[BL] บันทึกชีวิตประจำวันของเมิ่งซีเหยียน 1
บันทึกเรื่องราวปีที่ 1215 ณ แดนสวรรค์

   เสียงเปาะแปะของหยดน้ำฝนที่พร่างพรมลงบนพื้นหินอ่อนสะท้อนกึกก้องไปมาทั่วหุบเขา ท้องฟ้าปกคลุมด้วยเมฆฝนดำครึ้มดุจน้ำหมึก จวนของเทพจิ้งจอกไร้พ่ายคล้ายจะเงียบเหงาลงไปถนัดตาเมื่อเทพรับใช้และทหารยามได้จากไป เหลือเพียงเจ้าของจวนกับน้ำชาหนึ่งกาบริเวณริมหน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปเห็นสวนเขียวขจีและบ่อน้ำที่มีดอกบัวบานสะพรั่งสดใสขัดกับสภาพอากาศอันหม่นหมอง

   "เหลือเพียงข้าผู้เดียวแล้วหรือนี่" ใบหน้าของเทพจิ้งจอกไม่ยินดียินร้าย เขาเป็นบุรุษเพศร่างสูงสง่า ผิวพรรณขาวผ่องดุจกลีบบัว ใบหน้าหล่อเหลาดุจสลักจากหยกด้วยความประณีตละเอียดอ่อน ทั้งริมฝีปากหยักลึกอวบอิ่ม จมูกโด่งเป็นสันปลายหยดน้ำ นัยน์ตาเหยี่ยวคมกริบแฝงความนุ่มนวลด้วยแพขนตางอนหนา เรือนกายกำยำแต่โปร่งเพรียวคล่องแคล่ว องค์ประกอบทั้งมวลเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่สามารถทำให้บุรุษและสตรีมาก มายต้องยอมสยบแทบเท้า คำกล่าวที่ว่า เพียงหนึ่งยิ้มล่มเมือง นั้นเหมาะสมกับเทพจิ้งจอกหนุ่มมากกว่าผู้ใดทั้งสิ้น

   เมิ่งซีเหยียน เทพจิ้งจอกเก้าหางวัยหนึ่งพันสองร้อยปีเป็นบุตรของอดีตเทพจิ้งจอกหญิงกับเง็กเซียนฮ่องเต้องค์แรกผู้ก่อตั้งแดนสวรรค์ ทั้งสองต้องการบุตรสายเลือดบริษุทธิ์ซึ่งมีพลังแกร่งกล้าเพื่อปกป้องแดนสวรรค์ในกาลก่อน เนื่องจากแดนปีศาจมักจะลอบเข้ามาก่อความวุ่นวายและหาทางบ่อนทำลายอยู่เสมอ เพื่อการ นั้นเง็กเซียนฮ่องเต้จึงมีบุตรมากถึงยี่สิบองค์ เป็นชายเก้า หญิงสิบเอ็ด พากันค้ำจุนจนแดนสวรรค์มั่นคงในช่วงสิบปีก่อนหน้านี้ จากนั้นจึงพากันเดินไปตามทางของตน พี่น้องชายแยกย้ายกันตามความชอบ บ้างออกเดินทาง บ้างแยกตัวไปอยู่สันโดษ บ้างทำงานทำการเป็นขุนนาง พี่น้องสตรีก็แต่งงานกันจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงเขา เมิ่งซีเหยียน ที่ยังคงจับดาบถือธนูเป็นแม่ทัพปกป้องแผ่นดินเฉกเช่นเมื่อพันปีก่อนไม่เปลี่ยนแปลง

   กระทั่งไม่นานมานี้ องค์รัชทายาทได้ตัดสินใจยึดกุมกองกำลังทหารกลับคืนโดยการบีบเขาให้สละตำแหน่งแม่ทัพสวรรค์เสีย ทำให้เขามองเห็นเค้าลางความหายนะของผู้มีอำนาจขึ้นมา เมิ่งซีเหยียนจึงตัดสินใจสละตำแหน่ง ปลดข้ารับใช้ทุกตน และตนเองก็จะเดินทางหาเรือนหลังใหม่อยู่อาศัยอย่างสันโดษเช่นเดียวกับพี่น้องตนอื่นๆ

   นึกไปแล้วชีวิตอิสรเสรีเช่นนั้นก็ไม่ได้ย่ำแย่อันใด นึกอยากกินก็กิน อยากนอนก็นอน ไม่จำเป็นต้องทำเพื่อผู้อื่นอีกต่อไป นับแต่นี้ก็มีชีวิตเพื่อตนเองเท่านั้น ไม่เลว ไม่เลวเลย

   สายฝนค่อยๆ ซาลง ไม่นานท้องฟ้าก็โปร่ง เมฆฝนพลันกระจายหายไป แสงตะวันสาดส่องลงมา แต่คนกลับไม่อยู่รอดูเสียแล้ว ทิ้งไว้เพียงกาน้ำชาและถ้วยชาที่เย็นชืดริมหน้าต่าง จวนที่เคยคึกคักพลันไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตโดยสิ้นเชิง

   .....

   "ไม่เลวทีเดียว!"

   เมิ่งซีเหยียนยิ้มพึงพอใจ เขายืนมองเรือนไม้ขนาดใหญ่กินพื้นที่ราวสองไร่ ตัวเรือนสร้างจากไม้ท้อโบราณทำให้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งรอบด้านยังปลูกต้นไผ่และต้นแปะก๊วยล้อมรอบทำให้สวยงามไปอีกแบบ แม้จะไม่ได้ประณีตน่าตื่นตะลึง ทว่าก็สวยงามกลมกลืนกับผืนป่าแห่งนี้มากกว่าจวนแม่ทัพนัก


   นับแต่นี้...นี่คือบ้านใหม่ของเขา



SHARE
Written in this book
[นิยายแต่งเอง]
แล้วแต่อารมณ์ นึกอยากเขียนก็เขียน '^'
Writer
Night-Sky
Unknown
"See at the Star in the Sky -- and say what do you want to do?"

Comments