หรืออาจจะเป็นเพราะเดือนกุมภาพันธ์ที่ทำให้ฉัน...แอบชอบคุณ (ภาคต่อต่อต่อ)
15 กุมภาพันธ์ 
แอบหวังลึกๆให้คุณมาแซวเรื่องที่เราไป dance มา...
แต่แล้วก็มีเพียงแววตาเฉยชาที่มองมาเพียงเท่านั้น 

คุณมองหน้าเหมือนมีอะไรจะพูด... แต่ก็ไม่ได้พูด 

เราโดนคนอื่นแซวทั้งวัน...โดยที่หนึ่งในนั้นไม่มีคุณ 

รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ที่เตรียมมาจากห้องถูกพับเก็บใส่กระเป๋าแล้วเขวี้ยงออกไปนอกหน้าต่าง 

โธ่เอ้ย... ทำไมนิ่งใส่กันขนาดนั้นล่ะ 

นี่เราจะเฉียดกันไปกันมา...โดยที่แค่มองหน้า เบือนสายตา แล้วก็ลอบมองกันแค่นั้นจริงๆน่ะหรอ... ? 

เราโพสในเฟสบุ๊คไปว่า
ที่ฉันเฉยๆ...รู้มั้ยฉันเขินแค่ไหน 🎵
เพื่อนๆพี่ๆ พากันเม้นแซวเพราะคิดว่าต้องมีซัมทิงกับใคร แต่เราก็ตอบไปแค่ว่าร้องเพลงเล่น 

จริงๆแล้ว... เรากำลังบอกคุณนะ 

16 กุมภาพันธ์ 
วันนี้เป็นวันศุกร์ วันทำการสุดท้ายที่คุณจะมาทำงานในสัปดาห์ และเราอยู่เวรดึก ไม่ได้พบปะคุณในยามเช้าแน่... และพรุ่งนี้วันเสาร์คุณคงไม่ได้มา และพรุ่งนี้เราเวรเช้าสุดท้ายและกลับบ้านที่ ตจว.หลายวัน 

นั่นหมายความว่า... เราจะไม่ได้เจอกันยาวเลย 

เราไม่ยอมหรอก...เราต้องได้คุยกับคุณบ้างสิ 

คุณมาออกตรวจเช้ามากๆเป็นประจำ ทำให้เราได้พบป่ะกัน 

ใจเราเต้นแรงอีกแล้ว... แต่เราจะปล่อยให้ความแรงของใจนำพาเราออกห่างคุณไปไม่ได้ 
เราเปิดบทสนทนาคุยกับคุณก่อน แต่ท่าทีตอบกลับของคุณก็ยังคงนิ่ง... และก็พูดกับเราบ้าง แต่คงจะกำลังเครียดกับการตรวจด้วย เลยไม่ค่อยได้อะไรนัก 

แค่นี้เราก็มีความสุขแล้วแหละ 

หลังจากตรวจได้ครึ่งหนึ่งคุณก็แวบไปทานข้าว  พอคุณกลับมาเราชวนคุณทานขนมด้วยท่าทีปกติ 
คุณยิ้มออกอีกครั้ง... ก่อนที่เราจะได้นั่งคุยกัน ก็มีเคสที่ต้องเคลียกับญาติก่อน 
และเราก็ต้องลงเวร 

วันสุดท้ายก่อนจะกลับบ้าน...ได้เท่านี้ก็ดีเนอะ 

17 กุมภาพันธ์ 
ใครจะไปคิดล่ะว่า... 
คุณจะมาอยู่เวรเช้าวันเสาร์วันนี้  
ภาพของคุณที่เราพยามซึมซับเมื่อวาน ปรากฏอยู่ตรงหน้า 

แต่แล้วเราก็ได้เป็นคนให้ยา...ผู้ไม่ได้ชิดใกล้คุณดังเดิม 
และพอตรวจเสร็จคุณก็หายไป เพราะวันหยุดต้องดูทั้ง รพ. จะมาเฉพาะมีรับใหม่และเคสฉุกเฉิน 

ช่วงบ่ายๆคุณโผล่มา คุณเข้ามานั่งกับทีมให้ยา พร้อมบอกว่าตัวเองเป็นคนให้ยาอีกคน มีอะไรให้ช่วยบอกได้... 
เราได้ยินแล้วแหละ... แต่เราไม่หันไปแม้แต่มองหน้า อยู่ๆเราก็คิดขึ้นมาว่า จบแบบนี้ก็ดี... ไม่ต้องอะไรมากหรอก 
เรานิ่งแบบไม่มองคุณสักนิด 
และคุณก็คงไม่ได้มองมาที่เราเช่นกัน 

แต่อารมณ์เปลี่ยวๆ ก็ทำให้เราโพสอะไรเยอะมากในเฟส... หลังจากวันนั้นคุณก็ไม่ได้เข้ามามีปฏิกิริยาอะไรในโพสของเราอีก ไม่มีไลก์ ไม่ได้คอมเม้น 

เราไม่เคยรู้เลยว่าการโพสเรื่องราวคืออะไร แต่พออัพเดตเฟสใหม่... มันมีให้คลิกสองครั้ง คือโพสในฟีดด้วย โพสเรื่องราวด้วย เราก็คลิกไปสองครั้ง... 
โพสที่ว่า 
เลาจะกลับบ้านละนะ กลับหลายวันเลยนะ #บอกสวิท 
สวิทคือคนไข้ขวานฟ้าหน้าดำที่เราสนิทด้วยและเคยเขียนถึง ซึ่งทุกคนทราบด้วยทั่วกันว่าสวิทสนิทกับเรามากเชื่อเราคนเดียวงี้ 555 

เราไม่รู้ว่าการอัพเรื่องราว จะดูได้...ว่าใครเข้ามาดูบ้าง 
เราเห็นมันเด้ง... ก็พบว่าคนที่มาดูคนแรกเลยก็คือ "คุณ"  

แล้วพอเราเดินออกมาจากห้องน้ำ เราก็พบว่า... คุณมายืนอยู่ในที่ทำงานของเราและตรวจเคสอยู่ ทั้งๆที่จริงคุณออกไปแล้ว จะมาตรวจอีกทีก็ค่ำๆ วูบหนึ่งแอบคิดไปว่า... เขามาเพราะเห็นที่เราอัพไปหรือเปล่า 5555 

เอาล่ะเล่ามายืดเยื้อมาก 
ขอสรุปนาทีๆฟินๆ ละกันเนอะ 

เรากลับบ้าน 18-20 กุมภาพันธ์ 
ด้วยความที่เราเป็นคนบ้านนอก ตจว. เราก็โพสที่เราใส่ชุดบ้านๆ กับกองมะขามขนาดใหญ่ 

ยอมรับว่า... เราแอบคิดถึงคุณนะ กับการที่ไม่ได้เจอ เราอธิษฐานว่า...ถ้าคุณมีใจให้บ้าง ขอให้มีแจ้งเตือนจากคุณมาบ้างในวันนี้ 

รอแล้วรอเล่า...
เราหักห้ามใจโดยการปิดเครื่องและทำงานช่วยที่บ้าน แต่อีกสอง ชม.ต่อมาอดไม่ไหว ก็เลยคลิกเข้าไป... คุณพระคุณมากดไลก์!!! 

กดไลก์ทั้งสองรูปที่ลง ตอนนั้นแอบคิด... คุณชอบกินมะขามป่าววะ? 

พอมาวันที่ 19 เราได้ไปเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับน้องเด็กนักเรียนในหมู่บ้าน (หมุ่บ้านเราทุรกันดาร) 
พอคุณมากดไลก์...เราก็หวังให้คุณไลก์ให้อีก แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แวว... แต่ทำไมนะทำไม ทุกครั้งที่อธิษฐานคุณมักจะมาเม้น มาไลก์ได้ทุกที... 

เราโพสรูปเลี้ยงอาหารกลางวัน 
ด้วยแคปชั่่น 
"สวยแล้วยังใจบุญอีก55555"
มีคนไลก์และคอมเม้นเยอะมาก... แต่ว่า แจ้งเตือนที่บอกว่าเป็นคุณ มา comment ...ณ ตอนนั้นเรากำลังถืออะไรอยู่ไม่ทราบ เรากระโดดตัวโยน กรี๊ดเหมือนเด็กสาวเจอดารา 
ใจเต้นแรง หน้าแดงไม่รู้ต่อไหนถึงไหน เราดิ้นพล่านทั้งๆที่ยังไม่กล้าดูว่าคุณจะมาเม้นว่าอะไร 

งามด้วยใจจริงๆ
เราไม่รู้นะว่า... คุณกำลังประชดตามประสาคนกวน 
หรือว่ากำลังคิดแบบนั้นจริงๆ 
หรือกำลังบอกว่าเราหน้าไม่สวยแต่ใจสวย 555555 

เราดีใจ เราปริ่ม จนไม่คิดอะไรทั้งนั้น 
นึกถึงหน้าตาแม่การะเกดตอนเขินก็แล้วกัน 5555 

21 กุมภาพันธ์ 
เรากลับจาก ตจว.มาทำงานในเวรเช้า แบบมาถึงแล้วก็ทำงานต่อเลย 


ขณะที่เรารอรับเวรก็นั่งคุยกับพี่ๆ ทุกคนก็แซวว่าเรากลับจากป่าแล้วหรอ 
และแซวเรื่องเราไปทำบุญเลี้ยงอาหารกลางวัน 

ทันใดนั้นคุณมาปรากฏกายขึ้นทันที... เรายิ้มอยู่ คุณเดินเข้ามานั่งที่ตรงข้ามกับเรา เรายิ้มให้คุณปกติ... แต่คุณกลับนิ่ง มองหน้าเรานะ...แต่ไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆโต้ตอบ เราก็เลยยิ้มเก้อหันไปมองคนอื่นแทน คุณก็พูดเรื่องงานของคุณไป... 

ก็งงนะ...ว่าเมื่อวานก็ยังไปเม้นคุยกันดีๆ ทำไมพอมาเจอหน้าต้องนิ่งใส่ ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็ชอบมาแกล้ง 

ก็ได้...ไม่คุยก็ไม่คุย 

เย็นวันนั้นเรากับรุ่นพี่จองโต๊ะในร้านอาหารที่มีศิลปินมา คือจองไว้นานแล้ว และเป็นวันเกิดของรุ่นพี่คนหนึ่ง ซึ่งวันเกิดของเราเป็นพรุ่งนี้ จึงจัดฉลองพร้อมกันในปาร์ตี้นี้ 

เราก็กินเลี้ยงกันปกติ บังเอิญมีเพื่อนของคุณมาร่วมวงด้วย พี่ๆก็เลยไปเชิญคุณอีกที แต่คุณกลับบ้านไปแล้ว...คงมาไม่ได้ 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะดนตรีสด เหล้าแก้วคนอื่น น้ำเปล่าในมือตัวเอง... ที่ทำให้ใจนักเลงขึ้นมา 

เราอยากให้แชทของคุณกับเรา มีประโยคสักประโยค จะเก็บไว้เป็นความทรงจำ 

เราตัดสินใจถ่ายรูปเค้กวันเกิดไปให้ และชวนคุณมารับประทานด้วยกัน 
คุณตอบเรามาว่า... 
"เก็บไว้พรุ่งนี้ 555" 

สรุปเค้กเหลือจริง เราเก็บมาจริง แต่ฝากรุ่นพี่ไปให้ เพราะพรุ่งนี้เราไม่ได้ไปทำงาน 

จริงๆเราใฝ่ฝันนะ ว่าอยากให้คุณถือเค้กมาอวยพรวันเกิดให้ หรือไม่ก็ส่งข้อความมาสุขสันต์วันเกิด 

รอลุ้นกันในวันพรุ่งนี้ละกัน 
SHARE
Writer
suniga
letter girl
คุยกับตัวเอง

Comments