One Shot - Librarian (Wheein & Hwasa)


มันเป็นวันธรรมดาวันหนึ่งในเวลาบ่ายคล้อยที่อากาศแสนจะร้อนอบอ้าว แสงแดดสีส้มส่องสะท้อนผ่านผ้าม่านสีเทาอ่อนเป็นผลให้ห้องโถงกว้างถูกย้อมไปด้วยสีละมุนอบอุ่นราวกับภาพวาด ห้องสมุดกลางเมืองในช่วงกลางสัปดาห์นั้นแทบจะร้างไร้ผู้คน มีเพียงเหล่าคนมีอายุที่มาใช้ช่วงเวลาว่างให้หมดไปกับการอ่านวรรณกรรมเล่มหนาเท่าก้อนอิฐหรือบางคนก็มาอาศัยที่แห่งนี้เป็นที่นอนหลับกลางวัน ความเงียบงันเข้าครอบคลุมเป็นบริเวณกว้าง เสียงที่ดังที่สุดในตอนนี้เห็นจะเป็นเสียงนิ้วมือกระทบกับแป้นคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ของบรรณารักษ์สาวผู้ซึ่งยังคงทำหน้าที่ของตนเองอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เธอตรวจเช็คกองหนังสือที่วางอยู่ข้างตัวอย่างรอบคอบ พลิกดูปกหลังทีละเล่ม ทีละเล่ม พลางกรอกข้อมูลเลขประจำหนังสือ วันยืม และวันคืนหนังสือรวมถึงสถิติการเข้าใช้บริการห้องสมุดของเมื่อวานลงในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตรงหน้า ดวงตาคมโตของเธอภายใต้แว่นสายตากรอบดำมองหน้าจอสลับกับมองแป้นพิมพ์ในบางครั้ง เพียงไม่นานเสียงถูกกดของแป้นคีย์บอร์ดก็เงียบลง หญิงสาวยกกองหนังสือประมาณหกเล่มที่จัดการกรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้วไปทยอยวางเรียงบนชั้นหนังสือแต่ละประเภทอย่างเป็นระเบียบ หน้าที่ของบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดอย่าง อัน ฮเยจิน ก็มีเพียงเท่านี้ในแต่ละวัน



“ขอโทษนะคะ ฉันอยากได้หนังสือเล่มนี้”



เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งปลุกบรรณารักษ์ฮเยจินที่กำลังจะเคลิ้มหลับให้ตาสว่างอีกครั้ง เธอจ้องมองและเผยยิ้มเล็กน้อยให้กับผู้มาเยือนตรงหน้า เป็นหญิงสาวที่อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ อยู่ในชุดสูทสีดำดูภูมิฐาน ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางอ่อน ๆ แต่ที่โดดเด่นที่สุดในตัวหล่อนน่าจะเป็นผมบ๊อบสั้นสีบลอนด์ทองที่ในยามต้องแสงมันเปล่งประกายระยิบระยับ หญิงสาวคนนั้นยื่นกระดาษแผ่นเล็กแผ่นหนึ่งที่มีชื่อหนังสือที่ต้องการให้เธอ เธอรับมาพลางขยับแว่น ใช้เวลาเพ่งพิจารณาเพียงชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยปากตอบออกไป



“เล่มนี้จะอยู่ในโซนหนังสือเก่าด้านในสุดนะคะ เดี๋ยวฉันจะนำทางคุณไป เชิญค่ะ”



ฮเยจินลุกออกจากโต๊ะประจำของตน ก่อนจะย่างกรายไปที่ชั้นหนังสือที่ตั้งเรียงรายกว่าห้าสิบชั้น ลัดเลาะซอกซอยเข้าไปเพื่อหาชั้นซึ่งเป็นที่อยู่ของหนังสือที่ถูกตามหา โดยมีหญิงสาวผู้มาเยือนเดินตามเข้าไปติด ๆ



โซนหนังสือเก่านับว่าเป็นจุดที่เงียบเหงาที่สุดในที่แห่งนี้ก็ว่าได้ เป็นที่จัดเก็บสุดท้ายของบรรดาหนังสือที่ถูกลืมและเลือนหายไปจากความทรงจำของนักอ่าน รวมไปถึงหนังสือชำรุดเสียหายและพวกหนังสือที่ทำรายได้ยอดแย่ก็ถูกจัดเก็บรวบรวมไว้ที่นี่ เพราะฉะนั้นมุมนี้จึงเป็นมุมที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมสักเท่าไหร่สำหรับผู้มาใช้บริการห้องสมุด



ฮเยจินพาร่างเพรียวระหงส์ในชุดยูนิฟอร์มมาหยุดอยู่ในซอกชั้นหนังสือแคบ ๆ ซึ่งเป็นจุดหมายของเธอและอีกคน ก่อนที่จะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่คืบคลานเข้ามาใกล้ ๆ และวินาทีนั้น เธอถูกโอบกอดจากด้านหลังพร้อมลมหายใจอุ่น ๆ ของหญิงสาวคนนั้นกระทบเข้าที่ต้นคอ



“ในที่สุดคุณก็มาจนได้นะ ฮวีอิน”



ฮเยจินทำงานเป็นบรรณารักษ์ที่ห้องสมุดแห่งนี้มากว่า 7 ปี นั่นหมายถึงเธอย่อมรู้ดีถึงทุกซอกทุกมุมของที่นี่ โซนไหนผู้คนพลุกพล่าน โซนไหนคนน้อย โซนไหนไม่มีคน เธอรู้ทุกอย่างรวมไปถึงขนาดว่ามุมไหนเป็นจุดลับตาที่แม้แต่กล้องวงจรปิดก็เข้าไม่ถึง และโซนหนังสือเก่าคือมุมที่ว่านั่น



ซอกหลืบชั้นหนังสือแคบ ๆ ร้างไร้ผู้คนในห้องสมุดที่เงียบเหงา จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นสถานที่สร้างความหฤหรรษ์สำหรับคนสองคน




 
ฮเยจินรู้จักกับ จอง ฮวีอิน ผ่านเว็บบอร์ดหาคู่เว็บหนึ่ง และสื่อสารผ่านตัวอักษรกันอยู่อาทิตย์กว่า ๆ ก่อนจะนัดเจอกันครั้งแรกเมื่อสองเดือนก่อน ทั้งคู่ไปทานข้าว ดูหนังเห่ย ๆ ด้วยกันเรื่องหนึ่ง และจบด้วยการมีเซ็กส์กันในโรงแรมม่านรูด มันอาจจะดูเป็นความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวยและน่าเหยียดหยามสำหรับคนหัวโบราณ แต่กับฮเยจินมันไม่เป็นเช่นนั้น เธอมองว่านี่คือการหาความสุขใส่ตัวอย่างหนึ่ง



หลังจากนั้นเธอกับฮวีอินก็ห่างหาย จะติดต่อหากันบ้างก็นาน ๆ ครั้งเวลาที่ต่างคนต่างปรารถนาในเรื่องอย่างว่า อย่างเช่นวันนี้ ที่ฮวีอินส่งข้อความมาหาเธอในตอนเช้าอย่างตรงไปตรงมาว่าอยากลองมี Outdoor Sex กับเธอ ซึ่งนั่นก็นับว่ามันเป็นความน่าตื่นเต้นและท้าทายพอที่ฮเยจินจะตอบรับคำขอนั้น




 
“ถอดมันออกสิ”



เสียงกระซิบจากฮวีอินดังขึ้นข้างหูในขณะที่เจ้าของเสียงดันตัวเธอให้พิงกับชั้นหนังสือ มือซุกซนวนเวียนเค้นคลึงอยู่ที่สะโพก ก่อนจะออกแรงบีบให้หนักขึ้นเพื่อแสดงความต้องการ



“ฉันอยากให้คุณถอดให้ฉัน” ฮเยจินเอ่ยเบา ๆ กลับไป



ฮวีอินก้มลงคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ เลิกกระโปรงทรงเอสีดำกำมะหยี่ของเธอขึ้น มือเรียวลากผ่านเรียวขาเข้าไปจนถึงจุดกึ่งกลางกาย ก่อนจะใช้นิ้วเกี่ยวอันเดอร์แวร์ตัวบางให้หล่นลงมากองอยู่ตรงปลายเท้า สัมผัสเพียงแผ่วเบาจากฮวีอินในสถานการณ์ที่น่าตื่นเต้นเช่นนี้เพิ่มความวาบหวิวให้ฮเยจินได้เท่าทวีคูณ



“อื้อออ...”



จูบร้อนของฮวีอินที่แนบลงบนซอกคอชื้นเหงื่อทำเอาฮเยจินเผลอหลุดเสียงครางออกมาอย่างสุดกลั้น คนตรงหน้ายกยิ้มก่อนจะเอานิ้วชี้ขึ้นมาแตะปากพร้อมส่ายหน้า



“ชู่ววว...อยู่ในห้องสมุดห้ามส่งเสียงดัง ไม่รู้เหรอ คุณบรรณารักษ์”



แล้วเสียงก็เงียบลง เพราะริมฝีปากของทั้งคู่ที่เคลื่อนเข้าประกบกัน ฮวีอินขยับปากเข้ามาอย่างรุกเร้า ส่งลิ้นเรียวเข้ามากวาดต้อนช่วงชิมเอาความหวานจากปากของเธอตามประสาคนเอาแต่ใจ ฮเยจินเอื้อมแขนโอบรอบคอหญิงสาวตรงหน้าไว้ สอดเล็บยาวเข้าไปในเรือนผมสีทองแล้วกดนิ้วเบา ๆ ตรงท้ายทอยเพื่อแสดงออกถึงความพอใจ



ฮเยจินรู้ดีว่าฮวีอินจูบเก่ง....และวันนี้ก็มันก็เป็นเช่นนั้น จูบของฮวีอินทำเอาภายในของเธอปั่นป่วนราวกับพายุไต้ฝุ่นกำลังก่อนตัวก็มิปาน



กระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดออกทีละเม็ด ทีละเม็ด จนเผยให้เห็นบราลูกไม้ตะขอหน้าสีดำซึ่งฮวีอินใช้นิ้วสะกิดเพียงแผ่วเบาก็หลุดออกอย่างง่ายดาย มือขาวตรงเข้ากอบกุมอกอิ่มสีน้ำผึ้งนั้น กดนวดย้ำ ๆ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วชี้และนิ้วโป้งบี้วนตรงปลายยอดเพื่อปลุกอารมณ์ให้คนใต้อาณัติ ฮเยจินหอบหายใจ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ กัดริมฝีปากล่างแน่นเพื่อสะกดกลั้นไม่ให้หลุดเสียงครางน่าอายออกมา



กระโปรงกำมะหยี่ถูกเลิกขึ้นอีกครั้ง เรียวขาสีแทนถูกคนตรงหน้ายกให้ขึ้นมาเกี่ยวเอวไว้ข้างหนึ่ง ก่อนจะแทรกตัวเองเข้ามาให้แนบชิดกว่าที่เป็นอยู่ ส่งมือเข้าไปลูบไล้ต้นขาด้านในที่ตอนนี้กำลังเปียกชื้น ลูบไล้เฉียดจุดอ่อนไหวไปมาอยู่อย่างนั้น ฮเยจินรู้ดีว่าเธอกำลังโดนแกล้ง



“คุณคะ เอาเข้ามาสักทีสิ”



อารมณ์รักปะทุขึ้นร้อนแรงจนอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยปากร้องขอต่อการกระทำของอีกคน และฮวีอินก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำถึงขนาดจะเมินเฉยต่อคำอ้อนวอนนั้น นิ้วเรียวค่อย ๆ สอดแทรกเข้ามาในช่องแคบที่ปากทางเข้าเต็มไปด้วยน้ำเปียกลื่นทำให้ง่ายต่อการขยับเข้าออก นิ้วของฮวีอินสร้างความรู้สึกเสียวซ่านจนฮเยจินเริ่มอ่อนแรงแทบจะทรุดลงไปกองตรงนั้น แต่สาวผมทองตรงหน้าก็ใช้แขนอีกข้างที่ว่างอยู่เหนี่ยวรั้งตัวเธอไว้ ก่อนจะก้มลงฝังจูบลงไปบนซอกคออีกครั้งเพิ่มเชื้อไฟให้เกมรักที่ดำเนินอยู่เร่าร้อนยิ่งขึ้น



ฮเยจินแอ่นสะโพกเข้าหาพร้อมกับที่นิ้วของฮวีอินก็ขยับเคลื่อนเข้าออกเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เธอหลับตาพริ้มเงยหน้าราวกับกำลังรอคำบัญชาจากสวรรค์ กราฟอารมณ์ค่อย ๆ ทะยานสูงขึ้นเรื่อย ๆ เม็ดเหงื่อเล็ก ๆ ผุดขึ้นตามไรผมเพราะความร้อนอบอ้าวจากอากาศบวกกับความร้อนที่ระอุอยู่ภายใน แรงหายใจเริ่มหอบถี่ก่อนที่สุดท้ายเธอจะกระตุกเกร็งเพราะฮวีอินพาเธอเดินทางมาถึงจุดสูงสุดของความสุขแล้ว



 
“นี่คุณ เอาคืนมาสิ”



ฮเยจินเอ่ยถึงผ้าชิ้นเล็กสีขาวที่อยู่ในมือของฮวีอิน ในขณะที่ตัวเธอนั้นกำลังติดตะขอชุดชั้นในและตามด้วยติดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้มันกลับมาอยู่ในสภาพเดิม จะเหลือก็แต่อันเดอร์แวร์ตัวนั้นนั่นแหละที่มันยังไม่กลับมาอยู่ในที่ที่มันควรจะอยู่



“ขอเก็บไว้ก่อนละกัน”



ฮวีอินกำมันไว้แน่นก่อนจะเก็บมันลงกระเป๋าเสื้อ



“คุณ ไม่ได้นะ ฉันจะไปทำงานต่อทั้งอย่างนี้ไม่ได้ มัน....มันโล่งไป”



“ถ้าอยากได้คืน เลิกงานเย็นนี้ก็ตามมาเอาคืนที่ห้องฉันละกัน”



“หมายความว่ายังไง”



“อย่าเป็นคนเข้าใจอะไรยากได้มั๊ย ฮเยจิน”



ฮเยจินคงแสดงความสงสัยผ่านทางสีหน้ามากไป จนทำให้คนตรงหน้าเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง และเอ่ยกระซิบบางอย่างที่ข้างหู



“ฉันชักจะติดใจเธอขึ้นมาแล้วล่ะ เจอกันคืนนี้ ที่รัก”
END.

From Writer :

OS พล็อตชั่ววูบบวกความลามกของไรเตอร์ล้วน ๆ ค่ะ แฮ่กๆๆๆ
นึกพล็อตออกเพราะเห็นน้องฮวาใน MV Yes I am ที่ใส่ชุดยูนิฟอร์ม แล้วกดเครื่องพิมพ์ดีด เห็นแล้วมันนึกถึงบรรณารักษ์ และอีกอย่างคือน้องเฟี๊ยสมาก น่าปู้ยี่ปู้ยำ // เดี๋ยวนะ 5555

อ่านแล้วเป็นยังไงบ้างบอกกล่าวกันได้เหมือนเดิมค่ะ
#รักคนอ่าน
SHARE

Comments

ck_JS
3 years ago
ไม่เคยมองคู่นี้สวาทขนาดนี้มาก่อนเลยค่ะ เพราะถึงแม้ทั้งคู่จะมีเคมีที่เข้ากันดี และฮเยจินจะเซ็กซี่ขยี้ใจขนาดไหน แต่ฮวีอินก็ดูบ้าบอเกินกว่าจะทำให้เค้าคิดถึงอะไรแบบนี้ค่ะ แต่พอมองว่ามันสวาทแล้วก็ไม่สามารถมองภาพคู่นี้แบบไม่คิดอกุศลไม่ได้แล้ว ตายแล้วดูเป็นคนลามก 555
Reply
Collony
3 years ago
ไม่ต้องพูดอะไรเยอะคร่ะ ขออนุญาติไปเช็ดเลือดที่ไหลออกมากจากจมูกก่อนนะคะ ไรท์ 😶😶😶
Reply
JomPiya
3 years ago
ยื่นทิชชู่ค่ะ 55555 มีเรื่องอื่นของคู่นี้อีกน้า ลองอ่านดูว่าถูกใจมั๊ย ในแอคเรานี่แหละ
MookMMmooKkk
3 years ago
แงงงงงงงงงงง หนูจะตายแล้ว อ่านไปอ่านมาแบ่บ โอ้ยยยยยยยย  คู่น้องมันสมควรได้กันจริงๆ!!!  /  เอ้ะ หรือดั้ยแล้ว =A="
Reply
JomPiya
3 years ago
แอบคิดแบบบาป ๆ ว่าวันไหนเมา ๆ นางก็คงจะเผลอบ้าง แฮ่กๆๆๆๆ