนเพื่อนด้วยกันเหวี่ยงเนี่ยสิ ไม่ใคร่จะเกตเท่าไรละ

จนสุดท้ายก็ไม่ค่อยมีใครมาช่วยมากนัก
ต้องลงมือ เจียดเวลาไปทำเอง เดินวุ่นไปทั่ว

...แล้วก็ยังไม่วายโดนด่าว่าไม่ทำอะไร โยนงานเก่ง ทำอะไรช้า
เดี๋ยวนะ ก่อนหน้านี้ก็เคยมีว่า ไม่ยอมกระจายงาน?

เย้ชเข้! นุ้งตามไม่ทันแล้วพี่บัวลอย
เจ็บใจ เสียใจ แต่แม่งร้องไห้ไม่ออกอ่ะ

แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีคนๆนึงที่ไม่เคยมีข้อความข้างต้นเหล่านั้นหลุดออกมา...

จากคนแปลกหน้าที่เราเคยกลัวมาก
ไปมาคุณเริ่มโผล่หน้ามาให้เห็นบ่อยขึ้น ในขณะที่คนอื่นเริ่มอันตรธานหายไป
สุดท้ายจะว่าเหลือแค่เราสองคนในทุกๆครั้งอันนั้นก็ดูจะไม่จริงเท่าไร
เอาเป็นว่า 'สุดท้ายฉันก็เหลือแค่คุณ' มากกว่า 

เพราะงั้น ไม่ว่าจะทำอะไร ฉันก็มักนึกถึงคุณเป็นคนแรก

ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ฉันตัดสินใจฮึบทำงานชมรมต่อ
โดยที่ไม่สละตำแหน่ง ไม่ปริปากบ่นมากมาย ไม่ล้มเลิกไป
ทั้งๆที่ไม่ได้มีใครให้คำชื่นชม คำประโลมปลอบ 
ทั้งๆที่มันเหนื่อยทั้งกายใจแสนสาหัสด้วยคำบั่นทอนร้อยพัน
ทั้งๆที่แอบไปร้องไห้งอแงหลายครั้งว่าไม่ไหวแล้ว

ฉันยังอยู่...
เพียงเพราะฉันรู้ว่าจะยังมีคุณที่มาช่วยอยู่เสมอ 

ที่สุดเลยคือไม่อยากให้น้ำใจคุณเสียเปล่า
แต่พักหลังก็ชักเริ่มจะยอมรับได้แล้วว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น 555555

คุณจะถามเสมอว่า ไหวไหม? โอเคไหม?
...รู้สึกดีกว่าคำว่า 'สู้ๆ' ลอยๆของใครมากมาย
แถมด้วยวรรคทองจี้ใจดำ

"ไม่ไหวก็ไม่ต้องทำ มีใครแคร์เราบ้างไหมละ"
"มีใครแคร์ว่าเธอทำอะไรบ้างไหม ก็ไม่นะ! 

เอ่อ อันหลังนี่อยากร้องไห้มากกว่า ;w;

แล้วฉันก็จะหยุด วางทุกอย่าง และเริ่มงอแง น้อยใจ น้อยใจทุกสิ่งทุกคน
แต่สุดท้ายก็ยังดื้อดึงจะทำต่อ

คุณก็จะนิ่ง มองดูฉันที่งอแง ถอนหายใจ
แล้วก็นั่งลงมาช่วยอย่างเสียไม่ได้

วนลูปไปเป็นวงจรอุบาทว์

... นี่ๆ คนใจดีอย่างคุณจะหาได้ที่ไหนอีกนะเนี่ย~

คืนนึงที่เราออกไปธุระสองคน
เราสรวลเสกับเรื่องราวต่างๆเหมือนเดิมทุกครั้งที่ไปด้วยกัน
จู่ๆคุณก็พูดขึ้นมาว่า
จบงานนี้แล้ว เธออาจจะเกลียดผมไปเลยก็ได้นะไม่เข้าใจนักหรอกว่าคุณหมายถึงอะไร
ฉันพยายามจะซักต่อ แต่คุณกลับเงียบงัน

เหตุใดมันจึงฟังดู ...ราวกับคำลา

นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันประจักษ์อะไรบางอย่าง
หลังจากที่พ้นวาระพวกเราแล้ว
ทุกคนคงกระจัดกระจายไปคนละทาง
ฉันจะยังคงอยู่ที่เดิม
และคุณ ที่เริ่มจะทนไม่ไหวกับคนอื่นๆ
...คงหายไปจากที่นี่

ฉันจะไม่ได้เจอคุณอีกแล้ว?

คำถามมากมายที่ผุดขึ้นมา แต่ฉันก็ไม่กล้าแม้แต่จะปริปากไป จนกระทั่งรถเมล์มาจอดที่ป้าย แล้วเราก็เปลี่ยนทอปิกไปคุยเรื่องสมการอนุกรมอะไรสักอย่างของคุณ

วันนี้ก็จบงานใหญ่นั้นไปแล้ว
เราสะบักสะบอมด้วยกันทั้งคู่
ยังคงเหลือเศษหลายสิ่งให้เก็บตามเช็ดตามล้าง
เราที่อยากจะพอ ก็ตกลงกันว่า จะอดทนเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อย แล้วเราคงหายไปพร้อมๆกัน

ของฉันจะแย่หน่อย ที่ตื่นไปเรียนเช้าไม่ไหว รู้สึกหดหู่เกือบตลอดเวลา อิดโรยจากการทำงาน และรู้สึกผิดที่ทำได้ไม่ดีพอ
แต่มีตลกนิดนึงนะ ที่พอคิดว่าวันนี้จะต้องตื่นเพื่อไปสะสางงานกับคุณตอนเย็น ก็ยังพอทำให้ฉันมีแรงลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเรียนคาบบ่ายได้
...ถ้าเราสะสางทุกอย่างจบให้ได้ในเร็ววันก็คงจะดี

แล้วก็ นี่
ถ้าฉันบอกคุณว่าฉันต้องการคุณ
จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปไหม?
เราจะได้เจอกันอีกไหม?

ฉันที่ขี้ขลาด 
สบโอกาสอยากจะบอกคุณตั้งหลายครั้ง แต่ก็ยังรู้สึกผิดจากการที่ปฏิเสธคุณไปตอนนั้น
ตอนนี้เหมือนใจจะระเบิดเลย
ถ้าคุณบอกว่าคุณอ่านตาฉันออก คุณก็ต้องรู้สิ

ถ้าคุณกลัว ก็รีบหนีไปซะนะ
แต่ถ้าไม่.... 

ก็

...
อา ฉันกลัวคำตอบชะมัดเลย


SHARE
Writer
YourFluff
Roamer
Lovey-Dovey girl yay yay!

Comments