เรียกผมว่าคนโง่



ผมไม่รู้ตัวหรอกว่าตกหลุมรักเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่พวกเราเริ่มบอกฝันดีกันทุกคืน และบอกอรุณสวัสดิ์เมื่อตื่นนอน

‘เธอคงเริ่มชอบผมบ้างแล้ว’

ผมคิด
แต่ความจริง ผมก็ทำได้แค่คิดซ้ำไปซ้ำมา
รอบที่สิบ
รอบที่ร้อย
หรืออาจจะรอบที่หนึ่่งพัน
ผมก็ไม่ได้นับเหมือนกัน

อาจจะดูขี้ขลาดที่ไม่เคยบอกรักเธอต่อหน้าสักที
(ไม่นับที่พูดผ่านโทรศัพท์แล้วเธอทำเป็นไม่ได้ยินน่ะนะ) แต่ที่ขี้ขลาดกว่าผม ก็เธอนี่แหละ ที่่่่่่่ไม่เคยชัดเจนกับความสัมพันธ์นี้เลย

กำแพงที่ผมพยายามพังอยู่ตอนนี้
เธอใช้เวลากี่ปีในการสร้างมันให้สูงทึบขนาดนี้กัน

แน่นอนว่าผมท้อ 
โคตรรู้สึกแย่เลยด้วย
เพราะไม่ว่าผมจะถามกี่ครั้งว่าเธอรู้สึกยังไงกันแน่
เธอก็ตอบกลับมาด้วยประโยคเดิม ๆ 

เราก็ไม่รู้เหมือนกัน
ไม่รู้บ้าอะไรล่ะ
เธอแค่ไม่อยากพูดมันออกมาต่างหาก

ผมตะโกนบอกรักเธออยู่ตรงนี้
ไม่ได้ยินเหรอวะ
หรือไม่คิดจะฟังตั้งแต่แรกแล้วกันแน่

ผมคุกเข่าขอร้อง
อ้อนวอนให้เธอลดกำแพงบ้า ๆ นี่ลง
หรือไม่ก็ได้โปรด
เปิดให้ผมเข้าไป

เธอส่ายหน้าด้วยสายตาแน่วแน่
เธอไม่อยากให้ผมเห็นอะไรงัั้นเหรอ
เธอกลัวว่าผมจะทิ้งเธอไปเหมือนคนอื่น ๆ
แล้วเธอจะเจ็บอีกครั้งใช่ไหม

ความรู้สึกคนเรามันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เชื่อไม่ได้หรอก
เธอยึดมั่นในประโยคนี้ราวกับว่ามันเป็นคัมภีร์จากสวรรค์ 
ยึดติดกับความไม่เชื่อใจราวกับมันเป็นพระเจ้า
แต่กลับยึดถือความรู้สึกที่ผมพร่ำบอกเธอทุกวันเป็นเพียงลมปากไร้ความหมาย



ผมลองเปลี่ยนคำถาม
เผื่อเธอจะให้ความชัดเจนกับผมได้สักนิด

“ผมสำคัญบ้างไหม”
“สำคัญสิ”

เธอตอบคำถามนี้ตอนอยู่กับผู้ชายอีกคน

เจ็บ...
เจ็บจนจุกไปหลายวันเลยล่ะ

“ทำไมต้องออกไปกับผู้ชายคนอื่น”
“เธอจะได้รู้ว่าไม่ควรเสียเวลากับคนแบบเรา”

แต่ผมไม่คิดจะหนีไปไหนนี่
หยุดผลักผมออกไปสักครั้งจะได้ไหม

“โง่หรือเปล่า”

ใช่ ผมโง่
โง่มากเลยด้วยซ้ำ
โง่ที่รู้ว่าเธอไม่รัก แต่ก็ไม่คิดจะตัดใจ
โง่ที่รู้ว่าสักวันเธอจะหายไป แต่ก็ยังพยายามรื้อกำแพงนั่นลงมา
โง่ที่รู้ว่าเธอไม่เหมาะสมกับผมสักนิด แต่ก็ยังรักมากอยู่ดี


และเผื่อเธอไม่รู้...


ผมมีความสุขมากที่ได้เป็นคนโง่


(ถึงแม้การพูดประโยคนี้จะให้ผมดูโง่ขึ้นอีก
ประมาณล้านเท่่าก็ตาม)



SHARE
Written in this book
ลิมิตความหวาน 1000%
คนมีความรัก มักเป็นคนบ้า
Writer
cobaltblue
a well-wisher
I love the colour blue, as long as it reminds me of you.

Comments