ความรู้สึกของวันนี้
วันนี้ เรามีความทุกข์มาเล่าให้ฟัง

เราเป็นลูกสาวคนเดียว เป็นลูกคนกลาง เราอายุมากกว่าน้องชาย 8 ปี ตอนเด็กๆ เรามีความเชื่อว่าครอบครัวเราอบอุ่น พ่อเรา แม่เรา พี่ เรา และน้องรักกัน แต่มีเหตุการณ์หนึ่ง เราจำได้ดี...

ตอนนั้นเป็นช่วงสอบปลายภาค น่าจะประมาณป.5 วิชาที่สอบน่าจะเป็นวิชาสังคม ข้อสอบข้อหนึ่งถามเกี่ยวกับครอบครัว (เราไม่แม่นคำถามนะ) ลักษณะคำถามน่าจะประมาณว่าข้อไหนเป็นสาเหตุที่มำให้เกิดปัญหาในครอบครัว แล้วก็มีตัวเลือกข้อหนึ่ง "พ่อเป็นคนเผด็จการ"  

แน่ละ เราตอบตัวเลือกนั้นด้วยความมั่นใจ และความเชื่อมั่นว่าครอบครัวเราอบอุ่น แต่แปลกที่ในตอนนั้น ภาพของพ่อเรากลับชัดเจน เมื่อเราตัดสินใจเลือกตอบมัน 

หลังจากนั้น จากความเชื่อมั่นของเด็กคนหนึ่ง ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยเหตุการณ์ต่างๆ เหตุการณ์ที่ค่อยๆ ละลายและเจือจางความเชื่อนั้น กว่าสิบถึงยี่สิบปี ความเชื่อของเราหมดลง และถูกแทนที่ด้วยความเชื่อใหม่ 
ความรักอย่างเดียวไม่สามารถการันตีว่าชีวิตคู่จะดีได้เราเชื่อแบบนั้น เราพิสูจน์มันได้จากชีวิตคู่ของพ่อกับแม่เราเอง 
เราโตมากับเสียงทะเลาะของพ่อกับแม่  พ่อเราเป็นคนโมโหได้ง่าย และเมื่อโมโห มักจะพูดโดยไม่คิด ไม่ไตร่ตรอง ส่วนแม่เราเป็นคนใจเย็น พื้นฐานครอบครัวทางแม่ คือครอบครัวอบอุ่น ใจเย็น ไม่พูดจาหยาบคาย หรือด้วยคำพูดที่จะทำร้ายความี้สึกคนในครอบครัว ดูเหมือนจะเป็นส่วนผสมของความต่างที่ลงตัว แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย 

เพราะทั้งสองคนไม่เคยมองเห็นอะไรเป็นสิ่งเดียวกัน ไม่ได้มีอะไรที่เป็นลักษณะความคิด ความเชื่อที่เหมือนกัน ไม่ใช่แค่มองคนละมุม แต่ต่างคนต่างยึดถือโลกของตัวเอง จนนานวันไปเลยลืมที่จะทำความเข้าใจในตัวตนของอีกคน พ่อกับแม่เรา ไม่มีอะไรที่เข้ากันได้ แล้วอีกอย่างหนึ่งที่เรารู้สึกได้คือ ทั้งคู่ไม่ได้รู้สึกว่าอีกคนคือความโชคดี พ่อไม่เคยภูมิใจในตัวแม่ และแม่เองก็ไม่สามารถมองข้ามข้อเสียเรื่องคำพูด และความอารมณ์ร้ายของพ่อไปได้ 

แต่ก็ใช้ชีวิตคู่กันมากว่าสามสิบปี...
แม่ต้องการผู้ชายใจเย็น พูดเพราะ น่ารักแบบคุณตาของเรา แต่พ่อเป็นแบบนั้นไม่ได้ พ่อต้องการผู้หญิงที่เรียบร้อย ชอบดูแล สายหวาน ตามใจ แสดงออกถึงความใส่ใจพ่ออย่างชัดเจน  และแม่ก็เป็นแบบนั้นทั้งหมดไม่ได้ 

เชื่อไหม จนตอนนี้ความรักและระยะเวลาสามสิบปี ก็ไม่สามารถละลายความคาดหวังนั้นได้เลย ต่างคนยังคงยึดความเชื่อบางอย่าง และไม่ได้ใส่ใจในตัวตนของอีกคนมากกว่าตัวตนของตนเอง 

เราก็ไม่ได้คิดหรอกว่าความต่างที่ไม่เติมเต็ม มันจะกลายเป็นจุดริเริ่มของ ' ใครอีกคนในชีวิตพ่อ '

เค้าคนนั้นหรือใครอีกคนในชีวิตพ่อที่เราพูดถึง เค้ากับพ่อเริ่มต้นกันด้วยสถานะ 'เจ้านาย-ลูกน้อง' คนๆ นี้เริ่มเข้ามาเป็นตัวละครในเรื่องเล่าของพ่อมากขึ้น เรื่องเล่าที่น่าประทับใจ ลูกน้องที่แสนจะเรียบร้อย เอาใจใส่ ทำงานเก่ง....

ความประทับใจกลายเป็นความชื่นชม เลื่อนสถานะจาก 'เพื่อนร่วมงาน/ลูกน้อง' กลายเป็น 'ลูกสาว' และเรื่องราวนี้ แม่เรารับรู้มาตลอด จากที่ควรเอะใจ เราและแม่กลับวางใจ แล้วเลือกที่จะเชื่อใจพ่อ มากกว่าเรื่องเล่าลือจากคนอื่น เพราะเราเชื่อว่าเราเหมือนพ่อ เพราะเชื่อว่าพ่อไม่เป็นแบบนั้น เราเองเชื่อใจพ่อด้วยใจเราทั้งหมดที่มี

เย็นวันนั้น เรากลับบ้าน พ่อไปธุระต่างจังหวัด มื้อเย็นเลยมีแค่แม่ พี่ เราแล้วก็น้องชาย เรื่องเล่าในเย็นวันนั้นมีใจความสำคัญว่า 'พ่อมีบ้านพักชั่วคราวใกล้ที่ทำงาน และพ่ออนุญาตให้ผู้หญิงคนนั้นไปพักด้วยได้ แยกห้องนอนกันไป'

เพราะเราเชื่อใจพ่อด้วยใจทั้งหมดที่มี 
เพราะเชื่อว่าเรารู้จักพ่อ และเข้าใจพ่อดีกว่าใคร 
เพราะเราเหมือนกัน ทั้งรูปร่าง หน้าตา และนิสัยใจคอ 

เพราะทั้งหมดนั่น เราเลยเชื่อ และเพราะทั้งหมดนั่น ใจเรามันเลยพังทั้งหมดเท่าที่มีเหมือนกัน ตอนนั้นเราร้องไห้จนตาบวม ซ้ำไปมาจนหายบวม จนหลับไปกับแม่ และหลังจากวันนั้น เราเลยเผื่อใจ...

จนวันนี้, จากที่คิดว่าทำใจได้แล้ว ไม่เจ็บแล้ว แต่ก็แปลก การรับรู้เรื่องราวของพ่อกับผู้หญิงคนนั้นอีกครั้งจากแม่ ดึงเราให้ร้องไห้อีกครั้ง เรารู้สึกเหนื่อย เราอยากให้เรื่องนี้มันจบสักที ความเสียใจเดินเข้ามาตอกย้ำว่าเรายังคงทุกข์ และทำใจไม่ได้ 

ความเชื่อของเด็กป.5 คนหนึ่ง เค้าแค่รักและอยากมครอบครัวอบอุ่น เด็กคนนั้นที่เชื่อว่าพ่อของเค้าเป็นผู้ชายที่ดี เป็นหัวหน้าครอบครัวที่เก่ง 

วันนี้เด็กคนนั้นโตขึ้นมากแล้ว ความเชื่อของเค้า บางเรื่องเป็นแค่ความคาดหวัง ไม่ใช่ความจริง พ่อของเค้าไม่ใช่ยอดมนุษย์ แต่เป็นแค่ผู้ชายธรรมดา ครอบครัวของเราไม่ได้อบอุ่น แต่เป็นครอบครัวที่มีปัญหา พ่อกับแม่ไม่ใช่ส่วนผสมลงตัว หลายๆ ปัจจัยเป็นเหตุและส่งผลให้เกิดเรื่องราวในวันนี้ 

หวังว่าวันหนึ่ง เรื่องนี้จะจบ, เราอยากให้มันจบสักที


SHARE

Comments