จริงๆแล้วมันอาจจะเบ่งบาน เพื่อแค่ร่วงโรยไปตามธรรมชาติก็แค่นั้น
ดอกกุหลาบที่หนูปลูกไว้บานสะพรั่งทุกต้นเลยนะลูก

น้ำเสียงตื่นเต้นจากปลายสายทำให้เราถึงกับต้องส่ายหน้า ก่อนยื่นธนบัตรสีเขียวให้แม่ค้า
เพื่อแลกกับน่องไก่ทอดร้อนๆ
กับข้าวเหนียว 1 ห่อมาไว้ในครอบครอง ก่อนที่จะลิ้มรสและจรดลงสู่กระเพาะ 


ช่วงเวลาเร่งรีบทำให้ระหว่างการเดินทางสู่ที่ทำงาน กิจวัตรประจำที่ต้องทำคือ โทรศัพท์หาผู้หญิงคนหนึ่ง... ผู้หญิงที่ใฝ่ฝันว่า วันหนึ่งเจ้าหญิงของเธอ จะมีเจ้าชายขี่ม้าขาวมารับหน้าหอคอย และกำเนิดองค์หญิงตัวน้อยให้ได้อุ้มและเลี้ยงดู 


ทุ่งดอกไม้ของเธอถูกเติมเต็มไปด้วยความหวัง ที่เราไม่ได้หวังด้วย 


"มันก็ต้องบานสะพรั่งสิแม่ พี่ชายรดน้ำให้ทุกเช้าเย็นขนาดนั้น มันไม่เห็นจะน่าแปลกใจตรงไหน"  เมื่อมาถึงที่ทำงาน ขณะจรดน่องไก่กรอบๆตามด้วยข้าวเหนียวนุ่มลิ้น ปากก็เอื้อนเอ่ยวาจาดับฝันแม่ตัวเองไปด้วยอย่างไม่รู้งาน 


ใช่... เจ้าหญิงของแม่อย่างฉัน เลิกฝันถึงเจ้าชายขี่ม้า และทำการปิดประตูหน้าต่างหอคอย และเรียกที่อยู่ของตัวเสียใหม่ว่า 


หอใครจะคอยก็คอย...ฉันไม่คอย !
"แต่มันบานเบ่งเลยนะ ช่อเดียวมีตั้ง 5 ดอก... แม่ว่ามันอาจจะเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับความรักในปีนี้ของหนูก็ได้นะ" 
น้ำเสียงตื่นเต้นคละเคล้าความหวัง ประกายไปด้วยรอยยิ้มอวลๆอยู่ในเสียง 

วูบหนึ่ง... ใบหน้าของคนบุคคลหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว บุคคลที่ทำให้เราใจเต้นแรงได้เป็นครั้งแรก...
ในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมา 


ครั้งแรก...หลังจากที่หัวใจเต้นจังหวะแผ่วรวยรินมาระยะหนึ่ง 


อยู่ๆเราก็ยิ้มออกมา...อย่างไม่รู้สึกตัว 


เราคิดว่าเขาไม่ใช่เจ้าชาย และก็ไม่รู้ว่าขี่ม้าสีอะไรมา เราแอบมองเขาจากรูเล็กๆบนหอ(ไม่)คอย เพียงเพราะ...เสียงควบม้าของเขาวนเข้ามาใกล้ เขาไม่ได้แวะที่หอ(ไม่)คอยของเรา เขาไม่ได้มีทีท่าว่า...จะมองขึ้นมา ณ ที่ๆที่เราอยู่ มีเพียงแค่เรา...ที่แอบมองเขาอยู่บนนี้ 


วูบหนึ่ง... ก็แอบคิดนะ หรือว่าเราจะเปิดหน้าต่างหอ(ไม่)คอยออกไป เผื่อเขาจะมองเห็น ว่า ณ ที่แห่งนี้...มีบุคคลอยู่ หรือว่าแอบอยู่แบบนี้คงจะดีที่สุดแล้ว 
แอบอยู่แบบนี้ก็ดีแล้วแหละเนอะ
คำตอบสุดท้าย ก็คือปล่อยให้หอ(ไม่)คอย ปิดตายของมันไปแบบนั้น 

แต่แล้ววันหนึ่ง... เราได้มีโอกาสสบตากับชายผู้นั้นเมื่อเขาขี่ม้าวนมาอีกรอบ ผู้ที่เราเองก็ยังมองไม่ถนัดว่าเขาเป็นเจ้าชายหรือไม่ แล้วม้าที่เขาขี่เป็นสีอะไรด้วยซ้ำ และเหมือนว่าเขากำลังจะสนใจหอ(ไม่)คอยโทรมๆผุๆนี้ซะด้วย

เขามองขึ้นมาบนหอ(ไม่)คอยน้อยๆนี้แล้ว... 
มองมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่นสดใส 
ใจของเราเต้นแรงขึ้นเพียงแค่ได้สบตา
สบตากับเขา...ผ่านรูเล็กๆที่แอบมองเขามาตลอดนี่แหละ และได้มีโอกาสเพ่งพิจสำรวจรายละเอียดทั้งหมดของเขา และเฝ้าแอบมองอยู่นิ่งๆ

จริงๆแล้วเขาเป็นเจ้าชายสินะ 
เขาเป็นเจ้าชายที่สง่างามมากคนหนึ่งเลยแหละ ม้าสีขาวของเขาดูสมเกียรติ เขาคงเป็นเจ้าชายที่อยู่ในราชวังใหญ่ ...หอ(ไม่)คอยของเราคงไม่เหมาะกับการต้อนรับเขาเป็นแน่ เราคิดและแอบสลดใจเบาๆ 

ความสง่างามทั้งหมดของเขานั่น 
มันทำให้เราตัดสินใจ ละสายตาจาก    รูเล็กๆ เลี่ยงที่จะหันไปมอง... ก่อนปล่อยให้เขาควบม้าจากไปตลอดกาล 

ปล่อยให้ระยะเวลาแอบมองที่ชื่นสุดหัวใจ...กลายเป็นความทรงจำข้างเดียวงดงามของมันอยู่แบบนั้น

"จริงๆแล้วมันอาจจะเบ่งบาน เพื่อแค่ร่วงโรยไปตามธรรมชาติแค่นั้น...ก็ได้นะคะแม่" น้ำเสียงหม่นกร่นไป.         แบบนิ่งๆ แห้งแล้งที่สุดในความรู้สึกเลยล่ะ

ใช่...เรากำลังหมายถึงกุหลาบในสวนที่บ้านด้วย... 
หมายรวมถึงหัวใจของตัวเองด้วย 

หัวใจที่ได้มีโอกาสเบ่งบานกับการได้เต้นแรงอีกครั้ง หลังจากที่ชาจนเคลื่อนไหวไม่ได้ ...แม้ว่าจะต้องร่วงโรยไป ก็ดีกว่าไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆเลย 

"นิสัยไม่ดี ชอบดับฝันแม่อยู่เรื่อยเลยนะเราเนี่ย" แม่ต่อว่าแบบขำๆก่อนขอวางสายไป  ทิ้งให้เราส่งข้าวเหนียวนิ่มๆคำสุดท้ายตามด้วยเนื้อไก่ทอดลงลำคอไปด้วยอาการฝืดนิดๆ 

ผิดหวังอีกครั้ง...คงไม่เป็นไร 






SHARE
Writer
SUPANNEEGA
letter girl
คุยกับตัวเอง

Comments

TheNax
1 year ago
เป็นงานเขียนที่เหมือนน้ำผึ้งมะนาวเลยครับ หวานขมแต่ก็สดใส ขออนุญาติติดตามนะครับ
Reply
SUPANNEEGA
1 year ago
ด้วยความยินดีค่า ขอบคุณนะคะ😊