คนโลกส่วนตัวสูงไม่ได้อยากอยู่คนเดียวเสมอไปหรอกนะ

I wanna heal, I wanna feel like I’m close to something real.
I wanna find something I’ve wanted all along, somewhere I belong.

(***ไม่สามารถบอกได้ว่าคนโลกส่วนตัวสูงเป็นแบบนี้ทุกคน เพราะไม่เคยเจอสักคนเลยในชีวิต เพราะฉะนั้นเราคือความแปลกและแตกแยกดีๆนี่เอง แง๊) 


สวัสดี…เราคือคนที่เชื่อว่าตัวเองโลกส่วนตัวสูงมากๆคนนึงเลยล่ะ ซึ่งอาการเป็นยังไงน่ะเหรอ 
อืม…เรามีกำแพงที่หนาและสูงลิ่วมากยังไงล่ะ 


เรามีกำแพงเพื่อป้องกันตัวเองจากทุกอย่าง ทุกความสัมพันธ์ 
เรามักจะอยู่กับคนที่สบายใจจริงๆเท่านั้น 

เพราะหากไม่มี การอยู่คนเดียวมักเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากกว่า 


เพราะต่อให้อยู่ท่ามกลางคนรู้จักมากมาย แต่หากไม่มีใครเข้าใจตัวตนเราจริงๆสักคน มันก็ไม่ต่างอะไรกับการอยู่คนเดียวแม้แต่น้อย 

และยิ่งไปกว่านั้นการอยู่คนเดียวอาจดีซะกว่า 
เพราะเราเข้าใจตัวเองมากที่สุด ไม่อึดอัด ไม่ต้องพยายาม…ไม่รู้สึกแตกต่าง


ดังนั้นแม้ปากบอกไม่มีใครคบและไม่คบใคร 
จริงๆเราก็แค่ไม่ให้ชื่อ ไม่เทใจให้กับคนที่ไม่เข้าใจตัวเราก็เท่านั้น 
เพื่อนที่เรียกว่าเพื่อนได้จริงๆจึงมีเท่าหยิบมือ


เพราะฉะนั้นการที่มีคนที่เข้าใจเรา ชอบอะไรคล้ายๆกัน ไลฟ์สไตล์ไม่ห่างกันมาก ถือว่าเป็นเรื่องราวที่ดีเหลือเกิน เพราะการทำสิ่งที่ชอบกับคนอื่นมันดีกว่าการทำอยู่คนเดียวเป็นไหนๆ 


ใช่…คุณอ่านไม่ผิดหรอก เพราะคนโลกส่วนตัวสูงไม่ได้อยากอยู่คนเดียวขนาดนั้น บางทีเค้าอาจจะหาคนที่เค้าอยู่ด้วยแล้วสบายใจจริงๆไม่เจอก็ได้

ถ้าจะให้เห็นภาพ คำว่าเพื่อนสำหรับคนโลกส่วนตัวสูง มันก็เหมือนกับการที่เราได้เจอคนที่มาจากดาวเคราะห์ดวงเดียวกัน 

จากที่เคยรู้สึกแปลกแยกกับทุกสิ่งบนโลกใบนี้ มันก็กลับมีความหมายขึ้นมา…

ความหมายที่ว่าเค้าไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว


ซึ่งหลายคนอาจมองคนโลกส่วนตัวสูงเป็นชีวิตเดี่ยว ซึ่งนั่นก็อาจเป็นเรื่องจริง แต่เราก็ไม่ได้อยากโดดเดี่ยวเหมือนอย่างที่บอกไปข้างต้น 
เพราะชีวิตเดี่ยว…มันโดดเดี่ยวและอ้างว้าง เคว้งคว้างเหมือนเป็นฝุ่นในจักวาลนี้…
แต่เพราะระหว่างความเหงากับความสบายใจ 
คนแบบเราจะเลือกอย่างหลังเป็นคำตอบเดียวและคำตอบสุดท้าย 


และชีวิตเดี่ยวมันแย่นิดหน่อยตรงที่พอเราเหนื่อย พอเราหมดแรง เราไม่สามารถบ่นให้ใครฟังได้ 

ไม่มีคนให้ซบ ไม่มีไหล่ให้พักพิง

ไม่มีมือที่สามารถฝากความทุกข์ให้เค้าถือไว้ได้ ไม่มีDeep conversationใดๆเกิดขึ้น 


และที่น่าเจ็บปวดกว่านั้นคือเมื่อมีเรื่องดีใจอยากจะเล่าให้ใครสักคนฟัง เราก็ได้แต่เก็บความตื่นเต้นความสุขใจเหล่านั้นไว้กับตัวเพียงลำพัง 
ไม่มีใครสักคนที่เราสามารถถ่ายเทตัวเราลงไป ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ 


และกับความสัมพันธ์ที่ทำให้หัวใจเต้นอย่างมีความหมายนั้น มันจะเป็นคำว่า“เรื่อยๆ”มากกว่าการผูกมัดด้วยกรอบบางอย่าง 

อืมจะอธิบายให้เข้าใจยังไงดี 
เพราะเมื่อก่อนเราก็ไม่เข้าใจคำว่าเรื่อยๆอยู่เหมือนกัน มันดูล่องลอย ไร้จุดหมาย 

แต่ก็ใช่ มันหมายความตามนั้นแหละ 

ไม่มีอนันต์ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นความสบายใจ อุ่นใจให้กันเรื่อยๆ มีเวลาไปทำสิ่งที่ตัวเองชอบ เรื่องไหนที่ชอบเหมือนกันก็มาทำด้วยกันอะไรแบบนั้นแหละ


คนแบบเราไม่ต้องการการผูกมัดที่อึดอัด เพราะคนโลกส่วนตัวสูงต้องมีพื้นที่ให้ตัวเองหายใจ ต้องมีพื้นที่ให้ตัวเองได้อยู่คนเดียว เป็นพื้นที่ที่ได้ชาร์จพลัง เป็นพื้นที่ที่แสนปลอดภัยที่จะไม่มีใครมารบกวนการมีตัวตน


ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่าคนแบบเราจะรักใครสักคนไม่เป็น แม้เราจะบอกว่าไม่อยากผูกมัด แต่เราโหยหาใครสักคนเสมอ 

เพราะเราดีใจและอุ่นใจเวลาได้เห็นคนที่เค้าประสบความสำเร็จในความรักเดินจูงมือกัน แสดงความรักต่อกันไม่ว่ารูปแบบไหน มันเป็นเรื่องที่สวยงามสำหรับเราอยู่ตลอด 

และลึกๆแล้วเราก็หวังว่ามันจะเกิดขึ้นกับคนแบบเรา หวังอยู่ลึกๆว่าจะมีคนที่พร้อมจะอยู่กับคนแบบเราบนโลกใบนี้ 
คนที่ทำให้โลกที่เรารู้สึกว่ามันกว้างใหญ่แคบลงอีกหน่อย ทำให้คนแปลกหน้าที่เรามักจะประหม่าดูน่าค้นหาขึ้นอีกนิด 

หรือถ้าจะพูดในชัดก็คงอยากจะขอว่า 
ช่วยจูงมือเรา อยู่ข้างเรา ในโลกของเราด้วยความเข้าใจได้มั้ย มันอาจจะสวยงามไม่ต่างจากโลกไหนๆของใครหลายๆคนเลยนะ :')


จากทั้งหมดที่กล่าวมามันเป็นเพียงเศษเสี้ยวของตัวตนเราและคนโลกส่วนตัวสูงแบบเราที่อยากถ่ายทอดออกมาก็เท่านั้น มันยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เราเป็นและอาจจะยากต่อการทำความเข้าใจ

แต่สิ่งที่อยากบอกก่อนตัวหนังสือจะสิ้นสุดลงก็คือ

ท้ายที่สุดแล้วต่อให้คนโลกส่วนตัวสูงจะอยู่คนเดียวเก่งแค่ไหน ไม่ว่าเค้าจะก่อกำแพงในใจสูงระฟ้าเพียงใด แต่คนโลกส่วนตัวสูงก็ต้องการใครสักคนที่เป็นเหมือนหมอนให้เราหนุนนอนอยู่ดี 

และเชื่อเถอะว่าหลังกำแพงนั้น มันมีบ้านที่แสนอบอุ่นรอต้อนรับใครสักคนเสมอ 
เพราะคนโลกส่วนตัวสูงไม่ได้อยากอยู่ลำพังหรอก เค้าก็แค่อยากอยู่กับคนที่เค้าสบายใจก็เท่านั้นเอง :)


อย่ากลัวที่จะเข้าไปทำความรู้จักหรือเปิดใจเลยนะ คนแบบเราๆอาจจะดูเข้าใจยากสักหน่อย เข้าหายากนิดๆ 
แต่ถ้าได้ลองรู้จักแล้ว คุณอาจได้เจอเพื่อนที่ตามหาเพิ่มขึ้นก็ได้ 
เราเองก็จะพยายามทำแบบนั้นเหมือนกัน ^^



SHARE
Writer
Fahthiti
:)
I'm just me, simple as that.

Comments

fmdtsp
9 days ago
เราก็เป็นคนนึงที่มีกำแพง ห่วงพื้นที่ส่วนตัวสูงเหมือนกันค่ะ แต่ก็ยังไม่ได้จัดให้ตัวไปเป็นคนโลกส่วนตัวนะ แค่เราต้องการความสบายใจ ไม่อึดอัดเวลาอยู่ด้วยกัน แต่ก็มีส่วนน้อยที่จะเข้าใจคนอย่างเรา เพราะเค้าจะยิ่งว่าเราไม่สนใจ ไม่แคร์อะไรก็ตามด้วยซ้ำ แต่เพราะเราเป็นคนแบบนี้ทำให้หาคนที่จะเข้าใจเราได้ยากจริงๆ การที่เราเป็นแบบนี้มันไม่ได้ดูเท่เลยค่ะ บางทีกำแพงที่มีขึ้นเราอยากจะทำล้างมันด้วยซ้ำแต่ก็ยากเกินไป แค่ใครสักคนที่เข้าใจในสิ่งที่เราเป็น มาเติมเต็มช่องว่าง ความเหงา แค่นี้ก็มีค่ามากๆแล้วค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะที่ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้รู้สึกเหงาในโลกส่วนตัวอยู่คนเดียว :D
Reply
Fahthiti
7 days ago
ขอบคุณมากๆเหมือนกันน้าาที่เข้ามาอ่าน มาคอมเม้นให้อีกก/ เราก็อยากทำลายกำแพงทิ้งเหมือนกันแต่ทำไม่ด้ายย😷
poppapat
9 days ago
ใช่เราก็เป็น เข้าหาคนไม่เก่ง ผิดหวังเพราะความรักก็เรื่องโลกส่วนตัวสูงไปเนี้ยแหละ แก้ไม่ได้ด้วย😐
Reply
skygirl
9 days ago
อ่านแล้วใจหวิวเลยย นึกว่าเป็นคนเดียว ชอบมากกกกกกเลยค่ะ :)
Reply
Fahthiti
7 days ago
ขอบคุณมากเยยน้าา💛
Im3
8 days ago
เราอินกับบทความนี้มากเลย
เราจมดิ่งกับทุกๆย่อหน้า
เพราะตรงกับเราเหลือเกิน
Reply
Fahthiti
7 days ago
♡♡♡
LYNLYN
8 days ago
งืออออออเหมือนกันเลย เราสร้างกำแพงไว้บังตัวเองสูงมาก และไม่มีใครสามารถพังกำแพงนั้นได้นอกจากพ่อแม่พี่น้อง ._.
Reply
Fahthiti
7 days ago
เราว่าครอบครัวของคุณน่าจะอยู่ในกำแพงน้าา พวกเค้าน่าจะอยู่ในบ้านที่อบอุ่นหลังนั้นแหละค่ะ ไม่ใช่คนที่มาทำลายกำแพงอะไรหรอก เราก็เป็น^^ เพราะคนที่เข้าใจตัวเรามากที่สุดก็คือตัวเรา แล้วรองลงมาก็คือครอบครัวโน้ะะ