CHAPTER 1 : PEOPLE ALL COME AND PASS
ช่างแม่งต้องกราบขออภัยทุกท่านเป็นอย่างมากที่เปิดตัวมาได้ Grand Opening ขนาดนี้
คุณคงจะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจไม่น้อยที่จะตัดสินใจเลื่อนลงไปอ่านต่อ

                                                 ... แต่อย่างไรก็ดี ....

สิ่งแรกที่จะต้องรับมือเป็นอันดับต้นๆเมื่อได้ออกมาใช้ชีวิตที่ต่างประเทศนั้น
ไม่ใช่เพียงแค่ต้องทำความเข้าใจตัวประเทศหรือวัฒนธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว 
แต่ทว่า สิ่งที่มันซับซ้อนกว่านั้นก็คือ 'คน' ที่มาจากพื้นเพที่แตกต่างกัน

เมื่อครั้งแรกที่ได้ก้าวเข้ามาทำความรู้จักกับที่นี่ มันจึงทำให้เราตื่นเต้น 
เหมือนได้ขึ้นรถไฟเหาะ ฉวัดเฉวียนไปมา... เราจะได้เจอใคร? เขาจะเป็นคนอย่างไรนะ?

เราได้ถูกเลือกให้มาอาศัยอยู่ในบ้าน Shared House หญิงล้วนของมหาวิทยาลัย
ใช่แล้วล่ะค่ะ คุณคงนึกออกว่าการที่ผู้หญิงหลายๆคนอยู่ด้วยกันมันเป็นอย่างไร
จากประสบการณ์หญิงล้วนสามปีสมัยมัธยมต้น ... ไม่ทำให้ผิดหวังเลย

ปัญหาจุกจิกร้อยแปดพันอย่างพร้อมใจกันถาโถมเข้ามาในทันที โดยที่เราเองก็ไม่ควรจะเอาใจไปใส่
เหมือนกับที่คุณไม่ได้ตั้งใจจะออกไปเล่นน้ำวันสงกรานต์ แต่โดนเด็กข้างบ้านฉีดน้ำใส่นั่นแหละค่ะ
ซึ่งเขาเป็นเพียงแค่ไม่กี่คนที่สร้างความกังวลใจให้กับเราได้มากขนาดนี้

เรารับเอาคำพูดของเขามาทำให้ชีวิตอีกมากกว่า 90% ของเรารวนไปหมดได้อย่างไร?

จนสุดท้าย เราก็เพิ่งมาดึงสติตัวเองได้เมื่อไม่กี่วันมานี้ว่า "โอเค... ช่างแม่ง" 
เพราะสุดท้ายแล้ว เขาก็คือบทเรียนอีกบทในชีวิตเราเท่านั้นนั่นเอง 
ต้องขอบคุณเขาด้วยซ้ำ ที่เข้ามาสอน มาทำให้เราเรียนรู้ที่จะเข้มแข็งขึ้น

ตอนนี้ก็ยังรับมือไม่ได้สมบูรณ์ เพราะก็ยังคงเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง
แต่สิ่งที่ดีขึ้นคือ แค่เราไม่เอาใจไปใส่กับคนที่เขาไม่ได้ใส่ใจเรา มันก็สามารถไปต่อได้แล้ว

Life is 10% what happens to you and 90% how you react to it.
- Charles R. Swindoll -

อนึ่ง มันก็คงไม่มีใครที่จะเจอเรื่องโชคไม่ดีได้ตลอดเวลา

มุมดีๆของการมาพบปะผู้คนที่นี่ คือเราได้มาเป็น "นักเรียนแลกเปลี่ยน" อย่างเต็มภาคภูมิ

ในกลุ่มนักเรียนแลกเปลี่ยนของพวกเรานี้ พวกเรามักจะจัดปาร์ตี้กันบ่อยๆ 
มันไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย พวกเราเพียงแค่ทำอาหารด้วยกัน นั่งล้อมวงดื่ม เล่นเกมส์ 
คุยกันเป็นชั่วโมง จนบางทีรู้ตัวอีกทีก็ข้ามวันไปเสียแล้ว
แถมในช่วงพักเที่ยงของทุกวัน พวกเราก็มักจะใช้พื้นที่เล็กๆในมหาวิทยาลัยนั่งกินข้าวด้วยกันอีก
จากจุดนั้นเอง ทำให้เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น มุมมองต่างๆของแต่ละคน 
ตั้งแต่เรื่องชีวิตประจำวันที่เรามองข้าม ไปจนถึงการเเลกเปลี่ยนความรู้ พูดคุยเกี่ยวกับปัญหาของแต่ละประเทศร่วมกัน (อย่างกับการประชุม UN ก็ไม่ปาน) 

เราได้ไปเที่ยวเล่นด้วยกัน ทำกิจกรรมมากมาย ให้กำลังใจกันเสมอ ดูแลกันและกัน
จนถึงตอนนี้บางคนจะกลับประเทศไปก่อน แต่ทุกอย่างมันก็ยังเหมือนเดิม เขายังทำให้เรายิ้มได้

นี่คือเรื่องราวของคนในโครงการ

                                      ...  แล้วแขกที่ไม่ได้รับเชิญล่ะ? ...

เราสามารถพบเจอคนโรคจิตได้เสมอที่นี่เมื่อคุณดวงดีพอ  
แน่นอนว่าเราเป็นหนึ่งในผู้โชคดีเหล่านั้น
แต่ด้วยแต้มบุญอันใดก็แล้วแต่ คนที่เราเจอจึงยังไม่ใช่กรณีร้ายแรง (ขอบพระคุณค่ะ)
พวกเขาแค่มาด้อมๆมองๆบริเวณบ้าน เวลาคุณไปซูเปอร์มาร์เก็ต ก็อาจจะมีคนเดินเข้ามาทักเพราะคุณดูเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ประสีประสาอะไร และเขาก็อาจจะเข้ามาด้วยคำพูดชื่นชมระดับภาษาญี่ปุ่นของคุณ ที่คุณเองก็รู้ตัวดีว่าคุณยังสื่อสารไม่ได้ 100% เหมือนอย่างที่เขาเยินยอ 

หรือจะเป็นการที่มีคนมากดกริ่งหน้าบ้าน 
พอดูจากหน้าจอแล้วเขาไม่ใช่คนจากมหาวิทยาลัย ไม่ใช่พนักงานไปรษณีย์มาส่งของ
พวกเขาเป็นคนที่มาเผยแผ่ศาสนา พยายามจะเข้ามาพูดชักชวนให้ไปทำโน่นทำนี่
ล่าสุดก็เจอลัทธิอะไรก็ไม่รู้ พยายามจะมาชวนไป 
เราเองก็ได้แต่รับฟังไปก่อน สุดท้ายจึงได้แต่บอกปัดเขาไปว่า ขอโทษด้วยนะคะ ไม่สะดวกค่ะ 

ยอมรับจากใจจริงว่าไม่เคยชินได้เลยกับเรื่องนี้ ได้แต่ภาวนาว่าขออย่าให้เจอ ขออย่าให้ได้พบ
ช่วงแรกๆ เราอยู่ในขั้นที่เรียกว่า "ความหวาดระแวง" 
แต่พอนานวันเข้า สิ่งเหล่านั้นก็คลายจางลง กลายเป็น "การระมัดระวังตัว" เข้ามาแทนที่

ใช่ค่ะ .... เราต้อง "ช่างแม่ง" แล้วก็ออกไปใช้ชีวิตให้เป็นปกติ 

                                    ... คำๆนี้มันช่วยชีวิตเราไว้อีกครั้งหนึ่ง ...


ผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของคนเรา พวกเขาเข้ามาแล้วก็จากไป มีพบมีจากเป็นธรรมดา

เราอาจจะไม่ได้มานี่ที่แล้วมีประสบการณ์ที่โรยด้วยกลีบกุหลาบเสียเท่าไหร่
แต่กลับกัน มันกลับโรยมาทั้งก้าน เพราะมันก็ไม่ได้มีแค่กลีบ มันยังมีหนามด้วย

แต่เพราะไอ้การที่เราโดนหนามทิ่มจนเกิดบาดแผลนี่แหละที่สอนให้เรารู้ว่า

                  "ครั้งต่อไป เราจะทำอย่างไรไม่ให้โดนหนามแหลมนั้นทิ่มแทงได้อีก"


  














SHARE
Writer
chanisfin
nothing is in vain
Amateur writer / Full-time learner

Comments

Nicksleepy
1 year ago
เป็นกำลังใจให้และรออ่านตอนต่อไปอยู่นะครับ
Reply
chanisfin
1 year ago
เอร้ยยย ขอบคุณมากค่า