เรื่องของปีที่แล้ว #2018
               มันก็ผ่านมาเกือบปีแล้วที่ฉันไม่ได้เขียน story log 
ความจริงฉันมีเรื่องมากมายที่อยากจะเขียน     อยากจะพิมพ์    
อยากจะถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดที่มี    ให้ทุกคนได้รับรู้ 
หรือเพียงเขียนให้ตัวฉันเองนั้นยังจดจำเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดได้
ถ้าคุณผ่านมาอ่าน คุณอาจจะเจอตัวของคุณเองในบทความของฉันนั้นก็เป็นได้


จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด


วันนั้นเป็นวันประกาศคะแนนของเด็กมัธยมศึกษาปีที่6 (อ่อ ฉันเป็นเด็ก61น่ะ) 
ระบบการศึกษาของไทยเปลี่ยนจาก admission เป็น TCAS ซึ่งฉันเป็นเด็กรุ่นแรก 
นับได้ว่าเป็น “รุ่นหนูทดลอง” เลยก็ว่าได้ รู้คะแนนก่อนใช้ว่าจะไม่มีความเหลื่อมล้ำ 
เพราะมันเกิดการ “กั๊กที่

ฉันจะไม่โทษบุคคลที่กั๊กที่ แต่ฉันขอคาดโทษบุคคลที่ทำให้มีช่องว่างในส่วนนี้ 
มันแย่มากนะคะ ในขณะที่คนได้คะแนนสูงติดหมดทุกที่ แต่คนที่ได้คะแนนต่ำกว่านั้นไม่มีสิทธิ์ติดเลย 
แม้ว่าคะแนนจะถึงเกณฑ์ของคณะที่อยากเข้า แต่ไม่ติด มันน่าเศร้านะ ฉันขอไม่อธิบายเพิ่มไปมากกว่านี้ และหวังว่าผู้ที่มีบทบาททางการศึกษาจะทำให้เด็ก 62 นั้น มีการสอบเข้าที่ดีกว่า

มันเริ่มจากที่คะแนนo-net ประกาศ

-สัตวแพทย์คืออาชีพในฝันของฉัน ฉันฝันถึงอาชีพนี้มานาน 9 ปี 
และความฝันก็ดับลง เพราะฉันไม่ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่แรก 

-ฉันได้คะแนนo-net ไม่ถึง60%

-ฉันเจ็บปวด  ฉันไม่สามารถพาตัวเองไปถึงจุดที่ฉันต้องการได้

คะแนนกสพท.ประกาศ

-ฉันได้คะแนนกสพท. มากพอที่จะติดสัตวแพทย์ได้ แต่ฉันกลับยื่นคะแนนนั้นไม่ได้ เพราะo-netฉันไม่ถึง60%
-ฉันเริ่มหัวเราะกับตัวเอง โลกแม่งแย่กับกูขนาดนั้นเลยเลยหรอวะ มีสิทธิ์เข้าด่าน2 แต่ด่าน1 เสือกไม่ผ่าน
-ฉันโทษใครไม่ได้ ฉันต้องโทษตัวฉันเอง เพราะฉันเป็นคนกาข้อสอบเอง คะแนนคือผลของการกระทำของฉันเอง

-ฉันเศร้า ฉันไม่อาจยอมรับได้ว่า ฉันไม่ติดสัตวแพทย์ 

  เมื่อปีนี้ฉันไม่ติดสัตวแพทย์ แต่ชีวิตฉันก็ต้องเดินต่อไป ฉันยื่นคะแนน 9 วิชามัญของฉันในรอบ3
ยื่นเข้าคณะที่มีสาขาแห่งเดียวในประเทศ และรับนักศึกษาเพียง 30 คน ของมหาลัยสีเขียวอันดับ1ของประเทศไทย 

ฉันติด


ฉันภูมิใจในตัวเองนะ แต่อย่างไรสัตวแพทย์ก็คือที่สุดของฉัน 
ฉันอยากเป็นมาตั้ง 9 ปี ซิ่วเพื่อฝันอีกซักครั้งจะเป็นไร…


                                                                               แต่ฉันคิดผิด

เมืื่อฉันได้เข้ามาอยู่ในรั้วสีเขียวแห่งนี้ 
ฉันค้นพบผู้คนมากมาย
ฉันค้นพบตัวตน อีกด้านของตัวฉันเอง
ฉันเรียนรู้ที่จะเติบโต
ฉันเข้าใจในทุกๆความเป็นไปของสิ่งรอบกาย
           
                                           
                                           
                                            “ฉันเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน”





ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ที่ทำให้ฉันได้มาอยู่ที่แห่งนี้   

 ได้มาเจอมิตรภาพที่ฉันไม่เคยพบเจอมาก่อน


ฉันอยากขอบคุณทุกสิ่ง ที่ทำให้ฉันมาอยู่จุดนี้ 

 แม้ตอนแรก ฉันจะฟูมฟายกับสิ่งที่ฉันไม่ได้ดั่งหวัง

แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ฉันคิดว่าผิดหวัง กลับทำให้ฉันได้มาอยู่กับจุดที่เหมาะสมที่สุด...





ปล1.ขอบคุณตัวเองมากด้วย ที่ผ่านจุดหัวเลี้ยวหัวต่อมาได้ 

ปล2.ฉันคิดว่าทุกอย่างไม่ใช่ความบังเอิญ คุณที่กำลังอ่านบทความของฉันก็ด้วย   





                                                                    :)
























 











SHARE
Writer
Ppdd44
Uncertainty : Me
"เราชอบยิ้มนะ แต่คงไม่ใช่ตอนนี้"

Comments