การตัดสินใจ พื้นที่ส่วนตัว
ผมมีโอกาสได้ดูคลิปบนโลกโซเชี่ยล 2 คลิปที่แตกต่างกันแต่มีพื้นฐานเหมือนๆกัน นั่นคือเรื่องของการตัดสินใจและพื้นที่ส่วนตัว

คลิปแรกเกิดขึ้นที่ต่างประเทศชายคนหนึ่งพาคนจรจัดเข้าไปทานแมคโดนัลแล้วโดนผู้จัดการของร้านพาตำรวจมาไล่ออกไป เขาพูดกับตำรวจว่าชายจรจัดไม่ได้ขออาหารเขา เขาเพียงแค่สงสารเนื่องจากเห็นว่าไม่ได้กินอาหารทานจึงพาเข้ามาทานและเขาก็ซื้ออาหารถูกต้องทุกอย่าง

แต่ไม่มีใครฟังเสียงของเขา ตำรวจพูดแค่เพียงว่า มีคนเรียกเรามาเราจึงมาที่นี้และเชิญคุณทั้งคู่ออกไป สุดท้ายเรื่องราวก็จบลงที่ชายทั้งคู่ถูกเชิญออก (ทั้งที่ไม่ได้ผิด)

เขาพูดกับตำรวจว่า คุณรู้ใช่มั้ยลึกๆว่ามันผิด แน่นอนว่าตำรวจรู้ว่ามันช่างไร้เหตุผล แล้วอะไรละที่ทำให้ตำรวจเป็นคนอย่างนั้น


ในชีวิตประจำวันของคนเราตั้งแต่อดีตการตัดสินใจแต่ละครั้งมักถูกชักจูงด้วยอารมณ์เป็นสำคัญ บ่อยครั้งที่เรามองข้ามเหตุผลทุกอย่างไปเพียงเพราะอารมณ์ของเรา ดังนั้นจึงมีคำกล่าวว่า อย่าได้ตัดสินใจ เมื่อกำลังโกรธ ดีใจ เสียใจ หรือหลังจากมี Sex เพราะนั้นเป็นการตัดสินใจโดยมีเหตุผลเป็นพื้นฐานน้อยที่สุด


[1] ขอยกตัวอย่างในการตัดสินใจจากเรื่องสามก๊ก ลิโป้ที่เป็นยอดขุนพลที่ไม่มีใครล้มได้ กลับฆ่าตั้งโต๊ะนายของตนเพราะสาวงามที่ตนมีสัมพันธ์ด้วยนั้นล่อลวงให้เชื่อ


บางครั้งในการเลือกโทรศัพท์บางยี่ห้อหรือรถยนต์บางรุ่นทั้งที่เพื่อนหรือผู้ใช้อื่นๆแนะนำว่ายี่ห้ออื่นดีกว่ายังไง แต่เราก็มองข้ามความเป็นเหตุผลนั้นไปเพียงเพราะความรู้สึกของเรา เราแค่รู้สึกชอบยี่ห้อบางยี่ห้อเท่านั้น อย่างอื่นเราจึงไม่ได้สนใจ

แม้ว่าทุกอย่างอาจจะดีกว่าก็ตาม เมื่อได้ตั้งธงไว้แล้วมันจึงยากเปลี่ยน เวลาถามคนอื่นก็เพียงเพื่อสนับสนุนความคิดของตนแต่ถ้ามีข้อโต้แย้งก็จะบอกว่า คนนั้นคงโชคร้ายและเป็นกรณีที่เกิดขึ้นไม่มาก อย่างไรเสียสิ่งที่เราคิดต้องถูก


อารมณ์ความรู้สึกมีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจของคนเรา เพราะมันเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่ติดตัวเรามาตั้งแต่สมัยอยู่บนทุ่งหญ้าจากอดีต มนุษย์ในอดีตไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนมากไปกว่า หิว ก็ล่า หวาดกลัวก็วิ่งหนี เราใช้อารมร์ช่วยในการตัดสินใจและเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆมาตลอด มันจึงส่งผลอย่างมากให้เราไม่สามารถพิจารณาเหตุผลได้อย่างรอบคอบ
แต่ในยุคปัจจุบันไม่ใช่ปัญหาทุกอย่างล้วนซับซ้อนขึ้น จะใช้แค่เพียงอารมณ์อย่างเดียวตัดสินใจไม่ได้


นอกจากอารมณ์แล้วประสบการณ์ในอดีตก็มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจด้วย เราคงไม่อาจะคิดได้ทุกเรื่องเพราะสมองคงต้องทำงานหนักมากเกินไปถ้าต้องใช้มันตัดสินใจทุกอย่าง ประสบการณ์ในอดีตจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญเพื่อลดทอนการทำงานของสมอง

เราอาศัยประสบการณ์ในอดีตช่วยในการตัดสินใจเพราะถ้าเหตุการนั้นผ่านมาได้ ก็เท่ากับว่าเราเคยตัดสินใจถูก ทุกสิ่งทุกอย่างจึงเป็นบันไดสั่งสมให้เราก้าวไปสู่การตัดสินใจในแบบเดิม เช่นเคยใช้รถยี่ห้อนี่ก็คิดว่ารถยี่ห้อนี้จะดีไปทั้งหมด



การตัดสินใจของเราจึงมักจะสอดคล้องกับอดีต เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น นั่นก็เพราะว่าถ้าเราตัดสินใจขัดแย้งกับตัวเองในอดีตก็เท่ากับว่าเราโง่ และเพื่อรักษาหน้าตาในสังคมของเราไว้ ทุกสิ่งอย่างจึงเป็นไปเพื่อยืนยันว่าที่ผ่านมาฉันไม่ได้โง่เรารักษาพื้นที่ส่วนตัวของเราไว้และกันไม่ให้คนอื่นล่วงล้ำเข้ามาในการตัดสินใจของเรา เราจึงไม่เปลี่ยนมันง่ายๆ


มีคนในสังคมมากมายที่ดันทุรังและตัดสินใจแบบผิดๆต่อไปเพียงเพื่อรักษาแนวคิดของตัวเองไว้ เช่น ในสงครามเวียดนามที่ทหารอเมริกาเข้าไปตาย แต่ผุ้นำก็ยังส่งกองกำลังไปเพิ่ม หรือคนเล่นหุ้นที่ไม่ยอมขายหุ้นทิ้งแม้ว่าราคาของมันจะร่วงลงไปเท่าไหร่ก็ตาม หรือลูกน้องที่ต้องรับความสั่งแบบผิดๆของหัวหน้าแม้จะรู้ว่าจะต้องขาดทุนแต่ก็ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงคำสั่ง เพราะมันเท่ากับว่าเขาคิดผิดทุกสิ่งอย่างจึงต้องดำเนินต่อไปเพื่อรักษาหน้าตาและสิ่งที่เคยตัดสินใจในอดีต

ฉันตัดสินใจไปแล้ว

แล้วมันเกี่ยวกับคลิปที่กล่าวมาอย่างไร ตำรวจนั้นรู้หรือเปล่าว่าตัวเองทำไม่ถูก คำตอบคือไม่นานเขาย่อมจะรู้ตัวแต่ถ้าอารมณ์อยู่เหนือการตัดสินใจมากเขาจะไม่มีทางรู้ตัว

เหมือนกับที่ผมเล่าถึงการเลือกโทรศัพท์ เมื่อไหร่ที่มีคนมาขัดแย้งว่า นายทำเกินไปหรือเปล่า เขาก็จะมองข้ามความคิดนั้น มองเห็นแต่ความคิดที่สนับสนุนเขาและไม่ยอมฟัง และจะต้องยืนยันในแนวคิดนั้นต่อไป เพราะการตัดสินใจเดิมนั่นครอบงำเขา

ตามปกติเมื่อมีการเเจ้งเหตุมันน้อยครั้งนักที่จะประสบเหตุการณ์ที่ปกติ คนเราเมื่อเเจ้งเหตุก็ย่อมมีเรื่องกันทั้งนั้น

อารมณ์ของตำรวจถูกนำพามาให้คิดว่านั้นจะต้องเป็นเรื่องไม่ดีแต่แรกอยู่แล้ว เขาตั้งธงแล้วว่าจะต้องไปเพื่อระงับเหตุไม่ใช่ไปเพื่อฟังเรื่องราวของใคร ดังเช่นลูกน้องที่โดนเจ้านายเรียกเขาไปหา ถ้าปกติเจ้านายเป็นคนดุก็ย่อมคิดนำไปแต่แรกเเล้วว่าจะต้องมีเรื่องให้โดนด่าแน่ๆ ทั้งที่ความจริงอาจจะไม่ใช่ก็ได้

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ แล้วตำรวจคนนั้นไตร่ตรองว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ให้เขารีบกินรีบไปหรืออย่างน้อยก็เอาไปกินข้างนอกทุกอย่างก็จบ แต่เพราะเขาลงบันไดขั้นที่ 1 ไปแล้วเขาก็ต้องลงขั้นที่ 2 3 ตามไปด้วยและยากที่จะหวนคืนกลับมาตัดสินใจใหม่

จนสุดท้ายเมื่อรู้สึกตัวอีกทีเขาก็กลายเป็นคนที่ไล่คนอื่นออกจากร้านโดยไม่มีเหตุผล

คลิปที่ 2 เป็นเรื่องของครูปรีชาไว้มีโอกาสจะมาเล่าให้ฟัง
SHARE
Writer
Devaknov
Mutant
ใครบางคนอาจเดินทางมาแสนไกล เพียงเพื่อพบว่าปลายทางไม่มีใครเหลืออยู่

Comments