"ความสัมพันธ์และการตัดสินใจ"
      "วันนี้สนุกมาก ขอบคุณนะ คุณดีกับเรามาก คุณทำในสิ่งที่เราฝันจะได้จากคุณมาตลอด แต่..."

      ...แต่เสียดาย ที่คุณไม่ได้ให้เราแค่คนเดียว...




2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้



'อยู่ที่ XXX นะครับ'

                  'รับทราบค่ะ อย่าดื่มหนักมากนะ ^^'

'(ส่งรูป)'

'ส่งมายั่วให้คนแถวนี้หิว'

                   'บ้าที่สุดเลย ไปได้แล้ว 5555'


      เราพิมพ์ตอบแชทของคุณ ก่อนจะกดเข้าไปดูรูปที่คุณส่งมาให้ แล้วก็ต้องใจหาย

      รูปเครื่องดื่มที่คุณส่งมาไม่มีอะไรผิดแปลก

      แต่ที่แปลกคือมือที่ถือต่างหาก...

      ...คุณไม่ได้ไว้เล็บยาวแบบนี้...

      เราเพิ่งไปเที่ยวด้วยกันมาเมื่อวันก่อน มือที่ป้อนไอศครีมให้เรา ทำไมเราจะจำไม่ได้ ว่าคุณไม่ได้ไว้เล็บยาว เพราะมันทำให้คุณพิมพ์งานไม่ถนัด

      ...แล้วนั่นมือใคร...

      line~

      เสียงแชทไลน์ดังขึ้นมา ก่อนที่เราจะสไลด์หน้าจอเพื่อเข้าไปอ่านแชทของเพื่อน


'แก เห็นนี่หรือยัง?'

'(ส่งรูป)'

                                          '...'

'โอเคมั้ย? อย่าเพิ่งเชื่ออะไรง่าย ๆ นะ'

                                          'ไม่หรอก'

                                          'แค่นี้ก็ชัดแล้ว'

'...'


      เราปิดหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดหน้า แล้วเสยผมขึ้นไป สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะตั้งสติแล้วเรียบเรียงเรื่องราวทั้งหมด

      เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เราไปเดินเที่ยวที่ตลาดใกล้บ้านคุณ และเพื่อนเราที่เปิดร้านขายอาหารอยู่ที่นั่น ก็ได้ถ่ายรูปส่งมาให้เราดูว่า วันอังคาร คุณไปเดินตลาดกับผู้หญิงคนอื่น

      เราไม่เล่น ig และ facebook เพราะงานเราหนักเกินกว่าจะมานั่งอัพเดตอะไรบ่อย ๆ เราจึงไม่รู้เลยว่า

      ...คุณลง ig story ไปเที่ยวกับผู้หญิงคนอื่น...

      แม้เป็นเพียงแค่รูปสถานที่ ไม่มีข้อความชวนคิดอะไร แต่ในใจลึก ๆ เราเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์

      ประกอบกับที่เพื่อนเราเจอ ig ของผู้หญิงคนนั้น เธออัพรูปคู่กับคุณได้ช่วงระยะหนึ่งแล้ว ไม่รวมกับที่เธอมักจะชอบลง ig story ว่า วิดีโอคุยกับคุณทุกวัน ตั้งแต่ 20.00 - 22.00 น.

      ...เราหน้าชา...

      เพราะเวลา 22.00 - 00.00 น. คือเวลาที่คุณมักจะมาคุยกับเรา คุณบอกว่าคุณเพิ่งทำงานเสร็จ และเพราะเราเชื่อใจคุณมาก เราจึงไม่รู้เลยว่า

      ...งานที่คุณว่า คือแบบนี้...




1 วันก่อนหน้านี้



      หลังจากรวบรวมหลักฐานทุกอย่างครบแล้ว จึงรับรู้ได้ว่าทุกอย่างคือเรื่องจริง

      เราไม่ได้ทานข้าวตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ เพราะหลังจากที่ปะติดปะต่อเรื่องราวได้ เราก็ชาเกินกว่าจะทำอะไรทั้งนั้น

      แต่คุณก็ยังทำตัวเหมือนเดิม คุยกับเราเหมือนเดิม และชวนเราไปเที่ยวในวันพรุ่งนี้

      ทำตัวปกติ ทั้งที่คุณโกหกเราเนี่ยนะ...

      เราพยายามไม่ร้องไห้ แต่ลึก ๆ ในใจเราพังไปหมดแล้ว ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ตลอดเวลาที่คุยกับเรา คุณมีอีกกี่คนซ่อนไว้เหรอ...

      เรามองของขวัญที่เราทำขึ้นมาเพื่อให้คุณในวันครบรอบของเรา เป็นของขวัญที่เราตั้งใจทำมาก มันมีรูปตั้งแต่แชทแรกของเรา ภาพตอนที่เราไปเที่ยวด้วยกัน และความทรงจำอีกมากมายเก็บไว้ในนั้น

      เสี้ยวหนึ่งในความคิด ที่เราหยิบมันขึ้นมา ปลายนิ้วทั้งสิบจรดลงบนกระดาษแล้วจะฉีกมันออกเป็นชิ้น ๆ

      ...แคว่ก...

      เสียงกระดาษที่ขาดเล็กน้อยดึงสติเรากลับมา เราวางมันไว้ที่เดิม ก่อนจะเริ่มนับหนึ่งในใจ

      ไม่ได้หรอก...

      ...แค่นี้น่ะ คุณไม่มีทางรู้สึกหรอก...



      เราหยิบชุดในตู้ออกมา เพื่อดูว่าชุดไหนที่จะเหมาะใส่ไปหาคุณเป็นครั้งสุดท้ายที่สุด


      ชุดกระโปรง? ไม่ล่ะ หวานไป

      เสื้อยืด กางเกงยีนส์? ไม่ล่ะ เรียบไป

      เสื้อเอวลอย? ไม่ล่ะ มันจงใจเกินไป

      กระโปรงสั้น? ไม่ล่ะ เราไม่เคยใส่

      ...เดี๋ยวนะ ไม่เคยใส่งั้นเหรอ...




6 ชั่วโมงก่อนหน้า วันปัจจุบัน



      'ถึงไหนแล้วคะ?'

      'ติดธุระตอนเช้าน่ะ ขอเลื่อนเป็นตอนบ่ายนะ'

      'ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา'

      'ยังไม่ได้มารอใช่มั้ย?'

      'ยังค่ะ เรายังอยู่บ้านอยู่เลย'

      'ครับ แล้วเจอกัน'

      'อย่าลืมหาอะไรรองท้องด้วยนะคะ'

      ติ๊ด~

      เรากดวางสาย ก่อนจะเงยหน้ามองสวนสาธารณะที่มีคนมาวิ่งอยู่ประปราย แล้วหยิบหูฟังมาฟังเพลงเพื่อรอคุณ เพราะเราออกมาแล้ว ดังนั้นจะให้เดินทางกลับบ้านไป มันก็ขี้เกียจไปหน่อย

      ...1 ชั่วโมงผ่านไป...

      ...2 ชั่วโมงผ่านไป...

      ...3 ชั่วโมงผ่านไป...

      ...4 ชั่วโมงผ่านไป...

      'อ้าว มาแล้วเหรอ รอนานมั้ย?'

      'ไม่นาน เราเพิ่งมาถึงเอง'

      เราเลือกที่จะโกหกคุณ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดที่มาสาย

      ไม่เป็นไรหรอก เราให้คุณได้... เพราะวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของพวกเราแล้ว...

      คุณชะงักมองเราที่อยู่ในชุดเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์แขนยาวสีเทาอ่อนความยาวเหนือเข่ามาคืบกว่า ๆ และโชคเกอร์สีดำสนิทที่ตัดกับลำคอขาว ๆ ของเราที่มีสายสีดำเส้นหนึ่งลากยาวลงมาจนหายเข้าไปในคอเสื้อ

      เพราะทุกครั้งที่มาเที่ยวกัน เรามักจะแต่งตัวตามสบาย หรือใส่ชุดน่ารักเรียบร้อย เพื่อเวลาพบคนรู้จัก จะได้ไม่เขินมากนัก

      ...แต่ ณ วันนี้มันไม่จำเป็นแล้ว...

      พวกเราไปกินอาหารง่าย ๆ ทันทีที่เราวางอาหารลงบนโต๊ะ แต่ไม่มีน้ำดื่ม เราจึงเอ่ยปากถามคุณ

      'เอาน้ำอะไรดี เดี๋ยวเราไปซื้อให้'

      'ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวเราไปซื้อให้ดีกว่า อยากกินน้ำอะไรล่ะ?'

      'คาปูชิโน่เฟรปเป้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ~'

      คุณเดินไปซื้อน้ำ เราหลุบตาต่ำเบา ๆ เพื่อสะกดกั้นความรู้สึกไว้

      ...จะใจอ่อนไม่ได้เด็ดขาด...

      'มาแล้วครับ'

      'ขอบคุณมากนะคะ'

      พวกเราเริ่มลงมือกินอาหารกัน ก่อนที่เราจะนึกขึ้นมาได้ว่าลืมหยิบช้อน คุณสบตาเรา ก่อนจะแตะมือเราเบา ๆ แล้วลุกไปหยิบช้อนมาให้เรา

      เรารับช้อนมา ก่อนจะก้มหน้ากินข้าวไปเงียบ ๆ ระหว่างเราไม่ได้มีบทสนทนาอะไรมากมายนัก จนเมื่อเรากินข้าวเสร็จ

      พวกเราไปซื้อตั๋วหนังกัน เป็นเรื่องที่คุณอยากดู แม้ว่าเราจะไม่ชอบหนังแนวนี้ แต่เราก็ยิ้ม และเลือกที่นั่งพิเศษแบบโซฟา

      ดูเหมือนพวกเราเป็นคู่รักที่รักกันที่สุดในโลก

      แต่ในแววตาคุณคู่นั้น ก็มีแววตาที่อ่านไม่ออก

      และในรอยยิ้มหวานของเรา ก็มีแต่ความเศร้า

      พวกเราดูหนังกันไป เราแกล้งหัวเราะไปตามมุขตลกของหนัง และอุทานบ้าง ในบางฉาก เพื่อให้ดู 'อิน' ไปกับสถานการณ์นี้

      คุณหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาลูบผมเรา และดึงเราเข้าไปซบไหล่คุณ ราวกับจะปลอบประโลมเราไม่ให้ตื่นตกใจในหนังที่กำลังดูอยู่

      เราเอนศีรษะไปซบคุณช้า ๆ แล้วเหยียดยิ้ม...

      ...ใครสนกันล่ะ?...

      ความรู้สึกเรามันชาไปตั้งแต่รู้ว่าคุณทรยศแล้ว



      หลังจากหนังจบ พวกเราเดินออกมา แล้วเชือกรองเท้าหนังสีน้ำตาลของเราหลุด เราจึงก้มลงไปผูกเชือกรองเท้า ทว่าไม่ทันคุณ...

      คุณก้มตัวลงมานั่งคุกเข่า และผูกเชือกรองเท้าให้เรา เราก้มมองการกระทำนั้นเงียบ ๆ ก่อนจะเบนสายตาหนี เมื่อคุณเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เรา

      พวกเราเดินกุมมือกันอย่างอ่อนโยน พร้อมด้วยรอยยิ้มประดับบนใบหน้า เรายังคงยิ้มและพูดคุยกับคุณเหมือนปกติ ราวกับไม่เคยรับรู้อะไร

      คุณพาเรามาที่ร้านขนมร้านโปรดของเรา ก่อนจะสั่งสารพัดเมนูของหวานที่มีมันม่วงเป็นส่วนประกอบหลัก เพราะจำได้ว่าเราชอบสีม่วง

      เรายิ้มหวาน พลางสั่งอเมริกาโน่ร้อน ที่คุณชอบดื่มมันนักหนามาเพื่อช่วยคุณดับเลี่ยน

      หลังจากนั้นคุณพาเราไปเลือกซื้อเสื้อผ้า เราแปลกใจนิดหน่อย เพราะปกติคุณไม่เคยมาช่วยเราเลือกซื้อเสื้อผ้าเลย แต่ในวันนี้คุณกลับพาเราเข้าออกร้านเสื้อผ้า และซื้อชุดให้เราเป็นว่าเล่น

      เราจึงพาคุณเข้าร้านเสื้อผ้าผู้ชาย แล้วเลือกเนคไทให้เข้ากับเสื้อเชิ้ตสุดเนี้ยบ ในสไตล์ที่คุณชอบ

      'ผูกให้หน่อยสิ'

      'ก้มหน้าลงมาหน่อยสิคะ เราผูกไม่ถึง'

      'ก้มระดับไหนเหรอ?'

      คุณถาม ก่อนจะแกล้งก้มหน้ามาใกล้เรา จนเราต้องเบนหน้าหนีด้วยความอาย และยิ่งเขินเข้าไปใหญ่เมื่อคุณหอมแก้มเรา

      'บ้าน่ะ! ถอยออกไปเลยนะ'

      เราผลักคุณออกไป ก่อนจะก้มหน้างุด เมื่อเห็นพี่พนักงานแอบก้มหน้าอมยิ้ม

      หลังจากที่เราซื้อเสื้อผ้ากันจนพอใจ ก็ได้เวลากลับบ้านกัน

      ...และแน่นอน ได้เวลาจบเรื่องนี้สักที...

      'วันนี้ไอศครีมมันม่วงอร่อยเนอะ'

      'ใช่เลย ร้านเต็มไปด้วยสีม่วง น่ารักกก'

      'จำได้ว่าชอบ เลยพาไปร้านนี้'

      'จำได้ด้วยอะ ดีใจจัง'

      ...แต่จำไม่ได้เหรอ ว่าเราไม่ชอบกินไอศครีม...

      'จะว่าไป ช่วงนี้มีหนังน่าดูเยอะเลยนะ'

      'ประโยคบอกเล่า หรือ ประโยคเชิญชวนคะ?'

      'แน่นอนว่าต้องชวนสิ คราวหน้าจะพามาดูอีก'

      เรายิ้ม ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

      ...ถ้าหลังจากนี้แล้วคุณยังอยากเจอเราน่ะนะ...

      

      บรรยากาศในรถเงียบไป ก่อนที่คุณจะเปิดเพลง แล้วดึงมือเราเข้าไปจับไว้

      ระยะทางบนทางด่วนที่เต็มไปด้วยรถและการจราจรที่ติดขัด ทำให้เรายังมีเวลาเหลือ ในการทบทวนตัวเอง ว่าตัดสินใจมาดีแล้วหรือยัง

      'แกจะเสียใจทีหลัง ที่เลือกทำแบบนั้น'

      'ไม่หรอก ถ้าเป็นเรา เราก็จะทำแบบนั้น'

      'ให้มันจบไปเลย ดีกว่ายืดเยื้อคาราคาซังนะ'

      'เจ็บไปเลยทีเดียว ถ้าอยู่แบบนี้ก็ไม่มีความสุข'

      'แต่คบกันมานานนะ คิดดูอีกทีมั้ย?'

      ...ฯลฯ...

      สารพัดคำแนะนำจากเพื่อนผุดขึ้นมาในหัวเรา หลายคนหลายความคิด มีทั้งเพื่อนที่บอกให้เราตัดใจและจบเรื่องนี้ และเพื่อนที่บอกให้เราใจเย็น และรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้

      แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหนเพื่อนก็จะอยู่ข้างเรา

      ระยะใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนกระทั่ง ใกล้ถึงบ้านเราเข้าไปทุกที เวลาใกล้เข้ามาแล้ว เราจึงเริ่มเอ่ยปาก พลางนึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้ที่ย้ำชัด ว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริง

      ...คุณหลอกเรา...


      'แน่ะ คุยกับสาวที่ไหนอยู่คะ?'

      'อ๋อ ช่างประปาน่ะ เขาจะมาซ่อมพรุ่งนี้'

      'แซวเล่นค่ะ เรารู้ คุณน่ะไม่โกหกเราหรอก'

      คุณเงียบไปก่อนจะเอ่ยปากตอบ

      '...ใช่แล้วล่ะ'

      เราหลุบตาลงต่ำเพื่อซ่อนน้ำตาร้อน ๆ ที่รื้นขึ้นมา ก็จะไม่ให้ร้องได้ไงล่ะ ในเมื่อชื่อในแชทเมื่อกี๊...

      +++Nan+++

      ...

      'ขอรับโทรศัพท์แป๊บนะ'

      'อือฮึ'

      คุณเดินออกไปรับสาย

      'ฮัลโหล ว่าไงครับ...'

      เรามองคุณ ก่อนจะเหลือบสายตามองรายชื่อในโทรศัพท์นั้น

      +++June+++

      ...

      พวกเรานั่งทานไอศครีมกันอยู่ แล้วคุณก็ถ่ายรูปไอศครีมนั้น อัพ story ในแอพหนึ่ง ที่เราพอจะรู้ว่ามันคือ ig แม้ว่าเราจะไม่ได้เล่นก็ตาม

      เราอมยิ้มเล็กน้อย ที่ได้อยู่ใน ig story คุณ

      ...แต่เปล่าเลย...

      คุณส่งรูปนั้นเข้าแชทใน ig ก่อนจะพิมพ์ประโยคตอบไปว่า

      'มาคนเดียวครับ'

      ...เราหน้าชา...

      นี่มันต่อหน้าเราเลยนะ ทำไมคุณถึง...

      เหมือนคุณจะรู้ตัว จึงยกหน้าจอขึ้นสูงเพื่อพิมพ์ตัดบทก่อนจะหันมาตักไอศครีมป้อนเรา

      แต่ชื่อใน ig เมื่อกี๊...

      +++Meow+++

      ...

      น้ำตาเราไหลออกมาเป็นสาย ไม่คิดว่าคุณจะทำกับเราแบบนี้ แย่ยิ่งกว่าคือคุณยังหลอกเราเรื่อย ๆ 

      ...คุณทำแบบนี้ได้ยังไง...

      ...คุณทำแบบนี้กับเราได้ยังไงเหรอ...

      ...ไม่สงสารใจเราจริง ๆ เหรอคุณ...

      เราหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาแกล้งซับเหงื่อ ทั้งที่ในรถนั้นมีแอร์เย็นเฉียบ แต่ความจริงเรากำลังซับน้ำตา และกัดริมฝีปากสุดความสามารถ เพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นดังไปถึงคุณ

      คุณเอื้อมมือไปเปิดเพลง กดเลือกซักพัก ก่อนจะปล่อยให้เมโลดี้หวาน ๆ ลอยคลอไปทั่วรถ

      มันเป็นเพลงรัก ที่คุณมักเปิดให้เราฟังบ่อย ๆ เราสะอื้นหนักกว่าเดิม

      ...ใจร้าย...

      ...คุณมันใจร้ายที่สุดเลย...

      เราเช็ดน้ำตาก่อนจะเก็บผ้าเช็ดหน้าเข้ากระเป๋า ตั้งใจให้แอร์เย็น ๆ เป่าไล่น้ำตาของเราให้แห้ง เพื่อที่เวลาพูด จะได้ชัดเจน ไม่สะอึกสะอื้นหรือเสียงสั่น

      มือของคุณเลื่อนมาวางทับมือของเราทั้งสองข้าง ไม่รู้ว่าเพราะมือคุณใหญ่หรือมือเราเล็ก แต่นั่นมันทำให้คุณกุมมือทั้งสองข้างของเราไว้ได้ในมือเดียว เราน้ำตาไหลอีกครั้ง เมื่อคุณใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือลูบแผ่วเบาบนมือเราราวกับจะปลอบประโลม

      และยิ่งสะอื้นหนักเข้าไปอีก เมื่อน้ำตาไหลลงมา แล้วเราจะยกมือขึ้นมาเช็ด คุณกลับดึงมือเราไว้ แม้เพียงแผ่วเบา แต่มือเรากลับหนักอึ้งจนยกไม่ขึ้น

      ได้แต่ปล่อยน้ำตาให้มันไหลรินอยู่แบบนั้น

      ...จนกระทั่งมันหยดลงบนมือคุณ...

      ...แต่คุณก็ไม่ได้ดึงมือออก...

      ...และไม่ได้ปล่อยให้เราเช็ดน้ำตา...

      ...ใจร้ายจังนะคุณ...

      
      จนกระทั่งถึงทางเข้าบ้านเรา เราจึงตัดสินใจเอ่ยปากพูด

      "ขอบคุณมากนะคะ สำหรับวันนี้"

      "ขอบคุณอะไรกันฮึ?"

      "ก็วันนี้สนุกมาก ขอบคุณนะ คุณดีกับเรามาก คุณทำในสิ่งที่เราฝันจะได้จากคุณมาตลอด แต่..."

      ...แต่เสียดาย ที่คุณไม่ได้ให้เราแค่คนเดียว...

      ทันใดนั้น ภาพเหตุการณ์เก่า ๆ ก็ผุดขึ้นมา


      'โอ๊ย!'

      'เป็นไงบ้าง?'

      'ลื่นน่ะ โขดหินนี้ลื่่นชะมัด'

      'มา เดี๋ยวเราทำแผลให้'

      คุณเข้ามาพยุงเราขึิ้นก่อนจะก้มลงไปล้างเศษดินโคลนและใบไม้ที่เปื้อนขาเรา แล้วใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง ก่อนจะพาเราไปนั่งในบริเวณที่ปลอดภัย ใส่ยาที่แผลให้แล้วก้มลงมาเป่าลมใส่แผลเรา

      'โอมเพี้ยง! เนี่ย เดี๋ยวแผลก็หายแล้ว'

      'ไม่ใช่เด็ก ๆ ซักหน่อย!'

      'เด็กสิ เด็กดื้อที่ซนจนได้แผล'

      'ไม่ดื้อนะ!'

      'เนี่ยเถียงอยู่เนี่ย เรียกว่าดื้อ'

      'ไม่ดื้อ!'

      ...

      'ฮือออ เราสอบตกวิชานี้อีกแล้ว'

      'ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวเราติวให้ ผ่านแน่นอน'

      'ไม่มีค่าจ้างนะคะติวเตอร์~'

      'คิดราคาเป็นอย่างอื่นครับ'

      'อะไรคะ?'

      ฟอดดด

      'เอ๊~ หอมแก้มอีกแล้ว กว่าจะติวเสร็จแก้มช้ำกันพอดี'

      'หึ ๆ '

      ...

      'ทำไมไม่กินผักล่ะ มันมีประโยชน์นะ'

      'ก็มันขมอ่า'

      'กินซักนิดเถอะนะ มา เดี๋ยวป้อน'

      'ป้อนก็ไม่เอา เราไม่อยากกินผัก'

      'ถ้ากินผักหมดจาน จะพาไปเที่ยว'

      '...'

      'ดีมากครับ ทีนี้ก็มาเริ่มกินผักกันเลย'

      ...

      'เราไม่เคยมาตลาดนัดกลางคืนเลยอะ'

      'ตลาด XXX?'

      'ไม่เคยมา'

      'ตลาด YYY?'

      'ไปไม่เป็น'

      'ตลาด ZZZ?'

      'ไม่รู้จัก'

      'เดี๋ยวจะพามาให้หมดเลย อยากไปไหน อยากกินอะไรก็บอก จะพาไปเที่ยวในทุกที่ที่อยากไป จะพาไปกินอะไรในทุกอย่างที่อยากกิน ดีมั้ย?'

      'สัญญาแล้วนะคะ'

      'แน่นอน สัญญา ^^'

      ...

      'กลับแล้วนะคะ~ วันนี้สนุกมากเลยล่ะ'

      'คราวหน้าไปด้วยกันอีกนะ'

      'โอเคค่ะ!'

      ...

      'ตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็เป็นแบบนี้ เป็นแบบนี้ตลอด แล้วจะให้เราเชื่อคุณได้ยังไง ว่าเราจะไม่เจ็บอีก ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมา เราร้องไห้มาพอแล้วนะ เราไม่อยากเสียใจเรื่องคุณอีกแล้ว'

      'ขอโทษนะ'

      '...'

      'ขอโทษที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำตัวเย็นชาและทำร้ายความรู้สึกมาโดยตลอด...'

      '...'

      '...ถ้าตอนนี้จะบอกว่าเพิ่งรู้ตัวเอง และสำนึกได้แล้ว เลยจะมาขอโอกาสอีกครั้ง จะให้โอกาสเรามั้ย?'

      '...'

      '...'

      ...สุดท้าย เราก็แพ้คุณอยู่ดี...

      '...ตกลงค่ะ'

      ...

      'อยู่ด้วยกันแบบนี้ไปนาน ๆ นะ'

      'รับทราบครับผม'

      'เราชอบที่อยู่กับคุณนะ ชอบคุณด้วย'

      'ต่อจากนี้ไป ก็จะอยู่ด้วยกันไปเรื่อย ๆ อย่าเพิ่งรีบเบื่อกันไปซะก่อนล่ะ'

      'เราจะเบื่อคุณได้ยังไงคะ เราเป็นฝ่ายตามจีบคุณก่อนนะ คุณน่ะ ทั้งเย็นชาและซื่อบื้อ กว่าจะรู้ตัวว่าเราตามจีบอยู่นี่นานมากเลยนะ'

      'แน่ใจเหรอ?'

      'คะ?'

      'แน่ใจเหรอ ว่าตอนนั้นซื่อบื้อจริง ๆ ?'

      'แน่ใจสิคะ เอ๊ะ! เดี๋ยว หมายความว่าไง? นี่คุณแกล้งให้เราตามจีบคุณ ทั้ง ๆ ที่คุณรู้ตัวตั้งแต่แรกแล้วเหรอคะ?'

      'ยังไม่ได้พูดอะไรซักหน่อย~'

      'เอ๊~ นี่คุณ กลับมาตอบให้ชัด ๆ ก่อนนะ!'

      ...


      "วันนี้สนุกมาก ขอบคุณนะ คุณดีกับเรามาก คุณทำในสิ่งที่เราฝันจะได้จากคุณมาตลอด แต่..."

      "...?"

      แววตาของคุณฉายแววประหลาดเพียงวูบหนึ่ง แล้วหายไป แต่เรารู้ เพราะนั่นเป็นแววตาที่เรามองเห็นมันจากเงาในกระจก ตอนที่รู้ว่าเรื่องทุกอย่างคือความจริง

      ...แววตาที่แสนสั่นไหว...

      ...แววตาที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นมันจากคุณ...

      "...แต่เราหิวมากเลยตอนนี้ เลยไปซื้อบิ๊กเปาหมูสับกับชาเขียวมะลิก่อนได้มั้ยคะ?"

      วูบหนึ่งในดวงตาของคุณ ฉายแววสับสน ไม่เข้าใจระคนโล่งอก ก่อนที่คุณจะยกมือมาลูบผมเราแล้วหักพวงมาลัยรถเพื่อพาเราไปมินิมาร์ทใกล้ ๆ

      "หึ ๆ กินเก่งนะเนี่ยเรา"

      "โหย ก็ดูคุณขุนเราสิคะ พาไปกินนู่นกินนี่เยอะแยะไปหมด น้ำหนักเราขึ้นมาสองโลแล้วนะคะ ถ้าอ้วนมากไปก็แย่สิ"

      "อ้วนแหละ ดีแล้ว"

      "ดียังไงคะ ชุดที่เคยใส่ได้ก็เริ่มคับแล้วนะ"

      "งั้นก็ไม่ต้องใส่ ^^"

      "...!"

      "หึ ๆ อึ้งเลยเหรอ ล้อเล่นน่ะ ถ้าอ้วนสิดี จะได้ไม่มีใครมาจีบ ตอนนี้แม้กระทั่งรุ่นน้องยังถามหาถึงเลยรู้มั้ย?"

      "พูดอะไรของคุณน่ะ งั้นเราจะขุนคุณให้อ้วนบ้างนะคะ มีสาวมาติดพันคุณเยอะมาก เราขี้เกียจหึง"

      "งั้นก็อ้วนไปด้วยกันเลยนะ"

      "แต่เรากินยากนะคะ ถ้าจะขุนเราให้อ้วน ก็ต้องเลี้ยงด้วยอาหารดี ๆ บำรุงดี ๆ นะ"

      "แน่นอน จะเลี้ยงให้ชิน เอาใจเยอะ ๆ จนคุณหนีไปไม่ได้ เพราะไม่มีใครดีกับคุณได้เท่าผม แบบนั้นดีมั้ยล่ะ?"

      "คุณมันร้ายยย~"


      เราส่งยิ้มหวานพลางโบกมือลาคุณแล้วปิดรั้ว ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านพัก โดยมีคุณมองอยู่จนกระทั่งเราล็อกประตูดีแล้ว จึงขับรถออกไป

      โดยไม่รู้เลยว่าหลังประตูบานนั้น มีผู้หญิงคนนึงทิ้งแผ่นหลังแนบกับประตู ก่อนจะทรุดตัวลงไปที่พื้น พร้อมสองมือที่ยกขึ้นมาปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ทว่าไม่อาจสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่ร่วงไหลลงมาราวกับน้ำตกได้เลย

      ...เราทำไม่ได้...

      ...เราไม่อยากเสียคุณไป...

      ถึงแม้ว่ามันจะเจ็บ ที่ต้องโดนหลอกอยู่แบบนี้ แต่เพราะมันคือคุณ คุณที่เราตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ดังนั้นเราจะยอมหลับหูหลับตา ไม่รับรู้

      เราเลื่อนมือไปยังไฟล์ภาพทั้งหมด ที่เป็นหลักฐานถึงการกระทำของคุณ ที่เราและเพื่อน ๆ ได้รวบรวมมา ก่อนจะกดลบทิ้งไป...

      ...ไม่เป็นไรหรอก...

      ...ขอแค่มีคุณอยู่ตรงนี้...

      ...จะให้เราแกล้งโง่ยังไงก็ได้ทั้งนั้น...



ไม่ว่าสิ่งที่เราเป็นอยู่จะเรียกว่า
'ความรัก' 'ความหลง' หรือ 'ความผูกพัน'
แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนในใจเราคือ

...เราไม่อยากเสียคุณไป...

ดังนั้นต่อให้ต้องหลอกตัวเองอีกกี่ครั้ง เราก็ยอม...



SHARE
Writer
Leslie_R
Lost Stars
Even though we're no longer together, I still love only you...

Comments

LumiAil2
1 year ago
ผู้ชายแบบนี้มีอยู่เยอะจังเลยค่ะ เจอมาเหมือนกัน แต่พลาดหลอกตัวเองมาเกือบสี่ปี สุดท้าย เขากลับไปเปิดตัวคบกับอีกคน โดยที่ตอนคบกับเราเขาไม่เคยโพสต์ลงโซเฃียลเลย รู้สึกเหมือนมีคนมาตบหน้า ทั้งเจ็บทั้งชา เข้าใจความรู้สึกนี้มากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ใช้ชีวิตอย่างมีสติ และรักตัวเองให้มากๆค่ะ ลองถามว่า มันคุ้มค่ามั้ย ที่เราจะให้เวลาไปกับความรักแบบนี้ :)
Reply
Leslie_R
1 year ago
จริงค่ะ ทั้งเจ็บและชา ในหัวมีแต่คำถามว่า 'ทำไมถึงทำกับเราแบบนี้?' เราเชื่อมาตลอดว่าอยากได้ใจต้องใช้ใจแลก แต่ไม่คิดว่าเขาจะตอบแทนใจเราแบบนี้... ตอนนี้แผลยังสดใหม่ แต่เราเชื่อว่าอีกไม่นาน เราจะเข้มแข็งขึ้นมาได้ ขอบคุณมากนะคะ ขอให้พวกเราเข้มแข็งขึ้นค่ะ /กอด

ปล. ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านและแบ่งปันประสบการณ์กับเรานะคะ
LumiAil2
1 year ago
เพิ่งไปเขียนระบายมาเหมือนกันค่ะ ว่างๆแวะไปอ่านได้นะคะ อิอิ ก้าวต่อไปคะ ไม่ต้องรีบร้อนแต่มั่นคง :)
Leslie_R
1 year ago
จริงค่ะ ช้าๆ แต่มั่นคง แล้วจะรู้สึกเฉยๆ กับสิ่งที่เคยร้องไห้มาก่อน ...ในซักวันนึง...
Esperanza
1 year ago
สู้ๆค่ะ เข้ามากอดนะคะ เราก็เคยพยายามจะแข็งแรง แต่สุดท้ายก็อ่อนตลอดเวลา
Reply
Leslie_R
1 year ago
ขอบคุณมากนะคะ ตอนนี้เราก็พยายามบอกกับตัวเองในทุก ๆ วันให้สู้อยู่ค่ะ เพราะเชื่อว่าในซักวันนึงเราคงจะเข้มแข็งขึ้น ถึงแม้ตอนนี้จะยังทำไม่ได้ก็ตาม... /กอดนะคะ
Janiva
1 year ago
อ่านแล้วเจบมาก
Reply
Leslie_R
1 year ago
ทั้งเจ็บ จุกและชา จนไม่รู้เลยค่ะว่าควรจะรู้สึกยังไงดี เพราะไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอกับอะไรแบบนี้
Muse_Clara
1 year ago
ทำไมอ่านแล้วรู้สึกทรมานไปด้วย สู้ๆนะคะ 
Reply
Leslie_R
1 year ago
ขอบคุณมากนะคะ ความรู้สึกตอนนี้ก็ทรมาณจริง ๆ ค่ะ ได้แต่บอกตัวเองให้เข้มแข็งแล้วลุกเดินออกไปให้ได้ซักทีค่ะ
Muse_Clara
1 year ago
ต้องใช้เวลาค่ะ พอถึงจุดหนึ่งเราก็จะออกมาได้เองค่ะ เหมือนมันสุดๆแล้วจรืงๆ และเราจะรักตัวเองมากๆเลยค่ะ สู้นะคะ :)
Leslie_R
1 year ago
ขอบคุณมากนะคะ เราจะรักตัวเองและเข้มแข็งขึ้นค่ะ